29 พ.ค. เวลา 15:51 • กีฬา

ดราม่าเซียงกง ประเด็นใหญ่ไทยลีกซีซั่นนี้ กับแชมป์สามสมัยซ้อนของบุรีรัมย์

ในฟุตบอลไทยลีกฤดูกาลนี้ ประโยคแห่งปี ที่เป็นอิมแพ็กต์อย่างมาก นั่นคือ "ดราม่าเซียงกง" ของเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นวันที่ 9 มกราคม 2024 ในงานเลี้ยงขอบคุณสปอนเซอร์ของบุรีรัมย์ ที่โรงแรมอมารี ตรงประตูน้ำ วันนั้นผมก็อยู่ในงานด้วย และได้ยินเรื่องนี้ด้วยหูของตัวเองเลยครับ
วันนั้นเนวิน ชิดชอบ พูดว่า "ผมกล้าพูดด้วยความมั่นใจว่ายังไง ปีนี้บุรีรัมย์ต้องรักษาแชมป์ สื่อมวลชนที่อยู่ในห้องนี้อาจตั้งคำถามก็ได้ว่า ลุงเน คุยโม้อีกหรือเปล่า? คือแบบนี้ วันนี้ Squad ที่เราเห็นของ 16 ทีมในไทยลีก คู่แข่งทุกทีม ไม่มีใครคว้าตัวต่างชาติหน้าใหม่ ไม่มีใครเอาผู้เล่นใหม่ๆ ที่คนไทยไม่รู้จักเข้ามาอยู่ทีมตัวเอง ส่วนใหญ่ก็เห็นพากันไปเดินอยู่ที่เซียงกง แล้วไปเอานักเตะเก่าจากทีมนู้นมาอยู่กับทีมตัวเอง พออีกทีมไม่เอา แต่อีกทีมบอกว่าดี"
1
"เมื่อไหร่ก็ตาม ที่คุณชอบรถที่เต็มไปด้วยอะไหล่เซียงกง ขอให้มั่นใจได้เลยว่าคุณภาพรถคุณก็จะได้แค่เซียงกงนั่นแหละ นี่เป็นการส่งสารไปยังบีจี, ท่าเรือ, แบงค็อกฯ และทุกทีมเลยว่า เสร็จกูแน่นอน"
เซียงกง คือ พวกขายอะไหล่รถเก่า แยกชิ้นส่วนอะไหล่จากคันนี้เอาไปใส่คันนั้น
รถที่เต็มไปด้วยอะไหล่เซียงกง ที่เนวินพยายามจะบอก หมายความถึง วงการฟุตบอลไทยช่วงหลัง จะใช้งานนักเตะต่างชาติตัวเดิมๆ โยกไปย้ายมา คือในช่วงหนึ่งผู้เล่นคนนั้นอาจจะเก่งก็จริง แต่ผ่านไปหลายๆ ปี ยังมั่นใจได้อยู่ไหมว่าเก่งเหมือนเดิม สังเกตได้ว่า ไม่ค่อยมีสโมสร กล้าแหวกแนว ไปเอาตัวต่างชาติคุณภาพสูงเข้ามาเสริมทัพ แต่มักจะใช้ตัวเดิมๆ วนกันไป วนกันมา
1
ผมยกตัวอย่างสักคนสองคน ไม่ได้บอกว่าที่เนวิน หมายถึงเขาคนนี้นะครับ แต่ตรงตามคอนเซ็ปต์ที่เนวินบอก เช่น บาร์รอส ทาร์เดลลี่ ที่ย้ายมาไทยในปี 2015 ปัจจุบัน ย้ายไป ย้ายมา รวมแล้ว 7 สโมสรไทย
หรืออย่าง เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดส ดังกับราชบุรี ย้ายไปเมืองทอง แล้วก็ไปแบงค็อก คือมีการวนเวียนกันอยู่ในทีมไทยลีกนี่แหละ
เนวินมองว่า ถ้าเอาอะไหล่เซียงกง (นักบอลต่างชาติที่ย้ายไปย้ายมา) มารวมประกอบเป็นรถ (ทีมฟุตบอล) ก็จะเป็นทีมที่ไม่มีประสิทธิภาพ ไปสู่ระดับสูงไม่ได้ ดังนั้นเพื่อไม่ให้ตัวเองเป็น "รถเซียงกง" สิ่งที่เนวินจะทำ ในเลกที่ 2 คือการซื้อตัวพรีเมียมเข้ามา เอาตัวใหม่ๆ สดๆ ที่เล่นในลีกต่างแดนไปเลย พร้อมจ่ายแพงๆ เพื่อเอาตัวที่สร้างความแตกต่างได้เข้ามาทันที
ความหมายของเนวินนั้นชัดเจนอยู่แล้ว เพียงแต่มันเป็นประเด็น เพราะเมื่อประโยคนี้เผยแพร่ออกไป หลายคนไปตีความว่า เนวิน ไปแซะสโมสรอื่น ว่าซื้อตัวไม่เป็น จนมีแต่นักเตะคุณภาพฝีเท้าไม่ดี บางคนก็ไม่พอใจที่เหมือนเนวินจะไปพาดพิงนักเตะไทยหรือเปล่า
ซึ่งเรื่องนี้ เนวินต้องออกมาอธิบายความหมายอย่างชัดเจนในภายหลัง ผ่านทางเพจของตัวเอง แต่ก็เป็นดราม่ากันอยู่พักหนึ่งทีเดียว
1
ในไทยลีก ครึ่งฤดูกาลแรก (15 นัด) อันดับในตารางคะแนนเป็นแบบนี้ครับ
1- 34 แต้ม : ทรู แบงค็อก
2- 30 แต้ม : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
3- 29 แต้ม : การท่าเรือ เอฟซี (ลูกได้เสีย +19)
4- 29 แต้ม : บีจี ปทุม (ลูกได้เสีย +13)
5- 21 แต้ม : เชียงราย ยูไนเต็ด
เราจะเห็นได้ว่า ทรู แบงค็อกนำอยู่ ด้วยแก๊ปช่องว่าง 4 แต้ม ก็ไม่เยอะมาก แต่ที่สำคัญคือพวกเขาเหนือกว่าบุรีรัมย์ทุกอย่าง เกมรุกดีกว่า (ยิงได้ 27 บุรีรัมย์ยิงได้ 26) เกมรับเสียน้อยกว่า (เสีย 7 บุรีรัมย์เสีย 11)
1
นอกจากนั้นยังมีพลังแฝง คัมแบ็กโกงตาย เกมแล้ว เกมเล่า หลายคนเชื่อว่า นี่ล่ะ จะเป็นปีทองของแบงค็อกเสียที หลังจากวืดแชมป์มานานหลายปี
ตอนนั้น ผมว่าหลายคนไม่คิดว่าบุรีรัมย์จะกลับมาได้เหมือนกัน เพราะปัญหาภายในก็ยังเยอะอยู่ พวกเขาเปลี่ยนเฮดโค้ชใหม่ตอนต้นฤดูกาล จากมาซาทาดะ อิชิอิ เป็นอาร์เธอร์ ปาปาส ทรงเกมก็ยังลุ่มๆ ดอนๆ นอกจากนั้น 11 ตัวจริง ก็ยังหาไม่ได้ เปลี่ยนแปลงไลน์อัพตลอด
ตัดกลับมาที่งานขอบคุณสปอนเซอร์ของบุรีรัมย์ เมื่อเนวินพูดจบเรื่องเซียงกง เขาก็เดินลงจากเวที แล้วจังหวะนั้น บังเอิญมาเจอผมกับจอน (เจ้าของเพจจอน) ที่มางานนี้ เนวินก็หยุดคุย แล้วก็เล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า นักเตะคนใหม่ ที่กำลังจะได้ตัวในเลกที่สอง คือ "ผู้เล่นคุณภาพสูงสุด" โดยเฉพาะกองหน้าที่ชื่อ กิลเยร์เม่ บิสโซลี่ ที่เล่นอยู่กับสโมสรเซียร่า ในเซเรีย บี ของบราซิล
1
คนที่แนะนำบิสโซลี่ คือ ดีโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ ที่ผันตัวไปทำงานเป็นเอเยนต์แล้ว โดยดีโอโก้ บอกว่าบิสโซลี่ของจริงสุดๆ เก่งยิ่งกว่าเขาอีก คือการันตีกันขนาดนั้น
2
ผมถามเนวิน ชิดชอบว่า "ถ้าเซ็นกองหน้าเข้ามา แบบนี้ศุภชัย ใจเด็ดจะทำยังไง ก็ต้องโดนดร็อปหรือครับ?" เขาตอบกลับมาว่า "ตรงข้ามกันเลย ไม่ใช่แค่ไม่ดร็อป แต่ศุภชัยจะได้เป็นดาวซัลโวไทยลีกด้วย"
1
ถึงตรงนั้นผมยังไม่เข้าใจความหมาย ว่าการเข้ามาของกองหน้าคนใหม่ มันจะเกื้อหนุนให้ศุภชัยเล่นได้ดีขึ้นได้อย่างไร
นอกจากบิสโซลี่แล้ว เนวิน ชิดชอบ ก็พูดด้วยแววตาประกาย ว่าลูคัส คริสปิม ที่จะคว้าตัวมาร่วมทีมด้วยเช่นกัน จากสโมสรฟอร์ตาเลซ่า (เซเรีย อา บราซิล) ก็ไม่ธรรมดา เช่นเดียวกับ เคนนี่ ดูกัล ลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย ที่ติดทีมชาติออสเตรเลียชุดใหญ่มาแล้ว ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่จะเป็นทีเด็ดได้ เพราะเล่นได้ทุกตำแหน่ง กองหลังก็ได้ กองกลางก็ดี
นี่ยังไม่รวม เจฟเฟอร์สัน ทาบินาส ดาวเตะทีมชาติฟิลิปปินส์ (ลูกครึ่งกาน่า - ฟิลิปปินส์ แต่ไปเกิดที่ญี่ปุ่น) ที่มีประสบการณ์ ในระดับเจลีกมาแล้ว สามารถเล่นได้ทั้งเซ็นเตอร์แบ็ก และ ฟูลแบ็ก
ในขณะที่ทีมอื่น ไม่ได้ขยับมากในตลาดมกราคม แต่บุรีรัมย์ คว้า 4 ตัวต่างชาติคุณภาพสูงเข้ามา เงินเดือน 4 คนนี้รวมกัน ก็หลักหลายล้านแน่ๆ
เมื่อเป็นแบบนี้ เท่ากับว่าในครึ่งฤดูกาลหลัง คุณภาพของตัวต่างชาติหน้าใหม่ ส่งผลให้บุรีรัมย์ ดูมีระดับที่เหนือกว่าทีมอื่นในไทยลีกไปสเต็ปหนึ่ง
บิสโซลี่ เล่นได้สุดยอดราวกับปีศาจ เหาะเหินเดินอากาศ ตีลังกายิงบ้างไรบ้าง บางเกมยิง 4 ลูก ขณะที่เคนนี่ ดูกัล พอเข้ามาปั๊บ ก็แย่งตำแหน่งตัวจริงทันที จนพีรดนย์ ฉ่ำรัศมี ต้องถอยไปเป็นสำรอง ขณะที่เจฟเฟอร์สัน ทาบินาส ก็ทำให้แนวรับแข็งแกร่งขึ้น
ท้ายที่สุดแล้ว บุรีรัมย์ก็ค่อยๆ ชนะ ชนะ ชนะ มาเรื่อยๆ จริงอยู่ มันก็มีดราม่าเรื่องการตัดสินของกรรมการแทรกเป็นระยะ (เช่นในเกมกับท่าเรือ) แต่สิ่งที่เราต้องยอมรับคือ บุรีรัมย์แกร่งขึ้นมากจริงๆ จากการเสริมทัพด้วยตัวท็อป จนมีช่องว่างห่างจากคู่แข่งทีมอื่น
ซีซั่นนี้ ผมมีโอกาสได้ดูบุรีรัมย์ในสนามอยู่ 2 นัด หนึ่งในนั้น คือเกมที่ชนะสุโขทัย 4-0 พอเห็นด้วยตาตัวเอง ต้องยอมรับว่า บิสโซลี่มันเก่งจริงๆ วิ่งหาพื้นที่ได้แม่นยำมาก ไม่แปลกเลย ที่เขาจะยิงไป 16 ลูก ทั้งๆ ที่เล่นแค่ครึ่งฤดูกาลเท่านั้น
ในขณะที่ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ก็ค่อยๆ แผ่วลงไป เวทมนตร์ที่เคยทำได้ช่วงต้นซีซั่น ก็ทำไม่ได้อีกแล้ว หลายๆ นัด แบงค็อกก็พลาดท่าหลุดไปเอง เป็นต่อคู่แข่งมากมาย แต่จบไม่ลง จึงค่อยๆ โดนบุรีรัมย์ไล่ แล้วก็แซง แล้วก็ทิ้งห่าง และบทสรุปตอนจบ บุรีรัมย์จึงคว้าแชมป์ไทยลีกไปครองได้อีกครั้ง
เนวิน ชิดชอบ ทำได้ตามที่พูด ว่าบุรีรัมย์จะเอาแชมป์ให้ได้ นอกจากนั้น ผมย้อนกลับไปคิด ที่เขาบอกว่า ศุภชัย ใจเด็ด จะได้ดาวซัลโว คือผลลัพธ์ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ศุภชัยเป็นดาวซัลโวด้วยสกอร์ 21 ประตู
ตอนบิสโซลี่ลงตัวจริง ศุภชัย ไม่ได้เล่นหน้าเป้าแบบ No.9 แต่เขาโดนโยกไปยืนปีกขวาบ้าง เล่นหน้าคู่บ้าง แต่เขาก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ไม่เลว เคลื่อนที่ช่วยทีมตลอด ประตูที่ผมชอบมากๆ ของเขาในซีซั่นนี้ คือลูกยิงใส่ราชบุรี ที่ดราก้อน โซลาร์ พาร์ก ตะบันนอกเขตโทษเสียบเสาแรก สวยงามมากๆ
บุรีรัมย์ คว้าแชมป์ไทยลีกสมัยที่ 3 ติดต่อกัน พวกเขาควรได้เครดิต ที่พลิกสถานการณ์ในครึ่งซีซั่นแรก พลิกกลับมาเป็นแชมป์ได้
จากตามหลัง 4 แต้ม ในครึ่งฤดูกาลแรก แต่ปิดฉากด้วยแต้มห่างอันดับสอง 9 แต้ม ในครึ่งซีซั่นหลัง และเป็นทีมที่มีผลต่างประตูได้เสียดีที่สุดในไทยลีก +43
ไม่น่าเชื่อ ถ้ามองในแง่ว่า ปีนี้บุรีรัมย์ ใช้เฮดโค้ช 4 คน ทีมไม่มีบาลานซ์ตรงนี้เลย แต่กลับคว้าชัยชนะได้ไม่หยุดในสนามแข่ง
ผมคิดว่าคีย์สำคัญคือเรื่อง "เซียงกง" นี่แหละครับ พอซื้อตัวพรีเมียมเข้ามา ทุกอย่างก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือไปเลย สโมสรที่มีคอนเน็กชั่น และ มีความสามารถในการ Scout และ Recruit ที่ดี ก็ย่อมได้เปรียบในสงครามไทยลีกครับ
ยินดีด้วยกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ปีนี้พวกเขาทำได้ แต่แน่นอน ในปีหน้า ก็จะยิ่งเป็นงานยากขึ้นอีก เพราะแต่ละทีมจะเสริมทัพกันอย่างหนัก เพื่อไล่ล่าแชมป์มาให้ได้
นอกจากนั้น ในเกมรีโว่ ลีกคัพ เราได้เห็นแล้วว่า เมืองทองเอาชนะบุรีรัมย์ได้อย่างเด็ดขาด แปลว่า บุรีรัมย์ไม่ใช่ทีมอมตะ ไร้เทียมทาน ชนะใครไม่เป็น ถ้าหากเมืองทองทำได้ ทีมอื่นถ้าวางกลยุทธ์ได้ถูกต้อง ก็อาจทำได้เช่นกัน ซีซั่นหน้า ไทยลีกจะยิ่งดุเดือดมากขึ้นกว่านี้ครับผม
------------------------
เมื่อพูดถึงบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อยากส่งท้ายนิดหนึ่งครับ คือปกติ ผมก็เดินทางไปบุรีรัมย์อยู่เรื่อยๆ ครับ ไปดูบอลบ้าง ไปดูโมโตจีพีบ้าง หรือ เวลาเกเตอเรด จัดแข่งขัน 5v5 รอบชิงแชมป์ประเทศ ก็จะไปดู
แต่เชื่อไหมว่า ผมไม่เคยเดินทางเข้าไปในเมืองเลย จากสนามบิน ผมก็จะจองโรงแรมที่อมารี ใกล้ๆ กับสนาม เพราะอีเวนต์ทุกอย่างก็จะอยู่ใกล้ๆ สนามบอลหมด
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมไปดูเกมบุรีรัมย์ กับ สุโขทัย พอเกมจบ ผมมีโอกาส "เข้าเมือง" และพบว่า เออ บุรีรัมย์ มีความเจริญอยู่มากทีเดียวถ้าเทียบกับในอดีต
ครั้งสุดท้ายที่ผมเข้าเมืองบุรีรัมย์ แบบมีเวลาไปชมเมืองจริงๆ คือปี 2010 (14 ปีที่แล้ว) ปีแรกที่บุรีรัมย์ พีอีเอ เทกโอเวอร์สโมสรมาจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
ผมยังจำได้เลยว่าปีนั้น ไปนั่งสัมภาษณ์ธีราทร บุญมาทัน ที่ตอนนั้นอายุ 20 ปี ที่สนามซ้อมแถวๆ เขากระโดง จำตัวเลขได้แม่นเลย อุ้มบอกว่า ได้เงินเดือน 80,000 เบี้ยเลี้ยงซ้อม 500 แน่นอนว่าในปัจจุบันนี้ ก็ย่อมมากขึ้นกว่าสมัยนั้นเยอะแล้ว
ถ้าพูดตรงๆ คือเมื่อก่อน บุรีรัมย์เป็นจังหวัดที่ค่อนข้างจะเรียบๆ ถนนเป็นเลนเดียว ตลาดขายของอะไร ก็ไม่ค่อยคึกคัก นักท่องเที่ยวก็มีไม่เยอะ ผมเคยไปเที่ยวผับชื่อ "สปีด" ก็สนุกดี แต่ก็ไม่ได้ว้าวอะไรขนาดนั้น ภาพจำของผมยังเป็นแบบนั้นอยู่
แต่ในปีนี้ พอมีโอกาสได้ขับรถเล่นไปรอบๆ เมือง ก็พบว่าบุรีรัมย์พัฒนาขึ้นจริงๆ พอมีฟุตบอลไทยลีก และมีการสร้างสนามแข่งรถ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิตขึ้น ก็มีสารพัดอีเวนต์มาจัดที่บุรีรัมย์ ฟุตบอลบ้าง มอเตอร์สปอร์ตบ้าง เศรษฐกิจเต็มไปด้วยความคึกคัก
ความคึกคักของเมือง ทำให้สาธารณูปโภค, ถนนหนทาง, โรงแรมที่พัก, ร้านอาหาร หรือแม้แต่สนามบิน ทุกอย่างพัฒนาขึ้นหมดเลย บุรีรัมย์กลายเป็น Destination of Sport ไปแล้ว
บุรีรัมย์ในวันนี้ ทั้งในแง่กีฬา และ ในแง่ของเมือง เติบโตขึ้นมากจากทศวรรษก่อน และเป็นโมเดลที่ดีว่า ถ้าสโมสรสามารถยึดโยงกับเมืองได้สำเร็จล่ะก็ มันก็จะสามารถก้าวกระโดดไปได้พร้อมกันครับ
โฆษณา