Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
aomMONEY
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
22 พ.ค. 2024 เวลา 11:30 • ไลฟ์สไตล์
7 นิสัยแห่งความมัธยัสถ์ ‘ที่ไม่ว่ามีเงินมากแค่ไหนก็ไม่หยุดที่จะทำ’
จาก Bernadette Joy โค้ชการเงินที่ปลดหนี้ 10 ล้านได้ใน 3 ปี
ในฐานะลูกสาวรุ่นแรกของครอบครัวชาวฟิลิปปินส์-อเมริกันที่อพยพย้ายถิ่นฐานเพื่อตามความฝันที่อเมริกา เบอร์นาเดต จอย (Bernadette Joy) บอกว่านิสัยแห่งความมัธยัสถ์เหมือนถูกปลูกฝังเข้าไปในตัวเธอตั้งแต่เด็กโดยอัตโนมัติ
พ่อแม่ของเธอต้องทำงานเก็บเงิน ใช้จ่ายอย่างระมัดระวังเพื่อจะไปถึงเป้าหมายทางการเงินของครอบครัวในดินแดนห่างไกลจากบ้านเกิด
เธอจึงเรียนรู้และซึมซับนิสัยเหล่านั้นติดตัวมาด้วยตั้งแต่ยังเล็ก
แต่ถึงแม้จะมีนิสัยการเงินที่มัธยัสถ์ก็ตาม ในปี 2016 จอยก็ประสบกับปัญหาหนี้สินที่รัดตัวเกือบ 300,000 เหรียญ (เกือบ 10 ล้านบาท) จากหนี้การศึกษา หนี้บ้าน และค่าใช้จ่ายต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
หนี้สินเหล่านี้ทำให้เธอรู้สึกเครียดและสิ้นหวังเกี่ยวกับเรื่องการเงินของตัวเอง ตั้งคำถามว่าเป้าหมายความฝันแบบ “American Dream” ของตัวเองจะเป็นไปได้รึเปล่า
ปัญหาการเงินเหล่านี้ผลักดันให้จอยเริ่มสนใจการจัดการเงินของตัวเองให้ดีขึ้น เริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคล บริหารเงินให้ดี เรียนรู้เรื่องการออมเงิน ลงทุน และจัดสรรเงินให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง
💬 “ฉันเริ่มพัฒนาความสนใจเกี่ยวกับเรื่องการเงินส่วนบุคคลเพราะอยากจะเรียนรู้ทุกอย่างที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงให้สถานการณ์ของตัวเองดีขึ้น” จอยกล่าวในบทความกับเว็บไซต์ CNBC
เธอนั่งลงวางแผนว่าจะต้องทำยังไงบ้าง หนี้ที่มีคือตรงไหน จ่ายหนี้ก้อนไหนก่อน แล้วเริ่มลงมือทำ
สุดท้ายใช้เวลา 3 ปี ก็เคลียร์หนี้ทุกอย่างหมด
หลังจากนั้นจอยก็เริ่มทำตามเป้าหมายการเงินที่ตั้งเอาไว้ จนสามารถสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเองได้เป็นเศรษฐีเงินล้าน (Millionaire หรือ เทียบเงินไทยก็ประมาณ 35 ล้านบาท) ด้วยตัวเองภายในอายุ 37 ปี
เธอบอกว่าเทคนิคการจ่ายหนี้ก้อนนั้นคือการสร้างกรอบคิดให้กับตัวเองใหม่อีกครั้ง “ตัดสิ่งที่มีก็ดี การซื้อด้วยอารมณ์ ดีในตอนนั้นและบางทีก็ไม่ได้สำคัญเลย” ออกไป แล้วจะมีเงินเหลือเยอะขึ้น (aomMONEY เคยเขียนเทคนิคที่เธอใช้ไว้ด้วยครับ สามารถอ่านได้ในลิงก์อ้างอิงครับ)
ตอนนี้นอกจากเธอจะมีสถานะการเงินที่มั่นคงแล้ว จอยยังมีธุรกิจโค้ชชิ่งการเงินชื่อว่า “Crush Your Money Goals” ให้คนเข้ามาปรึกษาไปถึงเป้าหมายทางการเงินของตัวเองที่ตั้งเอาไว้ด้วย
ถึงตอนนี้จอยจะไม่ได้มีปัญหาเรื่องการเงินเหมือนเมื่อก่อนและความมั่งคั่งของเธอก็เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ แต่สิ่งหนึ่งที่จอยบอกคือนิสัยการเงินแห่งความมัธยัสถ์คือสิ่งที่เธอยังทำอยู่ทุกๆ วัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ว่ามีเงินมากแค่ไหน เธอก็ไม่คิดจะหยุดทำด้วย
แล้วนิสัยแห่งความมัธยัสถ์ของเธอมีอะไรบ้าง?
📌 [[ 1. ซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตลองดูทางเลือกที่ถูกกว่า ]]
จอยแนะนำว่าเวลาเลือกซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต เราไม่จำเป็นต้องเลือกแบรนด์หรือสินค้าที่แพงที่สุดก็ได้
เธอยกตัวอย่างเนื้อซี่โครงที่เธอชอบมากๆ เพราะชอบกินเนื้อย่างเกาหลี แต่เนื้อซี่โครงก็มีคัทที่ต่างกัน บางส่วนแพงกว่า สำหรับเธอแล้วไม่จำเป็นต้องซื้อส่วนที่แพงที่สุดก็ได้ เพราะแม้ว่าคัทที่ราคาถูกอาจจะดูไม่สวย แต่รสชาติและความสดก็ไม่ได้ต่างกันสำหรับเธอ
“มันก็อร่อยและปลายทางระยะยาวแล้วมันดีต่องบประมาณของฉันด้วย” จอยกล่าว
ข้อดีของซูเปอร์มาร์เก็ตในปัจจุบันคือทางเลือกที่หลากหลาย ของที่ดีที่เหมาะสมกับเราไม่จำเป็นต้องเป็นของที่แพงที่สุดก็ได้
📌 [[ 2. เก็บของที่โรงแรมแจกมาใช้เป็นอุปกรณ์ฉุกเฉิน ]]
หากเราพักที่โรงแรมมักจะเห็นสิ่งที่เรียกว่า ‘vanity kits’ หรือชุดอุปกรณ์ทำความสะอาดหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เช่นแปรงสีฟัน ยาสีฟัน สำลีก้าน ยางรัดผม หรือหมวกคลุมอาบน้ำ
จอยเล่าว่าทุกครั้งที่เธอไปพักโรงแรมจะเก็บของพวกนี้มาด้วย ‘เผื่อ’ เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องใช้มันจะเป็นประโยชน์มากๆ โดยเฉพาะสำหรับคนที่เดินทางบ่อยๆ
มีครั้งหนึ่งที่เธอต้องเดินทางไปยังที่ต่างๆ ในเอเชีย แล้วของต้องเอาหมวกคลุมอาบน้ำกับยางรัดผมที่เก็บมาเพื่อใส่ของจุกจิกพวกสายชาร์จและปลั๊กเสียบต่างๆ
1
หรืออย่างบางครั้งเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เสื้อผ้ารองเท้าเปื้อนจากสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ หรืออาหารหกใส่นิดหน่อย การมีแปรงฟันเพื่อซักทำความสะอาดเป็นจุดๆ ก็ช่วยได้เยอะเช่นกัน
📌 [[ 3. กล่องใส่อาหารที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ อย่าเพิ่งทิ้ง ]]
การสั่งอาหารมาทานที่บ้านเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว ถ้าสังเกตดูเราจะเห็นหลายๆ ร้านที่เลือกใช้กล่องใส่อาหารที่เป็นกล่องพลาสติกแบบแข็งหน่อย หลังจากใช้แล้วก็อย่าเพิ่งทิ้ง
จอยแนะนำว่า ล้างเสร็จ ลองหาวิธีนำมันกลับมาใช้ใหม่ ใส่ของกระจุกกระจิกในบ้าน หรือใส่อาหารที่ทานเหลือก่อนนำเข้าตู้เย็นก็ได้
1
นอกจากจะนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้แล้ว ยังดีกับโลกมากกว่าแค่การใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งด้วย
📌 [[ 4. ใช้ของจนหยดสุดท้าย ]]
“ฉันไม่อายเลยนะที่จะบอกว่าตัวเองบีบยาสีฟันจนหมดหลอดแบบสุดๆ ไม่นานมานี้เห็นเพื่อนคนหนึ่งทิ้งยาสีฟันที่ยังไม่หมดหลอด ลมแทบจับเลยทีเดียว ฉันคิดแบบเดียวกันกับผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนตัวและผลิตภัณฑ์ความงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทั้งหลาย” จอยเล่า
เธอรู้สึกว่าบางคนอาจจะคิดว่ามันดูมัธยัสถ์เกินไป แต่เธอเล่าว่าด้วยประสบการณ์ของเธอที่ต้องเติบโตมากับโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมายไปกับพวกยาและโลชั่นแบบพิเศษ เธอจึงรู้สึกควรใช้ทุกหยดให้มันคุ้มที่สุดดีกว่า
1
📌 [[ 5. ก่อนจะสั่งอาหารดูราคาในเมนูก่อนเสมอ ]]
1
แม้ตอนนี้จอยจะมีเงินเพียงพอที่จะสั่งอาหารที่ราคาแพงขึ้นมากกว่าแต่ก่อน “แต่ไม่ว่าฉันจะหาเงินได้มากแค่ไหน เมื่อไหร่ก็ตามที่ไปทานข้าวนอกบ้าน คงไม่มีทางทิ้งนิสัยการดูราคาเมนูที่อยากทานก่อนสั่งเสมอ”
กลยุทธ์หนึ่งที่จอยใช้เป็นประจำคือการอ่านเมนูจากด้านหลังมาด้านหน้า เพราะบ่อยครั้งร้านอาหารมักจะเอาเมนูที่ราคาแพงกว่าไว้แรกๆ “การอ่านมาจากข้างหลัง ฉันมักเจอทางเลือกที่ราคาเอื้อมถึงก่อน เราสามารถมีความสุขกับอาหารดีๆ ได้ โดยไม่ต้องราคาแพงมากนัก”
📌 [[ 6. ถุงชอปปิงสวยๆ คุณภาพดีเก็บไว้ใช้ต่อได้ ]]
“ตอนที่ฉันโตขึ้นมาแม่เก็บถุงทุกใบเลยนะ แม้แต่ถุงพลาสติกก๊อบแก๊บธรรมดาๆก็เก็บ เก็บเอาไว้ใส่ขยะ เศษอาหาร หรือบางทีเศษผักต่างๆ ฉันยอมรับนะว่าตัวเองก็เก็บเอาไว้เหมือนกันใต้ซิงก์ล้างจานในห้องครัว แต่ถ้าเป็นถุงชอปปิงคุณภาพดี สวยๆ ฉันรับรองเลยว่าจะใช้ประโยชน์จากมันอย่างเต็มที่”
1
สิ่งที่จอยทำคือเอาถุงชอปปิงพวกนี้ไปใส่ขนม ข้าวกลางวัน หรือของเล็กๆ น้อยๆ หิ้วระหว่างวันหรือเดินทางก็ค่อนข้างสะดวก ไม่รู้สึกผิดถ้าวันหนึ่งมันจะขาดหรือหายไป
1
📌 [[ 7. ไปยิมก็ใส่เสื้อยืด ]]
ด้วยกระแสความนิยมของอุตสาหกรรม ‘athleisure’ (เสื้อผ้ากีฬาสไตล์ลูกผสมที่สวมใส่ในชีวิตประจำวัน) เราอาจจะเห็นคนที่ยิมเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ราคาแพงๆ สวยๆ ไปออกกำลังกายกัน ซึ่งสำหรับจอยแล้วอาจจะไม่ตอบโจทย์ของตัวเองสักเท่าไหร่นัก
“ด้วยความที่ต้องไปงานประชุมบ่อยๆและอีเวนต์ตลอดทั้งปี เลยได้พวกของแจกฟรีๆ มาเยอะ เวลาคลาสโยคะก็สวยพวกเสื้อยืดฟรีๆ พวกนี้ได้นะ แทนที่จะใช้เงินซื้อพวกเสื้อผ้าแบรนด์ดีไซเนอร์สำหรับออกกำลังกาย”
นอกจากนั้นแล้วพวกขวดน้ำราคาแพงๆ เธอก็ไม่ได้ใช้เหมือนกันเพราะทำหายไปหลายใบ จะซื้อใหม่ก็รู้สึกไม่ดี เพราะก็คงหายอีก พวกขวดที่ได้แถมฟรีก็ใช้ได้เช่นกันสำหรับเธอเอง
🌟 [[ #ทำไมนิสัยแห่งความมัธยัสถ์พวกนี้ถึงมีความหมายสำหรับเธอ? ]]
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้เราอาจจะรู้สึกว่าเธอดูมัธยัสถ์เกินไปรึเปล่า ต้องถึงขั้นเก็บของแจกจากโรงแรมหรือเอากล่องใส่อาหารกลับมาใช้ใหม่เลยเหรอ?
สำหรับจอยแล้วเธอบอกว่าสิ่งที่เธอทำนั้นช่วยให้เธอรู้สึกผิดน้อยลงกับการใช้เงินในส่วนอื่นๆ ของชีวิตที่นำความสุขมาให้เธอจริงๆ อย่างเช่นการซื้อตั๋วไปดูคอนเสิร์ต K-Pop หรือการแสดงตลกแบบสด หรือการเลือกซื้อของจากร้านที่เป็นคนในท้องถิ่น หรือธุรกิจที่ผู้หญิงเป็นเจ้าของ แม้ว่าของราคาจะแพงกว่าร้านอื่นๆ ก็ตาม
จอยสรุปว่า “การรักษานิสัยมัธยัสถ์เหล่านี้เอาไว้ ย้ำเตือนถึงทางเลือกของพ่อแม่ทำจนสร้างโอกาสมากมายให้กับฉันในวันนี้ การเรียนรู้ที่จะมองเห็นคุณค่าในกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ประจำวัน คือสิ่งที่ช่วยให้ฉันดูแลเรื่องการเงินได้ดีขึ้น เป็นนักลงทุนที่มั่นใจมากขึ้น และในที่สุดก็ประสบความสำเร็จมีทรัพย์สินเป็นเศรษฐีเงินล้านได้”
- โสภณ ศุภมั่งมี (บรรณาธิการ #aomMONEY)
#MakeRich #นิสัยแห่งความมัธยัสถ์ #BernadetteJoy #เบอร์นาเดตจอย #การจัดการเงิน #การเงินส่วนบุคคล #personalfinance
1
7 บันทึก
19
2
12
7
19
2
12
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย