16 มิ.ย. เวลา 07:46 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย พัทลุง

การเรียนออนไลน์ มีข้อดี และข้อเสียอย่างไร

การเรียนด้วยระบบประชุมออนไลน์ (Online Meeting System) มีข้อดีและข้อเสียดังนี้:
ข้อดี
1. ความสะดวกสบาย ผู้เรียนสามารถเรียนจากที่ใดก็ได้ที่มีอินเทอร์เน็ต ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังสถานที่เรียน.
 
2. ยืดหยุ่นเวลา สามารถเข้าชั้นเรียนได้ตามเวลาที่สะดวก บางครั้งสามารถเรียนย้อนหลังก็ได้หากพลาดการเรียนสด.
3. การประหยัดค่าใช้จ่าย ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปเรียน.
4. เข้าถึงทรัพยากรการเรียนรู้ ผู้เรียนสามารถเข้าถึงสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น วิดีโอ บทความ และสื่อการสอนออนไลน์อื่น ๆ.
5. การพัฒนาทักษะทางเทคโนโลยี ผู้เรียนจะได้ฝึกทักษะการใช้เทคโนโลยีและโปรแกรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนออนไลน์.
ข้อเสีย
1. การขาดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม การเรียนออนไลน์อาจทำให้ผู้เรียนรู้สึกเหงาหรือขาดการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ และครูบาอาจารย์.
2. ความยากในการจัดการเวลา บางครั้งผู้เรียนอาจมีปัญหาในการบริหารจัดการเวลา ทำให้ต้องเลื่อนการเรียนหรือไม่สามารถเข้าชั้นเรียนได้ตามเวลา.
3. ปัญหาทางเทคนิค ความไม่เสถียรของอินเทอร์เน็ต ปัญหาเกี่ยวกับโปรแกรมการประชุมออนไลน์ หรือปัญหาทางเทคนิคอื่น ๆ สามารถขัดขวางการเรียนรู้ได้.
4. ขาดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม บางครั้งสถานที่เรียนที่บ้านหรือที่อื่น ๆ อาจไม่มีความสงบหรือไม่มีอุปกรณ์ที่เหมาะสมในการเรียน
5. การมีส่วนร่วมต่ำ การเรียนออนไลน์อาจทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมน้อยลงเมื่อเทียบกับการเรียนแบบพบหน้ากัน ทำให้มีการสื่อสารน้อยลง.
การเรียนด้วยระบบประชุมออนไลน์มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ผู้เรียนควรเตรียมตัวและปรับตัวให้เหมาะสมเพื่อให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
เรียนกันบนคอมพิวเตอร์ ได้จากทุกที่ ห้องเรียนขนาดใหญ่
ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันหลายตัวที่ใช้ในการประชุมออนไลน์และการเรียนการสอนออนไลน์ นี่คือบางแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยม:
1. Zoom เป็นแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับการประชุมออนไลน์ รองรับการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก มีฟีเจอร์หลากหลาย เช่น การแบ่งห้องย่อย (Breakout Rooms) การแชร์หน้าจอ และการบันทึกการประชุม.
2. Microsoft Teams เป็นส่วนหนึ่งของ Microsoft 365 ที่รวมการแชท การประชุมออนไลน์ และการทำงานร่วมกันในเอกสารเดียว รองรับการใช้งานในองค์กรและการศึกษา.
3. Google Meet แอปพลิเคชันจาก Google ที่เชื่อมต่อกับ Google Workspace (เดิมชื่อ G Suite) ใช้งานง่ายและมีการบูรณาการกับบริการอื่น ๆ ของ Google เช่น Google Calendar และ Google Drive.
4. Cisco Webex ใช้สำหรับการประชุมออนไลน์ การจัดสัมมนา และการเรียนการสอน มีฟีเจอร์ที่รองรับการทำงานในองค์กรใหญ่ เช่น การจัดการผู้เข้าร่วม การแชร์ไฟล์ และการบันทึกการประชุม.
5. Skype แม้จะได้รับความนิยมน้อยลง แต่ยังคงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการประชุมและการเรียนการสอนออนไลน์ โดยเฉพาะสำหรับการใช้งานส่วนบุคคลและกลุ่มขนาดเล็ก.
6. Slack แม้จะเน้นที่การแชทในทีม แต่ก็มีฟีเจอร์การประชุมออนไลน์แบบวีดีโอคอลที่สามารถใช้ได้ในกรณีที่ต้องการการประชุมแบบสั้นๆ ภายในทีม.
7. BlueJeans เป็นแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมในการประชุมออนไลน์ มีความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์การประชุมหลายชนิด และมีฟีเจอร์การบันทึกและการแชร์หน้าจอ.
