14 พ.ค. 2024 เวลา 05:00 • สุขภาพ

โพรไบโอติก

โพรไบโอติกส์มักถูกเรียกว่า "แบคทีเรียดี" เพราะช่วยให้ลำไส้แข็งแรง
กลุ่มแบคทีเรียที่อยู่ในระบบทางเดินอาหาร และระบบอื่นๆ มีส่วนช่วยในการดูดซึมสารอาหาร การป้องกันโรค และการรักษาภาวะที่ผิดปกติของร่างกาย
ประเภทของโพรไบโอติกส์พบในส่วนใดของร่างกาย
1) แลคโตบาซิลลัส
2) แซคคาโรไมซิส
3) บิฟิโดแบคทีเรียม
- ช่วยกระตุ้นระบบย่อยและระบบขับถ่าย ด้วยแลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) จุลินทรีย์ในกลุ่มโพรไบโอติกที่พบได้ตามธรรมชาติโดยเฉพาะบริเวณทางเดินอาหาร
- ช่วยกระตุ้นภูมิกันคุ้มกันต่างๆ ในร่างกาย
- ช่วยสร้างเอนไซม์ที่กระตุ้นการย่อยอาหาร
- ช่วยลดอาการอักเสบต่างๆ เช่น อาการอักเสบในช่องคลอด อาการอักเสบทางเดินปัสสาวะ
- ช่วยยับยั้งจุลินทรีย์และเชื้อบางชนิด
โพรไบโอติกแบบธรรมชาติ
• นมเปรี้ยว
• โยเกิร์ต
• ชาหมัก
• แอปเปิ้ลไซเดอร์
โพรไบโอติก กินตอนไหน
โพรไบโอติกนั้นควรกินก่อนอาหารเล็กน้อยหรือพร้อมมื้ออาหาร เพื่อให้จุลินทรีย์โพรไบโอติกถูกส่งผ่านไปยังลำไส้ในขณะย่อยอาหาร แต่สิ่งสำคัญกว่าเรื่องเวลาคือความบ่อยครั้งในการรับโพรไบโอติกเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้น ควรเติมจุลินทรีย์โพรไบโอติกให้กับร่างกายในเวลาเดิมทุกๆ วัน เป็นประจำ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด
ประโยชน์ของ Probiotics
ประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร Probiotics มีส่วนสำคัญที่ใช้ในทางการแพทย์ เพื่อการรักษาและป้องกันภาวะลำไส้อักเสบ ไม่ว่าจะเป็นอาการท้องเสีย โรคลำไส้แปรปรวน ภาวะลำไส้อักเสบจากการที่ได้รับยาปฏิชีวนะ แม้กระทั่งภาวะท้องผูกเรื้อรังก็พบว่าการใช้ Probiotics มีส่วนทำให้ภาวะต่างๆนี้ดีขึ้น
โพรไบโอติกส์ช่วยบรรเทาโรคใดได้บ้าง
- โรคท้องเสีย
- โรคท้องผูก
- การติดเชื้อราในระบบทางเดินปัสสาวะ
- ภาวะอ้วน
- โรคภูมิแพ้
- โรคผิวหนังอักเสบ
- โรคตับ
- ภาวะไขมันพอกตับ
- โรคโคลิคในเด็ก
- โรคเชื้อราในช่องคลอด
ดูแลสุขภาพอย่างปลอดภัยไกลจากโรคนะคะ
โฆษณา