5 มิ.ย. 2024 เวลา 06:24 • การศึกษา

🤔เคยได้ยินคำว่า Back Story และ Flash Back กันใช่มั้ยคะ❓

วันนี้บทความนี้จะมาพูดถึง “เทคนิคการสร้างเรื่องให้มีมิติด้วย Flash Back" แต่ก่อนจะไปดูเทคนิคกัน เรามาเคลียร์ความหมายระหว่างคำสองคำนี้กันก่อน
.
Back Story คือปูมหลังของตัวละคร โดยการคิดปูมหลังให้กับตัวละครต่างๆ นั้นนับเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ตัวละครของเรามีมิติ น่าติดตาม ส่วน Flash Back เป็นวิธีการย้อนอดีตเพื่อเล่าปูมหลังที่เราเซตอัพไว้ และการใช้ Flash Back เข้ามาช่วยเล่าปูมหลัง ก็เป็นวิธีหนึ่งที่น่าสนใจในการให้ข้อมูลกับคนอ่านค่ะ
ในนิยายของเรา หากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเริ่มต้นที่ตรงไหน เราจะนับว่าตรงนั้นคือปัจจุบันของเรื่อง ซึ่งระหว่างที่เรื่องราวดำเนินไป อาจมีการย้อนเล่าไปถึงฉากใดฉากหนึ่งในอดีต ที่เรียกว่า Flash Back เช่น การเล่าเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในช่วงอายุ 10 ขวบของตัวละครที่ปัจจุบันอายุ 25 ปี ซึ่งแฝงไว้ด้วยปูมหลัง (Back Story) สำคัญบางอย่างของตัวละครที่นักเขียนอยากให้ข้อมูลนี้กับผู้อ่าน/ผู้ชม
การเล่าเรื่องด้วย Flash Back ถือเป็นกลวิธีเล่า Back Story ของตัวละครอย่างมีชั้นเชิง ดังนั้นการเล่าฉาก Back Story อาจมีทั้งการกล่าวถึงเพียงสั้น ๆ ก็ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เทคนิคการเล่าแบบ Flash Back เสมอไป แต่หากต้องการใช้เทคนิคการเล่าด้วย Flash Back แอดมินก็มี 4 เทคนิคมาแนะนำค่ะ
1️⃣ ให้ตัวละครย้อนนึกถึงปมในวัยเด็ก 💭
โดยสิ่งที่ย้อนคิดนั้นมีการส่งผลต่อพฤติกรรมหรือชีวิตของตัวละครในปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น…
ตัวเอกที่ดูสุขุม นักเลง แข็งกร้าวเมื่อเห็นคนที่เจรจาด้วยจุดไฟแช็ก กลับตกใจกลัวจนมือสั่น เปลี่ยนบุคลิกไปเหมือนคนละคน ก่อนจะตัดฉากเพื่อย้อนไปถึงเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านของตัวเอกในวัย 12 ปี ตัวเขาถูกช่วยเหลือออกมาจากบ้านโดยนักดับเพลิง แต่พ่อและแม่ของเขากลับเสียชีวิตในกองเพลิง
จากเหตุการณ์นั้นทำให้ตัวเอกมีรอยไฟไหม้ที่บริเวณแขนเป็นทางยาว และกลัวเปลวไฟแม้จะเป็นเพียงการจุดไฟแช็กก็ตาม
เราสามารถเชื่อมเหตุการณ์ปัจจุบันกับอดีตได้โดยให้ตัวละครคิดย้อน แทรกเล่าเหตุการณ์ในอดีต และค่อยตัดกลับมาปัจจุบันอีกครั้ง เพื่อเล่าปมให้นักอ่านรับรู้และเข้าใจในตัวละครมากขึ้น
2️⃣ ให้ตัวละครอ่านสิ่งที่มาจากอดีต 📖
เราจะเคยเห็นบ่อยๆ กับการที่ตัวละครหนึ่งไปเจอเข้ากับรูปภาพ ได้อ่านจดหมาย หรือพบหนังสือที่ถูกบันทึกบางอย่างไว้ แล้วเรื่องถูกตัดฉับไปยังเหตุการณ์ในอดีตนั้น หากเนื้อเรื่องของเรานำพาให้เหมาะที่จะให้ตัวละครได้พบกับเบาะแสบางอย่างผ่านสิ่งของเหล่านี้ เราสามารถที่จะแทรกฉากอดีตเข้าไปโดยไม่ต้องให้ตัวละครอ่านเป็นตัวอักษร หรือคิดในใจ แต่ให้เล่าโดยแทรกฉากในอดีตเหล่านั้นลงไปได้เลยก็จะได้อรรถรสอีกรูปแบบหนึ่งค่ะ
3️⃣ การเผชิญหน้ากับคนในอดีต 🙎🏼‍♂️🙎🏼‍♀️
เคยเป็นมั้ยคะ หลายครั้งการพบหน้าใครสักคนที่ไม่ได้เจอะเจอมานานก็นำพาภาพในอดีตกลับมาในหัวของเราเป็นฉากๆ ราวกับม้วนฟิล์ม เราสามารถนำเทคนิคนี้เข้ามาใส่ในการเขียนได้เช่นเดียวกัน อาจเป็นตัวละครลับหรือใครสักคนที่เคยได้เอ่ยถึงซึ่งมีอดีตร่วมกันจนเกิดเป็นปูมหลังบางอย่างที่มีนัยยะ ทำให้การพบหน้ากันอีกครั้งนำพาเรื่องราวในอดีตช่วงเวลาหนึ่งกลับมาโดยเป็นฉากที่มีเนื้อหาสำคัญที่เป็นความทรงจำที่สำคัญที่สุด รุนแรงและมีผลกับตัวละครหรือมีผลกับเรื่องที่เรากำลังเล่าทั้งหมด
4️⃣ เดจาวู 👁️
ความรู้สึกที่น่าพิศวง เหมือนกับว่าคุณเคยได้ไป ได้เห็น หรือได้ประสบเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งมาแล้ว ทั้งที่สามัญสำนึกแย้งว่ามันเป็นไปไม่ได้ ความรู้สึกแบบนี้เรียกว่า "เดจาวู" (Déjà vu)
เราสามารถใช้อาการที่เราเห็นสิ่งของหรือเหตุการณ์ที่ซ้ำเดิม คุ้นว่าเคยเห็นไปแล้วหรือเกิดขึ้นไปแล้วมาใส่เพื่อเล่าถึงสิ่งที่เราคิดว่าเคยเกิดขึ้นในอดีต แทรกฉากเล่าลงไปเพื่อบอกข้อมูลคนอ่าน หรือบางครั้งภาพยนตร์บางเรื่องก็นำฉากเดจาวูมาใช้เป็นเทคนิคการเล่าชวนให้คนสับสน เพิ่มความรู้สึกให้อยากติดตาม
และนี่ก็เป็นเพียงไอเดียการใช้ Flash Back เพื่อเล่าเรื่องให้มีมิติ ซึ่งขยายมาจากบางส่วนของหนังสือ “5 ขั้นตอนปั้นนิยายฯ” ของ Story BOWL หากเพื่อนๆ คนไหนอยากลองนำไปใช้เพื่อสร้างสีสันให้กับนิยาย/บทของตัวเอง สามารถนำไปทดลองใช้กันได้นะคะ
บทความโดย
วงแหวนดาวเสาร์
อัพสกิลเขียนนิยาย 📚✍ ด้วยหนังสือ...
📘 6 เครื่องมือปั้นเรื่อง : https://shop.line.me/@474ybjiv/product/1002303201
📙 5 ขั้นตอนปั้นนิยาย : https://shop.line.me/@474ybjiv/product/1005336576
E-Book
📘 6 เครื่องมือปั้นเรื่อง : https://www.mebmarket.com/ebook-200319-
📙 5 ขั้นตอนปั้นนิยาย : https://www.mebmarket.com/ebook-262688-
📲 ดาวน์โหลดได้ทั้ง iOS และ Android
โฆษณา