Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลงทุนมั่วๆรวยกี่โมง
•
ติดตาม
11 มิ.ย. 2024 เวลา 00:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ
ว่าด้วยเรื่อง ETF S&P500 ที่ทุกคนรู้จักดี
สวัสดีครับ
วันนี้เราจะมาพูดคุยกันเกี่ยวกับ ETF ที่เป็นที่นิยมอย่าง ETF ที่อ้างอิงดัชนี S&P500 ซึ่งเป็นหุ้น 500 ตัวที่รวมหุ้นหลายกลุ่มอาทิเช่น IT, Consumer Discretionary, Financial, และ Healthcare ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนของหุ้นตามการเปลี่ยนแปลงของตลาด
ในวันนี้เราจะพูดถึง ETF 4 ตัวหลักๆ คือ SPY, IVV, VOO, และ SPLG
เริ่มจากตัวแรก SPY ซึ่งเป็น ETF ที่มีประวัติยาวนานที่สุด มีขนาดใหญ่ที่สุด และเป็นที่นิยม ข้อดีหลักๆ ของ SPY คือมีขนาดกองที่ใหญ่และมีมูลค่าซื้อขายสูง
ต่อไปคือ IVV ซึ่งเป็น ETF ที่เห็นบ่อยในกองทุนอิง S&P500 ในไทย ซึ่งมี Expense Ratio ต่ำเพียง 0.03% (เท่ากับ VOO)
ส่วน VOO มี Expense Ratio ต่ำ และ Tracking Error ที่น้อยมาก เปรียบเทียบกับ SPY เป็นเพียง 0.01% เทียบกับ 0.03%
ในขณะเดียวกัน SPLG มี Expense Ratio ที่ต่ำที่สุดเพียง 0.02% แต่ขนาดกองยังเล็กเมื่อเทียบกับอื่นๆ
เราสามารถเห็นได้ว่าทั้ง 4 ตัว ETF มีการบริหารหุ้นในกองแบบ Full Replication อิงหุ้นทั้ง S&P500 (passive fund) โดยมี Tracking Differrence และ Tracking Error น้อยมาก
เข้าไปเจาะลึกในแง่ของผลตอบแทน, เปรียบเทียบกับ active fund, และระยะเวลาคาดหวังผลกันต่อ
1. ผลตอบแทน (Returns):
- สำหรับ ETF ที่กล่าวไปอย่าง VOO, IVV, SPY, และ SPLG มีแนวโน้มที่ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกัน โดยมักจะตามผลตอบแทนของดัชนี S&P500 อย่างใกล้ชิด
- การลงทุนใน ETF ที่อิงกับ S&P500 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาโดยทั่วไป โดยไม่ต้องเลือกเอาบริษัทหรือกลุ่มหุ้นเอง
เพิ่มเติมเรื่องผลตอบแทนรายปีและความเสี่ยงของ ETF ที่อิงกับ S&P500
- ETF ที่อิงกับ S&P500 มักมีผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว โดยมักจะสามารถให้ผลตอบแทนประมาณ 7-10% ต่อปี
- ค่า Drawdown หมายถึงการลดลงของมูลค่าการลงทุนจากสูงสุดถึงต่ำสุดในระยะเวลาที่กำหนด เป็นตัววัดความเสี่ยงของการลงทุนที่ต้องพบเจอ
ค่า Drawdown ของ ETF ที่อิงกับ S&P500 มักอยู่ในช่วง 40-50% โดยมีค่าสูงสุดที่ประมาณ 55% ในช่วงเวลาที่ตลาดตกต่ำ
2. เปรียบเทียบกับ Active Fund:
ตัวอย่างกองทุน active fund ที่ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ คือ Fidelity Magellan Fund (FMAGX) ซึ่งเป็นกองทุนหลักทรัพย์แบบ large-cap growth ที่มีประวัติยาวนานและมีกำลังซื้อขายสูง
เราจะเปรียบเทียบผลตอบแทนของ ETF VOO กับ Fidelity Magellan Fund (FMAGX) ในระยะเวลา 5 ปี:
- ผลตอบแทนของ ETF VOO: ประมาณ 10% ต่อปี
- ผลตอบแทนของ Fidelity Magellan Fund (FMAGX): ประมาณ 8% ต่อปี
ดังนั้นในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ETF VOO มีผลตอบแทนสูงกว่า Fidelity Magellan Fund (FMAGX) อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งอาจสะท้อนถึงความได้เปรียบจากค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่มีค่าต่ำกว่าและยังแสดงให้เห็นว่าผู้จัดการกองทุนก็ไม่ได้เก่งกว่าตลาดเสมอไป
3. ระยะเวลาคาดหวังผล (Investment Horizon):
- การลงทุนใน ETF ที่อิงกับ S&P500 มักมีการแนะนำให้ลงทุนในระยะยาวนานอย่างน้อย 5-10 ปี เพื่อให้มีโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดีและลดความผันผวนของตลาดในระยะสั้นๆ
ข้อแนะนำเล็กๆน้อยคือ
- ใช้ ETF พวกนี้เป็นพื้นฐานของการลงทุนในต่างประเทศได้ดีมาก พูดง่ายๆคือไม่รู้จะซื้ออะไรก็เอาพวกนี้แหละ
- บางคนอาจจะใช้ S&P500 เป็น Core Port ในการจัดพอร์ต ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีถ้าคุณไม่ต้องการซื้อ VTI หรือ ACWI ซึ่งกระจายทั้งโลก
- เงินบางส่วนจาก Core Port ก็ไปกระจายซื้อหุ้นรายตัวหรือซื้อพวก Thematic ETF แทนเพื่อเพิ่มผลตอบแทน
- Warren Buffett ก็ยังแนะนำให้ลงทุนใน S&P500 เลย และการลงทุนใน Low Cost Fee จะทำให้เงินเติบโตได้ดีกว่าในระยะยาว ดูได้จากตัวอย่างที่ยกไว้ด้านบน
- มีหุ้นในกลุ่ม Wide Moat ที่มีความสามารถในการแข่งขันในอีก 10 ปีข้างหน้าได้สบายๆ
สุดท้ายนี่ไม่ใช่บทความแนะนำการลงทุน เงินคุณเอง ต้องตัดสินใจด้วยตัวเองครับ ไว้พบกันโอกาสหน้า
การลงทุน
วางแผนการเงิน
หุ้น
1 บันทึก
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย