4 มิ.ย. เวลา 05:20 • กีฬา

มหากาพย์ 11 ปี เรอัล มาดริด ได้ตัวเอ็มบัปเป้ในตอนจบ

คีลียัน เอ็มบัปเป้ เป็นนักเตะคนเดียวในโลก ที่ปฏิเสธข้อเสนอจากเรอัล มาดริด ถึง 3 ครั้ง นี่เป็นดีลที่แฟนบอลราชันชุดขาวเจ็บปวดมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนเป็นความฝันที่ดูจะไม่มีทางเป็นจริงได้
1
แต่แม้จะโดนปฏิเสธมา 3 หน เรอัล มาดริด ก็ยังคงอยากได้อยู่ ยังพยายามต่อไปเรื่อยๆ และในที่สุดการรอคอยอันยาวนาน ก็สิ้นสุดเสียที
---------------------
[ การปฏิเสธครั้งแรก : ซัมเมอร์ 2013 ]
ในสมัยเด็ก เอ็มบัปเป้ คือดาวรุ่งที่เก่งกาจที่สุดของประเทศฝรั่งเศส เขาคือเด็กฝึกหัดจากแกล๊กฟงแต็ง (Clairefontaine) หรือศูนย์ฝึกเยาวชนของสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส
ด้วยฝีเท้าที่เด่นกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน ทำให้ อาร์เซน่อล, เชลซี, ลิเวอร์พูล, แมนฯ ยูไนเต็ด, แมนฯ ซิตี้, ยูเวนตุส, บาเยิร์น, ดอร์ทมุนด์ และ เรอัล มาดริด รุมแย่งตัวเขามาอยู่อะคาเดมี่อย่างบ้าคลั่ง โดยเรอัล มาดริดนั้นดูจะเอาจริงที่สุด
2
ซีเนอดีน ซีดาน เชิญเอ็มบัปเป้ที่ขณะนั้นอายุ 14 ปี ไปทัวร์สนามซานติอาโก้ เบร์นาเบว และพาไปดูสนามซ้อม ว่ามาดริดมีความครบเครื่องขนาดไหน พามาเจอคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ตอนนั้นเป็นสตาร์ของทีม โน้มน้าวใจทุกสิ่งทุกอย่าง
อย่างไรก็ตาม เอ็มบัปเป้ ปฏิเสธเรอัล มาดริด และเลือกเซ็นกับโมนาโกแทน
เหตุผลของเอ็มบัปเป้ คือการกระโดดไปอยู่เรอัล มาดริด ในวัย 13 ปี มันเร็วเกินไป เขายังไม่เคยสัมผัสฟุตบอลอาชีพเลยสักนัด แล้วจะพรวดไปอยู่กับทีมใหญ่ที่สุดในโลก มันจะโอเคจริงๆ หรือ?
3
แต่โมนาโกเป็นทีมที่ใหญ่ประมาณหนึ่ง แต่ไม่ใหญ่เกินไป สโมสรแห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของนักเตะระดับโลกหลายคน อองรีก็เป็นหนึ่งในนั้น ดังนั้นการนับหนึ่งกับโมนาโกดูจะสมเหตุสมผลกว่า โอกาสได้ลงตัวจริงน่าจะง่ายกว่า ดังนั้นเอ็มบัปเป้จึงปฏิเสธโอกาสทองในการไปเรอัล มาดริดเป็นหนแรก
1
---------------------
[ การปฏิเสธครั้งที่ 2 : ซัมเมอร์ 2017 ]
เอ็มบัปเป้ เติบโตขึ้นที่โมนาโก และกลายเป็นนักเตะที่เล่นได้อย่างมหัศจรรย์มาก เขาวิ่งเร็วราวกับลูกปืน ยิงประตูได้ดีทั้งซ้าย และขวา คุณดูรู้เลยว่าเด็กคนนี้อีกไม่นานจะก้าวไปเป็นกองหน้าเบอร์หนึ่งของโลกแน่ๆ
หลังจากโมนาโกได้แชมป์ลีกเอิง ในฤดูกาล 2016-17 เรอัล มาดริด เดินหน้าล่าเอ็มบัปเป้ทันที และคราวนี้ พวกเขารู้ข่าวสารใหม่ด้วยว่า เอ็มบัปเป้จริงๆ แล้ว เป็นแฟนเรอัล มาดริดตั้งแต่เด็ก! ฝาผนังห้องนอนมีแต่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ใส่ชุดเรอัล มาดริดเต็มไปหมด
1
ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรเรอัล มาดริด อยากได้ตัวเอ็มบัปเป้อย่างมาก แต่ปัญหาคือ ไม่ใช่เรอัล มาดริดทีมเดียวที่อยากได้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ก็เป็นอีกสโมสรที่เล็งไว้ เพราะศัตรูเบอร์ 1 ของเปแอสเชช่วงนั้นคือโมนาโก ถ้าอยากจะลดพลังของคู่แข่ง ก็กระชากคีย์แมนมาอยู่ด้วยกัน แค่นี้ก็ทำให้โมนาโกดร็อปพลังลงไปได้เยอะแล้ว
1
และเหตุผลที่สำคัญกว่านั้น คือเอ็มบัปเป้ก็มีคาแรคเตอร์ที่เหมาะกับเปแอสเชทุกอย่าง เขาเกิดที่ย่านบอนดี้ ที่อยู่ชานเมืองปารีส ห่างตัวเมืองแค่ 10 กิโลเมตร พอจะพูดได้อยู่ว่าเป็นนักเตะท้องถิ่น
โมนาโก ตั้งราคาขายไว้ที่ 180 ล้านยูโร ซึ่งทั้งเรอัล มาดริด และเปแอสเช พร้อมจ่ายทั้งคู่ เหลืออยู่ที่ว่าตัวนักเตะจะเลือกสโมสรไหนแค่นั้น
ฟลอเรนติโน่ เปเรซ บินไปคุยกับวิลฟรีด คุณพ่อของเอ็มบัปเป้ และยืนยันว่าจะจ่ายค่าจ้าง สัปดาห์ละ 135,000 ยูโร ซึ่งสำหรับเด็กอายุ 18 ทั่วทั้งโลก ไม่มีใครได้เงินมหาศาลขนาดนี้
ตอนแรกโมเมนตั้มเหมือนเอ็มบัปเป้จะย้ายมามาดริดแน่ๆ แล้ว แต่สุดท้ายเปแอสเช เกทับด้วยค่าเหนื่อย 270,000 ยูโรต่อวีก เป็นตัวเลขที่บ้าคลั่งแบบสุดๆ และตัวเลขขนาดนี้ ทำให้เรอัล มาดริดจนแต้ม
1
เงินน่ะมี แต่เรอัล มาดริดไม่สามารถขยับค่าเหนื่อยขนาดนั้นได้ เพราะถ้ายอม จะทำให้เด็กอายุ 18 มีค่าเหนื่อยมากกว่า เซร์คิโอ รามอส, ลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส และ คาริม เบนเซม่า ซึ่งโครงสร้างเงินเดือนของทีมจะล่มสลายแน่ๆ และอาจเกิดปัญหาภายในทีมด้วย
เมื่อเรอัล มาดริดไม่สู้ราคา เอ็มบัปเป้จึงเซ็นสัญญากับเปแอสเชในที่สุด
ทีมราชันชุดขาว พลาดได้ตัวเอ็มบัปเป้เป็นหนที่ 2
---------------------
[ การปฏิเสธครั้งที่ 3 : พฤษภาคม 2022 ]
เมื่อย้ายไปเปแอสเชปั๊บ เอ็มบัปเป้เก่งกาจขึ้นเรื่อยๆ เขาช่วยฝรั่งเศสคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 และคว้าดาวซัลโวลีกเอิงได้ทุกปี ยิงประตูกระจายอย่างสม่ำเสมอ ในนักเตะเจเนเรชั่นเดียวกัน เอ็มบัปเป้เก่งกาจที่สุดแล้ว
ในเดือนมิถุนายน 2021 เอ็มบัปเป้เหลือสัญญากับเปแอสเช 1 ปี ถ้าเขาไม่ต่อ ก็จะย้ายไปเล่นทีมไหนก็ได้อย่างอิสระทันทีตามกฎบอสแมน โดยเอ็มบัปเป้บอกว่า "ผมเป็นคนทะเยอทะยาน ผมตั้งเป้าหมายไว้สูงสุดเสมอ แล้วมาดูกันว่า ผมจะไปได้ไกลที่สุดแค่ไหน"
คำกล่าวของเอ็มบัปเป้ ทำให้คนตีความว่า เขาเบื่อแล้ว ที่ต้องเล่นในลีกเอิงฝรั่งเศส คืออยากหาความท้าทายใหม่ๆ กับลีกประเทศอื่น และแน่นอน คนก็โยงไปที่เรอัล มาดริด โดยอัตโนมัติ
เดือนตุลาคม 2021 เอ็มบัปเป้ กล่าวว่า "ผมแจ้งปารีส แซงต์ แชร์กแมงไปแล้วว่าอยากย้าย จริงๆ อยากให้สโมสรขายผมในตลาดเดือนมกราคม จะได้เงินก้อนกลับมาบ้าง เพราะถ้ารอถึงซัมเมอร์ผมจะย้ายออกไปแบบไม่มีค่าตัวเลย"
การกระทำหลายอย่าง ของเอ็มบัปเป้ ทำให้แฟนบอลเชื่อว่า เขาอยากย้ายมามาดริด เช่น ไปกินเนื้อย่างที่กรุงมาดริด แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เป็นต้น
เดือนมกราคม 2022 เรอัล มาดริด ยื่นข้อเสนอ 100 ล้านยูโร ให้แปเอสเช เพื่อให้ยอมขายซะ จบๆ กันไป แต่เปแอสเชไม่ยอมขาย เรอัล มาดริดก็โอเค งั้นพวกเรารอจบซีซั่น เมื่อนักเตะหมดสัญญาตามกฎบอสแมน ก็จะได้ย้ายตัวมาแบบฟรีๆ
รายงานจากมาร์ก้า บอกว่า เอ็มบัปเป้ตอบตกลงปากเปล่ากับฟลอเรนติโน่ เปเรซไปแล้ว ว่าจะย้ายมาร่วมทัพแบบฟรีๆ คือดูแล้ว ไม่น่ามีเหลี่ยมพลาดได้
ช่วงท้ายฤดูกาล 2021-22 แฟนบอลเรอัล มาดริด ตะโกน Chant แต่งเพลงชื่อ "เอ็มบัปเป้" ในสนาม ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ตัวนักเตะด้วยซ้ำ นี่คือดีลที่แฟนบอลรอคอยมากจริงๆ
แต่แล้ว ก่อนที่เอ็มบัปเป้จะประกาศว่าจะไปไหน เกมก็เกิดพลิกผัน เมื่อฝั่งเปแอสเชยื่นข้อเสนอมหาศาลที่สุด โดยจ่ายเงินกินเปล่า เป็นตัวเลขสูงสุดที่โลกนี้เคยมีมา ด้วยจำนวน 150 ล้านยูโร
ถ้าตอบตกลงอยู่ต่อ เอ็มบัปเป้จะได้เงินก้อนมาฟรีๆ 150 ล้านยูโร นอกจากนั้น ยังให้ค่าเหนื่อยสูงที่สุดในโลก 1.3 ล้านยูโรต่อสัปดาห์ นี่เป็นตัวเลขที่บ้าคลั่งมาก
นอกจากนั้น เอล ชิริงกิโต้ ทีวี สำนักข่าวในสเปนรายงานว่า เปแอสเช จะให้อำนาจกับเอ็มบัปเป้ สามารถมีบทบาทได้ว่าอยากได้นักเตะคนไหนมาเสริมทัพ และสามารถออกความเห็นเรื่องการปลดหรือแต่งตั้งผู้จัดการทีมได้ แต่เอ็มบัปเป้ออกมาบอกภายหลังว่า เขาเป็นแค่นักฟุตบอลและจะไม่ทำหน้าที่เกินตัวไปกว่านี้
ด้วยตัวเลขมหาศาลขนาดนี้ แปลว่า เปแอสเชเหมือนต้องจ่ายค่าตัวให้เอ็มบัปเป้สองรอบ (180 ล้านให้โมนาโก + 150 ล้านให้เอ็มบัปเป้ รวมเป็น 330 ล้าน) เป็นการลงทุนที่มหาโหดอย่างมากจริงๆ สำหรับนักเตะหนึ่งคน
คำสัญญาปากเปล่า vs เงินมหาศาลที่เปแอสเชมอบให้
ผลลัพธ์ในตอนจบ เอ็มบัปเป้ ตัดสินใจเลือกเปแอสเช โดยเขาแจ้งฟลอเรนติโน่ เปเรซ ว่าจะอยู่ฝรั่งเศสต่ออีก 2 ปี
หนังสือพิมพ์มาร์ก้า รายงานว่า เปเรซเจ็บแค้นอย่างที่สุด เขาไม่เคยโดนฉีกหน้าแบบนี้มาก่อน ปกติแล้วไม่เคยมีใครปฏิเสธเรอัล มาดริด แต่เอ็มบัปเป้กล้าทำ ที่สำคัญมันตกลงปากเปล่ากันไว้หมดแล้วแท้ๆ
เปเรซกล่าวว่า "ฉันเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา เปแอสเชทำลายความฝันของนายที่อยากมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เด็ก แต่ฉันขออวยพรให้นายประสบความสำเร็จในอนาคต"
สื่อสเปน โดยเฉพาะที่อยู่ฟากมาดริด โมโหอย่างกราดเกรี้ยว มาร์ก้า พาดหัวหน้าหนึ่งว่า "คุณต้องเป็นคนที่มีเกียรติยศมากพอนะ ถึงจะเล่นให้เรอัล มาดริดได้"
1
ขณะที่โชเซ่ ฟีลิกซ์ ดิอาซ นักข่าวจาก เอล ชิริงกิโต้ ที่เป็นอินไซเดอร์ของเรอัล มาดริด ด่าแบบไม่ยั้งว่า "10 วันที่แล้ว คุณให้คำสัญญากับเรอัล มาดริด ว่าจะย้ายมา สโมสรส่งเสื้อแข่งให้คุณเป็นของขวัญวันเกิดแล้วด้วย เอ็มบัปเป้คุณไม่มีสปิริต ที่ไม่รักษาคำพูดของตัวเอง คุณไม่ใช่ลูกผู้ชาย โอเค คุณอาจเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม แต่ไม่ใช่คนที่ยอดเยี่ยม"
เอ็มบัปเป้เลือกอยู่ต่อกับเปแอสเช แล้วรับเงินมหาศาล คือ ณ วันนั้น เส้นทางของเขากับเรอัล มาดริด เหมือนจะไม่ได้ลงเอยกันแล้ว
---------------------
[ 11 ปี อันยาวนาน ในที่สุดชะตาก็ต้องกัน ]
สิ่งที่เกิดขึ้นกับเอ็มบัปเป้ ในช่วง 2 ปีหลังสุด กับเปแอสเช (2022-23, 2023-24) นั่นคือ เขาเบื่อ
เอ็มบัปเป้ได้ดาวซัลโวติดต่อกันเป็นสมัยที่ 6 และได้แชมป์ลีกเอิงตามปกติ อย่างไรก็ตาม ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ไปไม่ถึงฝั่งฝัน รวมถึงบัลลงดอร์ก็อยู่ห่างไกลเรื่อยๆ เพราะไม่สามารถคว้าแชมป์ยุโรปได้เสียที
ไม่มีอะไรที่เปแอสเชจะตอบโจทย์เขาได้อีกแล้ว ถ้าพูดถึงเรื่องตัวเงิน เอ็มบัปเป้ มีเยอะมากพอแล้ว จากนี้ไป ได้เวลาที่เขาจะเดินล่าความฝัน นั่นคือความสำเร็จในระดับสโมสร
แฟนเรอัล มาดริด และสื่อจากมาดริด ต่อให้โมโหหรือแค้นแค่ไหนในปี 2022 แต่ก็ยังอยากได้ตัวเอ็มบัปเป้อยู่ดี เพราะนี่คือกองหน้าแห่งยุค นี่คือผู้เล่นของจริง ที่จะทำให้เรอัล มาดริด จากทีมที่สุดยอดอยู่แล้ว กลายเป็นทีมนอกโลกไปเลย
จุดที่น่าสนใจในเรื่องนี้คือ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ
1
หลายคนคิดว่า เขาน่าจะแค้นเอ็มบัปเป้มากที่ผิดคำพูดในรอบนั้น แต่ในความจริง คือเปเรซ ยังคงติดต่อกับเอ็มบัปเป้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อยืนยันว่ายังไงก็อยากได้ตัวมาร่วมทีมอยู่ มันแสดงให้เห็นเลยว่า นี่คือนักเตะที่เปเรซชอบมากจริงๆ ถึงขั้นยอมโอนอ่อนได้ขนาดนี้
สื่อดัง ดิ แอธเลติก บอกว่า เคสของเอ็มบัปเป้ น่าจะเป็นแค่คนเดียว ที่เปเรซ ยอมอ่อนให้ขนาดนี้ ซึ่งผิดวิสัยประธานสโมสรผู้ดุดันอย่างมาก
มกราคม 2024 อีกแค่ 6 เดือน สัญญาของเอ็มบัปเป้จะหมด เปเรซจึงเดินหน้ารุก ถามเอ็มบัปเป้อีกครั้ง ว่ายังสนใจจะมาอยู่เรอัล มาดริดอีกหรือไม่ เรื่องที่ผ่านมา ก็ให้ผ่านไป มาเริ่มต้นใหม่ไปด้วยกัน
ข้อเสนอของเรอัล มาดริด แม้จะไม่เท่ากับที่เปแอสเช แต่ตัวเลขก็ยังถือว่ามหาศาล สโมสรจะจ่ายเงินกินเปล่าให้เอ็มบัปเป้ 130 ล้านยูโร และให้ค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 5 แสนยูโร นอกจากนั้นยังให้รายได้พิเศษ เรื่องลิขสิทธิ์ภาพลักษณ์ จากปกตินักเตะคนอื่นๆ จะแบ่งกับสโมสร 50-50 แต่ในเคสของเอ็มบัปเป้ มีรายงานว่าสโมสรจะให้ส่วนแบ่งกับเอ็มบัปเป้มากกว่า
เดือนพฤษภาคม 2024 เอ็มบัปเป้ ประกาศอย่างเป็นทางการว่าเขาจะไม่ต่อสัญญากับเปแอสเชอีกแล้ว และจะขอย้ายทีม แม้จะไม่บอกว่าทีมอะไร แต่ทุกคนรู้กันว่า ไม่มีทีมอื่น นอกจากเรอัล มาดริด
และหลังจากเรอัล มาดริด คว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 15 วันรุ่งขึ้น พวกเขาก็แถลงการณ์ เปิดตัวเอ็มบัปเป้ทันที มหากาพย์อันยาวนาน ก็เลยจบลงเพียงแค่นี้
คำถามคือ เรอัล มาดริด จะจัดตัวอย่างไร เพราะองค์ประกอบทีมตอนนี้ลงตัวอยู่แล้ว การใส่เอ็มบัปเป้เข้ามา แล้วจะถอดใครออกไป
ไลน์อัพที่แฟนบอลคาดเดากันคือ จู๊ด เบลลิงแฮม อาจถอยมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง แทนที่โทนี่ โครส ที่แขวนสตั๊ด กองกลาง 3 คน อาจใช้ เบลลิงแฮม- ชูอาเมนี่ - บัลเบร์เด้ โดยมีโมดริช กับ คามาวิงก้า สอดแทรกในแต่ละนัด
ส่วนสามประสาน ก็จะเป็น เอ็มบัปเป้ - วินิซิอุส - โรดริโก้ โดยมีเอ็นดริค ดาวรุ่งบราซิลคอยสอดแทรกตามแต่สถานการณ์
ไม่ว่าจะจัดแผนไหน ทีมก็ยังน่ากลัวมากๆ และจะเป็นเต็งหนึ่งในการคว้าแชมป์ลาลีกา และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เช่นเคย
สำหรับดีลของเอ็มบัปเป้ หลายคนอาจจะสงสัยว่า "เอามาทำไม" เพราะเรอัล มาดริด ตอนนี้ก็เก่งมากอยู่แล้ว ต่อให้ไม่เซ็นสัญญากับเอ็มบัปเป้ ทีมก็ยังแกร่งพอที่จะเป็นแชมป์ได้
คำตอบคือ นี่เป็นนักเตะที่เปเรซอยากได้ที่สุด เฝ้าฝันถึงมานานที่สุด อกหักกี่รอบก็ไม่ยอมแพ้ และในที่สุดความพยายามก็เป็นผล เอ็มบัปเป้ ย้ายมาใส่ชุดขาวจริงๆ
นอกจากนั้น การคว้าตัวเอ็มบัปเป้ ยังเป็นการแสดงจุดยืนของเรอัล มาดริด ว่าไม่มีวันพอใจกับทีมที่มีอยู่ แต่จะยกระดับขึ้นเรื่อยๆ เพื่อไมให้มีใครไล่ทัน นี่ล่ะ คือเหตุผลที่พวกเขาเป็นสโมสรอันดับ 1 ของโลกในเวลานี้
โฆษณา