15 พ.ค. เวลา 03:00 • ธุรกิจ

ตระกูลชาห์ เศรษฐีไทยเชื้อสายอินเดีย จากพ่อค้าข้าว สู่ความมั่งคั่ง 37,000 ล้าน

ถ้าพูดถึงตระกูลมหาเศรษฐีไทย เชื่อว่าคนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงตระกูลเจ้าสัวที่มีเชื้อสายจีน
1
แต่รู้หรือไม่ว่า มีตระกูลเศรษฐีเชื้อสายอินเดียที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในประเทศไทยด้วยเช่นกัน
หนึ่งในนั้นคือ ตระกูลชาห์ ที่มีความมั่งคั่งอยู่ที่ 37,400 ล้านบาท หรือมหาเศรษฐีที่รวยอันดับ 34 ในไทย
และบุคคลที่ทำให้ตระกูลชาห์ ยิ่งใหญ่แบบทุกวันนี้ได้ ก็คือ “คุณกิริต ชาห์” ที่ต่อยอดจากธุรกิจค้าข้าวของครอบครัว จนกลายเป็นอาณาจักร GP Group
วันนี้ GP Group มีบริษัทในเครือมากกว่า 100 แห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
โดยมีบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยถึง 4 แห่งด้วยกัน
เส้นทางธุรกิจของ คุณกิริต ชาห์ น่าสนใจอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
จุดเริ่มต้นของ GP Group เริ่มมาตั้งแต่ปี 1860 โดยคุณเทียดของคุณกิริต ชาห์ เริ่มต้นธุรกิจค้าข้าว ในเมืองบอมเบย์ ประเทศอินเดีย หรือมุมไบในปัจจุบัน
ในปี 1968 คุณเทียดและคุณทวดของคุณกิริต ได้ตั้งบริษัทขึ้นมา และต่อมาก็เริ่มขยายไปยังต่างประเทศ จากความต้องการข้าวที่เพิ่มขึ้น หลังสงครามโลกครั้งที่ 1
1
หนึ่งในนั้นก็คือประเทศไทย โดยตระกูลชาห์ ถือเป็นผู้ค้าข้าวชาวอินเดียเพียงรายเดียวในไทย ท่ามกลางหมู่พ่อค้าชาวจีนในยุคนั้น
ส่วนตัวคุณกิริต ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในธุรกิจครอบครัว เมื่อปี 1975
ตอนนั้นคุณกิริตในวัย 21 ปี ตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยในอินเดีย มาทำงานกับคุณพ่อที่กรุงเทพฯ ซึ่งยังเป็นออฟฟิศเล็ก ๆ มีพนักงานไม่ถึง 10 คน
โดยคุณกิริตเริ่มจากการไปเยี่ยมลูกค้าและคู่ค้าหลายร้อยรายทั่วโลก โดยใช้เวลาทั้งหมด 9 เดือน และเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายไปสู่การเทรดดิงสินค้าอื่น ๆ
ในปี 1979 คุณพ่อของคุณกิริต เกิดภาวะสโตรก หรือภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงอย่างฉับพลัน ทำให้คุณกิริตต้องเป็นคนดูแลกิจการทั้งหมด
1
ต้องบอกว่าช่วงนั้นธุรกิจของคุณกิริตได้ประโยชน์จากการเติบโตในตะวันออกกลางและแอฟริกาใต้
อย่างลูกค้าที่เคยสั่งข้าว 50 ตัน ก็สั่งเพิ่มเป็น 500 ตัน และต้องการสั่งสินค้าอื่น ๆ ด้วย
1
จากธุรกิจค้าข้าว ก็ขยายไปยังสินค้าอื่น ๆ ตั้งแต่ข้าวโพด น้ำตาล สับปะรด เหล็ก ไม้ น้ำมันดิน ยางมะตอย ซีเมนต์ ไปจนถึงท่อพีวีซี
1
ธุรกิจเทรดดิงสินค้าโภคภัณฑ์ของคุณกิริต เติบโตอย่างรวดเร็ว และขยายไปสู่ธุรกิจเดินเรือ ที่ชื่อว่า Precious Shipping (PSL)
2
ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นไทย และตอนนี้มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 14,900 ล้านบาท
นอกจาก PSL แล้ว คุณกิริตยังเป็นผู้ก่อตั้ง บมจ.เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ (MEGA) ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นไทยด้วยเช่นกัน
โดย MEGA ถือเป็นบริษัทแรกที่ผลิตแคปซูลสำหรับบรรจุผงยาและอาหารเสริมในประเทศไทย และวันนี้ MEGA มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 35,300 ล้านบาท
ซึ่งนอกจากจะเป็นคนสร้างธุรกิจขึ้นมาแล้ว คุณกิริตยังให้เงินทุนตั้งต้นแก่สตาร์ตอัปหลายรายที่มีศักยภาพด้วย และแทบจะไม่เคยขายบริษัทเหล่านี้ออกไปเลย
1
จนถึงวิกฤติต้มยำกุ้งในปี 1997 ที่การอ่อนตัวของค่าเงินบาท และเศรษฐกิจหยุดชะงัก ทำให้ความมั่งคั่งของคุณกิริตหายไปเกือบทั้งหมด จนแทบล้มละลาย
คุณกิริตต้องขายและปิดกิจการธุรกิจไปมากกว่าร้อยแห่ง และเลือกบริหารเฉพาะบริษัทหลักให้รอดพ้นวิกฤติมาให้ได้
1
อย่างไรก็ตาม ในความโชคร้ายก็ยังมีเรื่องดีอยู่บ้าง เพราะค่าเงินบาทที่อ่อน ส่งผลดีกับธุรกิจเดินเรือของ PSL และกลายเป็นบริษัทแรกในเครือที่พลิกฟื้นกลับมาได้
เพราะเมื่อค่าเงินบาทอ่อน
ทำให้สินค้าและบริการของไทย มีราคาถูกลงในสายตาของต่างชาติ จึงเป็นที่น่าสนใจมากขึ้น สำหรับผู้ซื้อต่างชาติ ส่งผลให้ความต้องการใช้บริการขนส่งทางเรือของไทยเพิ่มขึ้น
ซึ่งส่วนตัวแล้วคุณกิริตมองว่า ที่เขาผ่านวิกฤติต้มยำกุ้งมาได้ ก็เป็นเพราะ “ความโชคดี” เพราะตอนนั้นทุกคนก็ทำงานหนักกันทั้งหมด
1
ไม่ว่าเรื่องนี้ จะเป็นเพราะโชค หรือความสามารถ หรือทั้ง 2 อย่าง
แต่ผลลัพธ์ของวันนี้ GP Group สามารถกลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิมได้ โดยเป็นเจ้าของบริษัทกว่า 100 แห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ที่ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจเดินเรือ, ยาและอาหารเสริม, ก่อสร้าง, พลังงาน, โลจิสติกส์, เหมืองแร่, เคมีภัณฑ์, โรงแรมและการท่องเที่ยว, การผลิตแท่งอะลูมิเนียมอัลลอย, นายหน้าประกันภัย, ธุรกิจส่งออกสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม ไปจนถึงธุรกิจซอฟต์แวร์, บริการเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว และอื่น ๆ
โดยมี 4 บริษัทที่อยู่ในตลาดหุ้น ซึ่งนอกเหนือจาก PSL และ MEGA ที่พูดถึงไปแล้ว ยังมี
2
- บมจ.คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) (CNT)
ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ที่มีมูลค่าบริษัท 1,400 ล้านบาท
- บมจ.สุธากัญจน์ (SUTHA)
ธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าเคมีภัณฑ์ เช่น ปูนขาว ซึ่งมีมูลค่าบริษัท 1,000 ล้านบาท
โดยวันนี้ แม้คุณกิริต จะเป็นประธานของ GP Group แต่ชื่อในบริษัทต่าง ๆ ในเครือ เป็นชื่อลูก ๆ ทั้งหมด มาตั้งนานแล้ว
เพราะคุณกิริตเชื่อว่า เขาทำงานเพื่อตระกูล เลยไม่จำเป็นต้องมีชื่อตัวเองเป็นเจ้าของบริษัทใด ๆ ทั้งนั้น
1
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
หนึ่งในทายาทของคุณกิริต ที่หลายคนน่าจะพอคุ้นหน้า ก็คือ คุณนิชิต้า ชาห์
หนึ่งใน Shark ของรายการ Shark Tank ที่พร้อมจะลงเงินให้กับธุรกิจที่มีศักยภาพสูง เช่นเดียวกับที่คุณกิริตเคยทำมาก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ คุณนิชิต้า ยังเป็นคนไทยเชื้อสายอินเดีย ที่เคยครองตำแหน่งผู้หญิงที่รวยสุดในประเทศไทยอีกด้วย..
1
โฆษณา