22 พ.ค. 2024 เวลา 06:40 • ไลฟ์สไตล์

‘พักก่อน’ เมื่อสมองต้องการพักผ่อนที่ไม่ใช่แค่การนอนหลับ

‘การพักผ่อน’ ช่วยให้ร่างกายที่อ่อนล้ากลับมามีพลังอีกครั้งหลังผ่านการทำงานมาตลอดทั้งวัน โดยแต่ละคนต่างมีวิธีในการพักผ่อนที่ไม่เหมือนกัน บ้างอาจจะชอบนอนบนเตียงไปเรื่อยๆ บ้างอาจจะชอบดูซีรีส์ที่ชอบ บ้างอาจจะออกไปท่องเที่ยวในที่ที่อยากไป ไม่ก็ขอกินอาหารที่โปรดปรานสักมื้อก็เพียงพอ
Alex Soojung-Kim Pang ผู้เขียน Rest: Why You Get More Done When You Work Less ได้อธิบายเกี่ยวกับการพักผ่อนเอาไว้ว่า เป็นการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ เช่น การเดินเล่น ปีนเขา หรือการออกกำลังกาย ซึ่งสามารถช่วยกระตุ้นทั้งจิตใจและร่างกาย ช่วยให้มีพลังงานมากขึ้นและฟื้นฟูจิตใจได้มากขึ้น
งานวิจัยระบุว่าสมองของเรายังคงถูกใช้งาน แม้จะอยู่ในช่วงเวลาของการพักผ่อนก็ตาม เมื่อเราเปลี่ยนความสนใจจากการจดจ่อกับงานไปสู่สิ่งที่ต้องการสมาธิน้อยลง เช่น ฝันกลางวันหรือครุ่นคิด ‘เครือข่ายโหมดเริ่มต้น’ ในสมอง (The Default Mode Network: DMN) จะเปิดใช้งานมากขึ้น
DMN คือรูปแบบการทำงานของสมองที่เกิดขึ้นขณะที่เรากำลังพักผ่อน หรือทำงานที่ไม่ต้องคิดแก้ปัญหาหรือใช้การตัดสินใจมากมาย กระตุ้นให้เกิดการเชื่อมต่อการทำงานของสมองหลายอย่าง รวมถึงช่วยในเรื่องความคิดสร้างสรรค์
แต่ในโลกที่กำลังถูกควบคุมด้วย ‘ความเร็ว’ ทำให้เราเตรียมพร้อมในการทำงานอยู่เสมอ จึงไม่สามารถที่จะหาเวลาพักผ่อนได้เท่าที่ควร แม้จะเป็นงานที่ชอบและรู้สึกภูมิใจเมื่อได้ทำ สมองก็ยังไม่ได้พักผ่อนอยู่ดี
ดังนั้น เราต้องเรียก ‘การพักผ่อน’ คืนกลับมา! แน่นอนว่าการพักผ่อนไม่ใช่แค่นอนหรือนั่งเฉยๆ แต่ การพักผ่อนยังเกี่ยวข้องกับการให้ ‘สมอง’ ของเราพักผ่อนเพื่อทำงานได้ดีขึ้น แน่นอนว่าการนอนหลับมีความสำคัญ แต่มีวิธีการพักผ่อนอื่นๆ ที่ไม่ใช่การหลับอยู่ด้วย วันนี้ Future Trends ขอชวนทุกคนมาลองใช้ 9 เทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้สมองของเราได้พักผ่อนมากยิ่งขึ้น จะต้องทำยังไงบ้าง ดูได้ที่นี่เลย👇🏻
1. การพักผ่อนด้วยกิจกรรมที่ไม่ต้องโฟกัส
เช่น ออกไปเดิน หรือออกกำลังกายแทนการนั่งดูทีวีเฉยๆ ที่แม้จะเหนื่อยและต้องใช้แรง แต่ก็สามารถทำให้สมองของเราได้พักผ่อน
2. ทำงานอดิเรก
ใช้เวลากับงานอดิเรกที่ชอบ เช่น วาดรูป ปลูกต้นไม้ ถือเป็นการพักผ่อนอีกแบบหนึ่ง
3. การหยุดพักบ่อยๆ ระหว่างวัน
การพักช่วยทำให้สมองรีเซ็ต และสร้างความคิดสร้างสรรค์
4. ทำ ‘Today’ list
เขียนรายการสิ่งที่ต้องทำประจำวัน โดยเลือกงานที่สามารถทำได้จริง สมเหตุสมผล เพื่อที่จะได้ไม่กดดันตัวเองจนเกินไป เมื่อทำเสร็จ เราก็จะสามารถแบ่งเวลาได้มากขึ้น
5. ปรับปรุงวิธีการทำงาน
งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าประสิทธิภาพ ความคิดสร้างสรรค์ ความสุข และความสำเร็จของเราจะน้อยลง เมื่อทำงานเป็นเวลานาน นอกจากนี้ งานวิจัยจากไอซ์แลนด์ยังชี้ให้เห็นว่าการทำงานประมาณ 35-36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์จะทำให้มีความสุขและมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดี
6. พักผ่อนแบบ Microbreaks
หยุดพักด้วยช่วงเวลาสั้นๆ คั่นช่วงเวลาทำงานระหว่างวันแล้วไปทำกิจกรรมฟรีสไตล์ จะสามารถช่วยเพิ่มความสดชื่นและลดความเหนื่อยล้า เช่น หายใจลึกๆ ก่อนเริ่มประชุมผ่าน Zoom พักดื่มกาแฟ เป็นต้น
7. หยุดพักจากเทคโนโลยี
ปิดโน้ตบุ๊กและโทรศัพท์เพื่อให้สมองได้พัก การเปิดอีเมลไว้ในพื้นหลังคอมพิวเตอร์จะยิ่งหยุดชะงักของสมอง
8. การติดตามเวลาที่ใช้ในแต่ละวัน
หลายๆ คนไม่รู้ว่าวันๆ หนึ่ง เวลาของเราหายไปไหนบ้าง สมองก็เช่นกัน ดังนั้น ลองเขียนบันทึกสมองทุก ๆ ครึ่งชั่วโมงว่าทำอะไรไปบ้าง ซึ่งจะทำให้เราสามารถจัดแบ่งเวลาได้ดีขึ้น
9. ลาพักร้อนบ้าง
ประโยชน์ด้านสุขภาพจิตส่วนใหญ่ของวันหยุดมาจาก ‘วันก่อนวันหยุด’ โดยวิจัยบางชิ้นบ่งชี้ว่า ประโยชน์จากการพักผ่อนสูงสุดอยู่ในระยะเวลาประมาณวันที่ 8 ของการพักผ่อน ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้เราหยุดพักประมาณหนึ่งสัปดาห์ทุกไตรมาส
ท้ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนในรูปแบบไหนล้วนสำคัญต่อสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตทั้งนั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่เห็นได้จากบทความนั่นก็คือ ‘การแบ่งเวลา’ เมื่อเราสามารถจัดสรรเวลาได้ดี ก็จะทำให้เรามีเวลาพักเพิ่มขึ้นนั่นเอง
เขียนโดย ชนัญชิดา พลอยพลาย
#FutureTrends #FutureTrendsetter
โฆษณา