8. BigBlueButton แอปพลิเคชันโอเพนซอร์สที่ออกแบบมาเพื่อการเรียนการสอนออนไลน์ มีฟีเจอร์ที่เหมาะสมสำหรับการจัดชั้นเรียน เช่น กระดานไวท์บอร์ดเสมือน การแชร์หน้าจอ และการบันทึกการเรียน.
9. Jitsi Meet แอปพลิเคชันโอเพนซอร์สที่ใช้งานฟรีและง่ายต่อการติดตั้งและใช้งาน ไม่มีข้อจำกัดในการใช้งานพื้นฐาน และสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ.
10. Discord เดิมทีออกแบบสำหรับการสื่อสารในกลุ่มเกมเมอร์ แต่ปัจจุบันมีการนำมาใช้ในการประชุมออนไลน์และการเรียนการสอนมากขึ้น รองรับการสนทนาด้วยเสียง วิดีโอ และการแชร์หน้าจอ.
การเลือกใช้แอปพลิเคชันใดขึ้นอยู่กับความต้องการและฟีเจอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณมากที่สุด
อุปกรณ์ เพียง คอมพิวเตอร์ + Internet
การใช้แอปพลิเคชันสำหรับการประชุมออนไลน์และการเรียนการสอนออนไลน์มีค่าใช้จ่ายที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับฟีเจอร์และการใช้งาน ต่อไปนี้คือรายละเอียดของค่าใช้จ่ายของแอปพลิเคชันยอดนิยม:
Zoom
- ฟรี การประชุมสูงสุด 100 คน จำกัดเวลา 40 นาทีต่อการประชุมแบบกลุ่ม
- Pro $14.99 ต่อเดือน ต่อโฮสต์ (การประชุมไม่จำกัดเวลา)
- Business $19.99 ต่อเดือน ต่อโฮสต์ (สำหรับองค์กรที่มีผู้ใช้มากกว่า 10 คน)
- Enterprise ติดต่อเพื่อขอราคา (สำหรับองค์กรขนาดใหญ่)
Microsoft Teams
- ฟรี การประชุมสูงสุด 100 คน
- Microsoft 365 Business Basic $6 ต่อเดือน ต่อผู้ใช้
- Microsoft 365 Business Standard $12.50 ต่อเดือน ต่อผู้ใช้ (รวมฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น Office apps)
- Office 365 E3 $20 ต่อเดือน ต่อผู้ใช้ (สำหรับองค์กรขนาดใหญ่)
Google Meet
- ฟรี การประชุมสูงสุด 100 คน จำกัดเวลา 60 นาที
- Google Workspace Essentials $8 ต่อเดือน ต่อผู้ใช้ (การประชุมสูงสุด 150 คน)
- Google Workspace Business Standard $12 ต่อเดือน ต่อผู้ใช้ (การประชุมสูงสุด 150 คน พร้อมฟีเจอร์เพิ่มเติม)
- Google Workspace Enterprise ติดต่อเพื่อขอราคา (สำหรับองค์กรขนาดใหญ่)
Cisco Webex
- ฟรี การประชุมสูงสุด 100 คน จำกัดเวลา 50 นาที
- Starter $13.50 ต่อเดือน ต่อโฮสต์ (การประชุมสูงสุด 150 คน)
- Business $26.95 ต่อเดือน ต่อโฮสต์ (การประชุมสูงสุด 200 คน)
- Enterprise ติดต่อเพื่อขอราคา (การประชุมขนาดใหญ่)
Skype
- ฟรี การประชุมสูงสุด 100 คน ไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับฟีเจอร์พื้นฐาน
- Skype for Business ขณะนี้ Skype for Business ได้รวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Microsoft Teams
Slack
- ฟรี การแชทแบบข้อความและการสนทนาวิดีโอแบบ 1:1
- Pro $6.67 ต่อเดือน ต่อผู้ใช้ (การประชุมวิดีโอในกลุ่มขนาดเล็ก)
- Business $12.50 ต่อเดือน ต่อผู้ใช้
- Enterprise Grid ติดต่อเพื่อขอราคา
BlueJeans
- Standard $9.99 ต่อเดือน ต่อโฮสต์ (การประชุมสูงสุด 50 คน)
- Pro $13.99 ต่อเดือน ต่อโฮสต์ (การประชุมสูงสุด 75 คน)
- Enterprise ติดต่อเพื่อขอราคา (การประชุมขนาดใหญ่)
BigBlueButton
- ฟรี โอเพนซอร์ส สามารถติดตั้งและใช้งานได้ฟรีบนเซิร์ฟเวอร์ของคุณเอง
- **โฮสต์โดยผู้ให้บริการ**: อาจมีค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการที่เลือก
Jitsi Meet
- ฟรี โอเพนซอร์ส สามารถใช้งานได้ฟรีผ่านเว็บไซต์ของ Jitsi หรือติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ของคุณเอง
- Jitsi as a Service (JaaS) มีบริการโฮสต์แบบเสียค่าใช้จ่าย ขึ้นอยู่กับแผนที่เลือก
Discord
- ฟรี การสนทนาด้วยเสียงและวิดีโอ การแชทแบบข้อความ
- Discord Nitro $9.99 ต่อเดือน (เพิ่มฟีเจอร์พิเศษ เช่น การอัปโหลดไฟล์ขนาดใหญ่)
ค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้ให้บริการและแผนการใช้งานที่เลือก ควรตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขจากเว็บไซต์ของแต่ละแอปพลิเคชันเพื่อข้อมูลที่อัปเดตล่าสุด
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Chat GPT ครับ
โฆษณา