13 มิ.ย. เวลา 00:43 • กีฬา

ความรู้สึกของคนอกหักคงไม่ต่างจากนี้ ต้องใช้เวลาทำใจอีกสักพักจริงๆ กว่าความเจ็บจากฟุตบอลไทยจะคลี่คลาย

ไม่อยากเชื่อ ว่าฟุตบอลจะทำให้เราทุกข์ทรมานได้ขนาดนี้ มันเจ็บใจ เพราะ "แค่ลูกเดียว" แต่คุณต้องรอโอกาสแก้ตัวอีก 4 ปี
เวลามันเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับชาติอื่น เรารู้สึกเสียใจแทนพวกเขา ใครจะมาคิดว่าวันหนึ่งมันจะเกิดขึ้นกับเราเอง
เหตุการณ์โดฮาวิปโยค ในปี 1993 ครั้งนั้นญี่ปุ่นลงเล่นเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย นัดสุดท้ายเจออิรัก ขอแค่ชนะด้วยสกอร์เท่าไหร่ก็ได้จะเข้ารอบทันที หรือถ้าไม่ชนะ อีกสองสนาม ถ้าเกาหลีใต้ ไม่ชนะ เกาหลีเหนือ หรือ ซาอุฯ ไม่ชนะ อิหร่าน ทางญี่ปุ่นก็ยังจะผ่านเข้ารอบเหมือนกัน
ปรากฏว่า ญี่ปุ่นมาโดนอิรักตีเสมอ 2-2 ในนาที 90+1 แล้วผลคู่อื่น เกาหลีใต้ชนะเกาหลีเหนือ 3-0, ซาอุฯ ชนะ อิหร่าน 4-3 เงื่อนไขทุกอย่าง ลงล็อกหมดเลย จนญี่ปุ่นตกรอบแบบช็อก ต้องรอไปอีก 4 ปี
ความเจ็บปวดแสนสาหัสในวันนั้นของญี่ปุ่น ไม่เคยถูกลบเลือนตลอดกาล และมันเป็นแรงผลักดัน ที่ทำให้ญี่ปุ่นสู้อย่างสุดชีวิตในบอลโลกครั้งต่อมา เพราะไม่อยากจะต้องมาช้ำใจแบบนั้นอีกแล้ว
นับจากวันโดฮาวิปโยค จนญี่ปุ่นพลาดไปบอลโลก 1994 จากนั้นมา ญี่ปุ่นได้ไปบอลโลก "ทุกครั้ง" ไม่เคยพลาดอีกเลยจนถึงปัจจุบัน
ผมคิดว่า เกมกับสิงคโปร์เมื่อวาน เราใช้คำว่า "ราชมังวิปโยค" ได้เลย มันคือเกมที่จะอยู่ในความทรงจำของแฟนบอลไปอีกนานมากๆ กับช่องว่างลูกเดียวที่เราทำไม่ได้ กับโอกาสยิงมากถึง 34 ครั้ง
3
พอนกหวีดสุดท้ายของกรรมการดังที่ราชมังฯ ผมพิมพ์ด้วยอารมณ์ว่า "เล่นกันแบบไม่อยากเข้ารอบ" ผมต้องขอโทษด้วยครับ ที่โมโหเกินไป มาย้อนอ่านอีกที มันก็ใจร้ายเกินไปหน่อยจริงๆ ทุกคนก็อยากเข้ารอบนั่นแหละ แต่เพียงมันทำไม่ได้
จบเกม เราเห็นนักบอลร้องไห้ เห็นมาดามแป้งร้องไห้ แม้แต่ผมเองก็แทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ถ้าคุณเป็นคนรักฟุตบอลไทย ไม่มีทางเลย ที่จะไม่เสียใจกับเกมเมื่อวานนี้ พร้อมกับคำถามว่า ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม
- ทำไมศุภชัย ใจเด็ด ดาวซัลโวไทยลีก ถึงเล่นฟอร์มหลุดในเกมสำคัญแบบนี้
- ทำไมศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ทิ้งโอกาสเยอะขนาดนั้น
- ทำไมสารัช อยู่เย็น ยิงจะเข้าอยู่แล้ว แต่บอลกระเด้งไปชนเสาเหลี่ยมใน แต่ก็ยังไม่เข้าอีก
- ทำไมลูกโหม่งที่ธีรศิลป์ แดงดาถนัดที่สุด กลับโหม่งข้ามคานออกไปแบบนั้น
- ทำไมเจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ถึงยิงลูกสุดท้ายไม่เข้า
- ทำไมเราได้เตะมุมสิบกว่าครั้ง ไม่สามารถสร้างโอกาสยิงได้เลยแม้แต่หนเดียว
ทำไม วันที่ทุกอย่างผิดพลาดต้องมาเกิดกับเราวันนี้พอดี ทำไมเกาหลีใต้ฟูลทีม กลับยิงจีนได้แค่ลูกเดียว
1
แล้วทำไม พระเจ้าแห่งโลกฟุตบอล ท่านถึงไม่ปรานีทีมชาติไทยบ้างเลยสักครั้ง
1
สำหรับมาซาทาดะ อิชิอิ ผมไม่โกรธเขา เพราะ 4 เกมที่เขาคุมทีมในฟุตบอลโลก ทำได้ตามเป้าหมายทั้งหมดแล้ว
1
1 แต้มจากเกาหลีใต้ ,ไม่แพ้จีน ที่เสิ่นหยาง และ ชนะสิงคโปร์ในบ้าน เขาทำได้ ในสิ่งที่ควรทำทั้งหมดแล้ว
1
ปัญหาเดียวของอิชิอิ คือเขา "มาช้าเกินไป" ความพ่ายแพ้ในบ้านนัดแรกกับจีน มันสาหัสเกินกว่าจะแก้ไขได้ทัน
เรื่องนี้ก็เป็นบทเรียนให้เราทุกคนได้รู้ว่า ในเกมระดับฟุตบอลโลก แค่ 1 เกมก็พลาดไม่ได้ เราต้องใช้เฮดโค้ชที่เก่งที่สุดเท่านั้น ออกสตาร์ตตั้งแต่แมตช์เดย์แรกเลย
สมมุติ ถ้าสมาคมฯ ปลดมาโน่ โพลกิ้งออก ตั้งแต่พลาดแชมป์คิงส์คัพ หรือ ตั้งแต่แพ้จอร์เจีย 8-0 แล้วตั้งอิชิอิทันที ผมก็นึกไม่ออกจริงๆ ว่าเราจะแพ้จีนคาบ้านได้อย่างไร และถ้าเราไม่แพ้จีนเกมแรกสุด เราจะคอนโทรลชะตาชีวิตของตัวเองได้ดีกว่านี้
ไม่แปลกหรอกครับ ที่ใครๆ ก็จะกล่าวถึงมาโน่ แต่ในอีกมุม ผมเห็นด้วยกับที่ พี่บับเบิ้ล ยิ่งรัก รักษ์สุวรรณ ได้แสดงทรรศนะเอาไว้ ว่า "การเตรียมทีมสุดท้ายของมาโน่ ก่อนเข้าสู่ฟุตบอลโลก (เจอจีนในบ้าน) คือต้องไปเตะฟีฟ่าเดย์ กับจอร์เจีย และ เอสโตเนีย แต่ครั้งนั้นสภาพทีมชาติไทยคืออุบาทว์มาก สโมสรใหญ่ไม่ปล่อยผู้เล่นตัวหลัก ทีมต้องพยายามหานักเตะให้ครบเพื่อขึ้นเครื่องไปแข่งตามโปรแกรมที่ล็อกเอาไว้"
"ถามว่าผู้หลัก ผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องวันนั้นหายหัวไปไหนกันหมด หรือบริหารจัดการยังไงถึงเป็นแบบนั้น มาโน่จะหมูหรือไม่ ก็แล้วแต่มุมมอง แต่การบริหารจัดการทีมชาติ ณ วันนั้น คือหมูตู้มากๆ"
มาโน่ อาจจะทำพลาดที่แพ้จีนก็จริง แต่สมาคมในยุค พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ก็ไม่ได้ซัพพอร์ทอย่างดีพอด้วย เกมเตรียมตัวนัดสุดท้ายก่อนเจอจีน แต่ไม่มีนักเตะจริงๆ ให้เขาทดลองใช้ คือไม่รู้สมาคมทำงานกันยังไง ถึงปล่อยให้เละเทะได้ขนาดนั้น ดังนั้นการแพ้จีนคาบ้าน จะไปด่ามาโน่คนเดียวก็คงไม่ถูกนัก
2
ตัดกลับมาในปัจจุบัน ถามว่าอิชิอิ ทำงานได้ถูกใจ 100% หรือเปล่า คงไม่ใช่อย่างนั้น มันก็มีหลายอย่างที่ผมรู้สึกขัดใจบ้าง อันนี้ปฏิเสธไมได้
ก่อนประกาศตัว ในเกมเจอจีน และสิงคโปร์ ผมเขียนไว้ว่า "เอกนิษฐ์ ปัญญา ควรมีชื่อติดทีมชาติ" แม้จะมีดราม่ามากมาย และ ผมเองก็เคยถล่มเอกนิษฐ์ไว้พอควร แต่ผมมองว่า ฟุตบอลโลกสำคัญที่สุด เราจำเป็นต้องมีนักเตะที่เก่งที่สุดมาร่วมทีมด้วย มันไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเล็กคิดน้อย
1
ถ้ามีนักเตะระดับเจลีก อีกสักคนในทีมของเรา บางทีช่องว่าง 1 ลูก เราอาจจะทำได้ไปแล้ว คือถ้าเราพูดแบบแฟร์ๆ ฝีเท้าของเอกนิษฐ์ที่อยู่อุราวะ เรดส์ จะด้อยกว่าอนันต์ ยอดสังวาลย์ ที่ติดทีมชุดนี้ได้อย่างไร
อีกอย่างที่ผมขัดใจเช่นกัน คือ การไม่เรียกโจนาธาร เข็มดี ติดทีมชาติ คืออิชิอิให้เหตุผลว่า 'อยากใช้งานคนที่คุ้นเคย ไม่อยากเปลี่ยนทีมมาก' แต่มันใช่หรอ? ในเมื่อเขาก็ไม่เคยใช้ธนบูรณ์ เกษารัตน์มาก่อน แต่ก็ยังเรียกติดทีม
นักเตะที่เก่งที่สุด ต้องถูกเรียกตัวในเกมสำคัญที่สุดอย่างฟุตบอลโลก นี่คือหลักการที่เรียบง่าย และชัดเจน
โจนาธารเป็นกองหลังติดทีมยอดเยี่ยมไทยลีก ประจำฤดูกาลที่ผ่านมาแท้ๆ แต่เรากลับไม่ใช้งานเขา ทั้งๆ ที่พรรษา เหมวิบูลย์ก็เจ็บ แล้วไปเดิมพันกับกฤษฎา กาแมน ที่แทบไม่ได้เล่นเซ็นเตอร์แบ็กเลย ทั้งฤดูกาล มันใช่เรื่องหรอ
ถ้ามีโจนาธาร ที่สูง 190 ซม. เราอาจเปลี่ยนลูกเตะมุม 13 ครั้ง ในเกมกับสิงคโปร์ให้เป็นประตูได้สักลูก หรือเราอาจป้องกัน ประตูในเกมเจอจีน หรือ สิงคโปร์ได้
ในฟุตบอลทีมชาติ ถ้านักเตะดาวรุ่งคนไหนฟอร์มดี เขาก็จะเรียกตัวติดทีมเลย อย่างโคล พาล์มเมอร์ ตอนเล่นดีกับเชลซี ก็ถูกแกเร็ธ เซาธ์เกต เรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ทันที
โคล พาล์มเมอร์ ถูกเรียกติดทีมชาติครั้งแรก คือยูโร รอบคัดเลือกนะครับ เป็นเกมทางการ ไม่ใช่เกมกระชับมิตร จะเห็นว่าโค้ชบ้านเขา กล้าที่จะส่งนักเตะฟอร์มดีในลีกลงเล่นทีมชาติทันที เดี๋ยวเรื่องความสามัคคีใดๆ นักเตะมันก็ปรับจูนกันได้เอง
แล้วเคสของโจนาธารครั้งนี้ อยากถามอิชิอิว่าคุณจะไปรออะไรล่ะครับ ไปดูทีมชาติทั่วโลก ใครฟอร์มดี ก็ต้องเรียกมาติดเลย มันไม่ได้ซับซ้อนอะไร
แต่เอาล่ะ ต้องเข้าใจว่าอิชิอิไม่เคยคุมทีมชาติมาก่อน ใครมันจะทำทุกอย่างได้เพอร์เฟ็กต์หมด
แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ เพราะใดๆ ก็ตาม เรื่องที่ขัดใจ มีน้อยกว่าเรื่องที่ถูกใจเยอะ อิชิอิทำสิ่งดีๆ เอาไว้มากกว่านั้น ใครจะไปเชื่อ ว่าเราจะบุกไปยันเสมอเกาหลีใต้ได้ถึงกรุงโซล นี่เป็นผลงานมาสเตอร์พีซ ที่คงไม่ถูกลืมไปอีกนาน
สำหรับสเต็ปต่อไปของทีมชาติไทย คือ "การถ่ายเลือด" ยุคสมัยของธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร บุญมาทัน, พรรษา เหมวิบูลย์ และ สารัช อยู่เย็น น่าจะจบลงตรงนี้
หมุดหมายที่สำคัญของไทย อยู่ในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือปี 2027 เพราะจะมีโปรแกรมใหญ่ ได้แก่ เอเชียนคัพ (มกราคม 2027) และ ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก (พฤศจิกายน 2027)
ดังนั้นใน Gap สามปี นับจากวันนี้ คือการสร้างทีมใหม่ขึ้นมา คือแน่นอน เราคงมี สุภโชค, ศุภณัฏฐ์, ศุภชัย, ปรเมศย์, เจริญศักดิ์, มิคเคลสัน และ ปฏิวัติ เป็นแกนหลักของทีมต่อจากนี้ แต่ก็จำเป็นต้องหาตัวผู้เล่นในตำแหน่งอื่นๆ มาสอดแทรก ให้แข็งแกร่งครบทั้ง 11 ตำแหน่งด้วย
นักเตะจากชุด u-23,โจนาธาร, จู๊ด เบลล์, เอราวัณ กานิเยร์ ระหว่างนี้ ก็ค่อยๆ ผลักดันผู้เล่นเหล่านี้ ให้หลอมรวมกับนักเตะที่ติดทีมอยู่แล้ว
1
อิชิอิควรจะสร้างทีม บนพื้นฐานว่า "อีก 3 ปีข้างหน้า" นักเตะคนนี้ ก็ยังพร้อมจะลงเล่นให้ทีมชาติอยู่ ถ้านักเตะคนไหน ถ้าเขาไม่คิดจะใช้งานในอีก 3 ปีข้างหน้า ก็ไม่ต้องเรียกมาแล้ว
1
สำหรับโปรแกรมของทีมชาติไทย เมื่อตกรอบฟุตบอลโลก ก็แทบไม่เหลือโปรแกรมอะไรให้เล่นอีก เราจะมีสล็อตเวลาเหลือว่างมากๆ ซึ่งทางสมาคม ก็ต้องไปเจรจาหาทีมมาอุ่นเครื่องกันไปในฟีฟ่าเดย์ เพื่อเก็บคะแนนไปเรื่อยๆ
1
สำหรับเป้าหมายสเต็ปต่อไป ที่ไทยควรจะมองคือ
1- ศึกชิงแชมป์อาเซียน AFF(พฤศจิกายน - ธันวาคม 2024)
ผมทราบว่าหลายคนเบื่อรายการนี้แล้วแต่ในเมื่อเราตกรอบฟุตบอลโลกไปแล้ว นี่คงเป็นแค่อีเวนต์เดียว ที่ทำให้อิชิอิ ได้เตรียมความพร้อมในเกมการแข่งจริง ก่อนเอเชียนคัพ รอบคัดเลือกจะมาถึง ได้ทดลองตัวใหม่ๆ ดาวรุ่งหน้าใหม่
นอกจากนั้น อิชิอิ ยังจะได้เรียนรู้ฟุตบอลระดับอาเซียนมากขึ้น เพราะถ้าอนาคตจับสลากมาเจอทีมแบบสิงคโปร์ในฟุตบอลโลกอีก คราวนี้ เขาอาจรับมือขึ้นได้ดีกว่านี้อีก
2- เอเชียนคัพ รอบคัดเลือก (มีนาคม 2025 - มีนาคม 2026)
เอเชียนคัพ รอบสุดท้าย จะมีทีมแข่งทั้งหมด 24 ทีม โดย 18 ทีมที่ได้เข้ารอบฟุตบอลโลก ก็ยึดโควต้าโดยอัตโนมัติไปแล้ว ส่วนประเทศอื่นๆ รวมทั้งไทย ต้องมาแย่งชิง 6 โควต้าที่เหลือ
ไทยจะได้อยู่ โถ 1 ในรอบคัดเลือกที่ว่านั้น เราจะต้องลงเล่น เหย้า-เยือน กับทีมเกรดรองๆ ลงไป เช่น บังกลาเทศ, เยเมน, เติร์กเมนิสถาน, ลาว, สิงคโปร์, มัลดีฟส์ ฯลฯ แล้วแต่ว่าจะจับสลากเจอใคร
เอเชียนคัพ รอบคัดเลือก จะมีทั้งหมด 6 เกม มันมีคำศัพท์หนึ่งคือ เป็นช่วง "ฟาร์มแต้มฟีฟ่า" เพราะถ้าเราเก็บชัยชนะได้หมด (ซึ่งก็เป็นไปได้ เพราะคู่แข่งล้วนมีฝีเท้าเป็นรองเรา) จะทำให้แต้มฟีฟ่าพุ่งทะยานเลยทีเดียว เพราะนี่คือรายการ ที่มีตัวคูณ มากกว่าเกมกระชับมิตรปกติ
ถ้าเราได้แต้มฟีฟ่าเยอะๆ ก็จะกระโดดมาอยู่ 1 ใน 18 ของโซนเอเชียได้ และเราจะได้ขึ้นมาอยู่โถ 2 หมายความว่า การจับสลากบอลโลกครั้งต่อไป งานเราก็จะเบาลง ไม่ต้องเจอของแข็งเกินควร เหมือนอย่างหนนี้อีก
------------------------
การตกรอบฟุตบอลโลกครั้งนี้ของไทย คงต้องใช้เวลาเยียวยาใจกันอีกนาน
ทุกคนเจ็บปวดครับ แทนที่ฟีฟ่าเดย์รอบต่อไป เราจะได้เจอกับญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, ซาอุฯ ตอนนี้เราก็จะอยู่ว่างๆ ไม่มีโปรแกรมเล่น ก็ต้องหาทีมชาติที่ว่างเหมือนกัน มาเตะกระชับมิตรกันไป
ถ้าเข้ารอบ กระแสฟุตบอลไทยก็จะพุ่งทะยาน บรรยากาศต่างๆ จะดีหมด แต่ในเมื่อมันไม่เป็นอย่างนั้น ก็คงทำได้แต่นับหนึ่งใหม่อีกครั้ง
บอลโลกครั้งนี้ สำหรับไทย มันจบแล้วครับ แม้จะเจ็บแค่ไหน ก็จำเป็นต้องมูฟออน และเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด ก่อนที่รอบคัดเลือกครั้งต่อไป ในอีก 3 ปีข้างหน้าจะมาถึง
อีก 3 ปีข้างหน้า สมาคมก็ยังเป็นยุคสมัยของมาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำอยู่ คราวนี้มีเวลามากมายให้เธอเตรียมพร้อม จัดโปรแกรมลีก ให้เอื้อกับทีมชาติ ทั้งชุดใหญ่ และชุดเยาวชน ไม่ต้องเกิดเหตุการณ์ชุลมุนแบบที่ผ่านๆ มาอีก
ในครั้งนี้ ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง ก็ต้องยอมรับมัน และเชื่อมั่นเข้าไว้ว่า ทีมชาติไทยของเราต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้
ถ้าเราเก่งขึ้น เตรียมตัวดีขึ้น ช่องว่าง "แค่ลูกเดียว" เราอาจก้าวข้าวผ่านมันได้ และขยับเข้าใกล้ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมากขึ้น ในสักวัน
#GoodbyeWorldcup
โฆษณา