16 พ.ค. 2024 เวลา 06:59 • ธุรกิจ

EP 2 Culture Asset +Creativity + Technology จะนำไปสู่ Creative Value Creation

อาสา ผิวขำ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาธุรกิจและนวัตกรรม CEA
มาต่อกันที่ EP 2 กับเนื้อหาภายในงาน Global Creator Culture Summit โดย คุณอาสา ผิวขำ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาธุรกิจและนวัตกรรม สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA (Creative Economy Agency)
ที่มาให้มุมมองเกี่ยวกับทิศทางและบทบาทของภาครัฐ ต่อการส่งเสริมครีเอเตอร์ไทยให้ไปไกลระดับโลก
โดย คุณอาสา ได้นิยามคำว่า ครีเอเตอร์ ต่างจากในมุมที่ทุกคนเคยเข้าใจกันไปเล็กน้อย เพราะมองว่า การสร้างคอนเทนต์ที่ดีจากครีเอเตอร์ ต้องมองไปถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ยังไม่มีใครหยิบออกมา และต่อยอดคอนเทนต์ไปสู่การสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจให้กับตัวเอง ชุมชน ท้องถิ่น ไปถึงประเทศได้นั้น คือการสร้างความแตกต่างได้อย่างสมบูรณ์
เศรษฐกิจสร้างสรรค์ตัวแปรสำคัญ
อาสา อธิบายถึงบทบาทของ CEA ว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ คือ การพัฒนาระบบเศรษฐกิจโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์บนฐานขององค์ความรู้ ทรัพย์สินทางปัญญา และการศึกษาวิจัยซึ่งเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม พื้นฐานทางประวัติศาสตร์การสั่งสมความรู้ของสังคม เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อใช้ในการพัฒนาธุรกิจ การผลิตสินค้าและบริการในรูปแบบใหม่ซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจหรือคุณค่าทางสังคม
โดยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทย ประกอบด้วย 15 สาขา คือ 1) งานฝีมือและหัตถกรรม 2) ดนตรี 3) ศิลปะการแสดง 4) ทัศนศิลป์ 5) ภาพยนตร์ 6) การแพร่ภาพและกระจายเสียง 7) การพิมพ์ 8) ซอฟต์แวร์ 9) การโฆษณา 10) การออกแบบ 11) การให้บริการด้านสถาปัตยกรรม 12) แฟชั่น 13) อาหารไทย 14) การแพทย์แผนไทย 15) การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ปัจจุบันมีการขยายขอบเขตในอุตสาหกรรมครีเอทีฟไปสู่การข้ามอุตสาหกรรมมากขึ้น (Cross Industry) จากเรียลเซกเตอร์หนึ่งไปสู่เรียลเซกเตอร์หนึ่ง เช่น มีการนำเอาดีไซน์ไปใส่ในรายละเอียด เช่น การออกแบบดีไซน์โรงแรม จะมีกาาคำนึง แต่สถาปัตยกรรมภายนอกสถาปัตยกรรมภายใน รวมไปถึงชุดของพนักงานซึ่งตรงนี้เองเรียกว่าการออกแบบการสร้างสรรค์ มีครีเอทีฟมาสู่ความเป็นแฟชั่นทำให้ Theme ของโรงแรมไปในทางเดียวกัน
"การยึดถือเอาสิ่งที่จะสื่อสารออกมาผ่านครีเอทีฟนั้นเป็นการสร้างมูลค่าทั้งจากตัวเองและเป็นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อภาพรวมด้วย นี่ยังไม่รวมถึงอุตสาหกรรมโฆษณา เกมและอุตสาหกรรมการสร้างคอนเทนท์ครีเอเตอร์ที่กำลังมาแรงในปัจจุบันนี้"
สูตรการสร้างครีเอทีฟคอนเทนต์
ในส่วนของผู้ประกอบการไทย ที่ CEA มองเห็นโอกาส คือ กลุ่ม Creative Content ได้แก่ ภาพยนตร์ การแพร่ภาพและกระจายเสียง การพิมพ์ และซอฟต์แวร์ เป็นกลุ่มที่เป็นเทรนด์ของโลก เรามีผู้ประกอบการไทยที่มี Culture Asset ที่ดี มี Creativity ที่สูง แต่ยังขาดเรื่องของความรู้ด้านเทคโนโลยี หรือเงินทุนที่จะช่วยในเรื่องการทำงาน และการหาตลาดรองรับในระดับโลก
ดังนั้น หากนำเอา Culture Asset +Creativity + Technology จะนำไปสู่ Creative Value Creation ซึ่งก็คือ สมการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ทรัพย์สินทางวัฒนธรรม และเทคโนโลยี จะสร้างให้เกิดทางเกิดมูลค่าจากเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
อาสา เสริมว่า ผู้ประกอบการไทยในกลุ่มที่เป็น Creative Service ได้แก่ งานโฆษณา การออกแบบ และการให้บริการด้านสถาปัตยกรรม ล้วนเป็นงานที่สามารถไปได้ไกลอย่างงานดีไซน์ไทยที่สามารถส่งออกไปได้ทั่วโลก หรืองานโฆษณาที่ผู้ประกอบการไทยได้รับรางวัลระดับโลกในทุกปี
กลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มที่มีตลาดอยากร่วมงานอยู่แล้ว หรือแม้กระทั่งกลุ่มที่เป็นงานด้านสถาปัตยกรรม หรือการตกแต่งภายใน ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงอันดับต้นๆ ของเอเชีย ที่ CEA ต้องการจะส่งเสริมและสนับสนุนในรูปแบบการให้คำปรึกษาสำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่ หรือ ครีเอเตอร์ที่สร้างสรรค์คอนเทนต์
อย่าเพิ่งหมดไฟหมดไอเดีย
ผู้อำนวยการ ให้ข้อคิดว่า มีหลายครั้งที่ CEA ได้พบปะกับ ผู้ประกอบการหน้าใหม่และครีเอเตอร์ก็พบว่ามีหลายครั้งที่อาจจะหมดมุกหมดไฟ ในการทำงานหรือหาไอเดียมาสร้างให้เกิดคอนเทนท์ที่มันแตกต่างไม่ได้ เพราะความคิดสร้างสรรค์มันหายไป สิ่งที่ CEA อยากให้คำนึงคือ จงหันไปมองจุดเริ่มต้นของคอนเทนต์ โฟกัสไปสู่สิ่งที่ต้องการจะสื่อออกมาอย่างแท้จริง
ปัจจุบันประเทศไทยมีความแข็งแกร่งมาก ที่มีการเอาชาวต่างชาติเข้ามาร่วมทำครีเอทีฟคอนเทนต์โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ รัฐไม่ควรเป็นผู้กำกับดูแล ควรจะทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนมากกว่า เอาตัวเองออกมาและปล่อยให้กลไกของตลาดเป็นไปอย่างธรรมชาติ ซึ่งจะเกิดผลดีต่อระบบเศรษฐกิจไทยจากครีเอทีฟคอนเทนต์ทุกคน

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา