21 มิ.ย. เวลา 12:23 • กีฬา

การกลับมาของก็องเต้ นักเตะที่ใครๆ ก็เกลียดไม่ลง

ในโลกของฟุตบอล จะมีผู้เล่นบางคนที่ใครๆ ก็เกลียดไม่ลง ซึ่งเอ็นโกโล่ ก็องเต้ คือหนึ่งในนั้น
เรื่องฝีเท้าในสนาม ก็องเต้ คือมิดฟิลด์ตัวรับที่ยอดเยี่ยมแห่งยุคสมัย เขาคว้ามาหมดแล้ว ทั้งแชมป์โลก, แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ แชมป์พรีเมียร์ลีก
แบ็กกราวน์สั้นๆ ของก็องเต้ ต้องย้อนกลับไปในปี 2015 เลสเตอร์ ซิตี้ ซื้อตัวมาจากสโมสรก็อง ในฝรั่งเศสด้วยค่าตัว 5.6 ล้านปอนด์ โดยเอามาแทนที่ของเอสเตบัน คัมเบียสโซ่ ที่หมดสัญญากับสโมสร
ตอนแรก เคลาดิโอ รานิเอรี่ ไม่ต้องการได้ตัวก็องเต้ โดยบอกว่า "เขาตัวไม่ใหญ่พอ คือผมจะเอานักเตะสูง 168 เซนติเมตรไปทำไม" แต่สุดท้าย สตีฟ วอลช์ หัวหน้าแมวมองของเลสเตอร์ เกลี้ยกล่อมรานิเอรี่ว่า นี่เป็นนักเตะที่ไม่ธรรมดา เป็นคนที่แย่งบอลจากเท้าคู่แข่งได้อันดับ 1 ในลีกเอิง (176 ครั้ง) และ ตัดลูกส่งของคู่แข่งได้มากที่สุด (106 ครั้ง) ดังนั้นจึงดีพอที่จะย้ายมาเลสเตอร์
รานิเอรี่ฟังเหตุผลแล้วตอบตกลง เลสเตอร์จึงเซ็นก็องเต้มาอยู่ด้วย ซึ่งผลลัพธ์ต่อจากนั้น ทุกคนก็น่าจะจำกันได้ ก็องเต้ กลายเป็นมิดฟิลด์คนสำคัญ ที่พาเลสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกประวัติศาสตร์ได้ในฤดูกาล 2015-16
จากนั้นก็องเต้ย้ายมาเชลซี ช่วยให้ทีมได้แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอย่างสวยงาม ซึ่งในเกมนัดชิงปี 2021 ก็องเต้ลงเล่นเป็นตัวจริง ครบ 90 นาที ช่วยเชลซี ชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0
ขณะที่กับทีมชาติฝรั่งเศส เขาติดทีมในยุคดิดิเยร์ เดส์ช็องส์ และสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้ตลอด เป็นคีย์แมนในแผงมิดฟิลด์ที่ทีมจะขาดไม่ได้ คือถ้าเกิดไม่มีก็องเต้ ฝรั่งเศสอาจจะก้าวไปไม่ถึงแชมป์โลกในปี 2018 ก็ได้
เรื่องในสนามทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าก็องเต้เก่ง แต่สิ่งที่ผู้คนชอบเขามากกว่านั้น คือ นิสัยส่วนตัว
ก็องเต้เป็นคนมีมารยาท ถ่อมตัว ขี้อาย ติดดิน แถมยังเข้าถึงง่าย เอาเป็นว่า เวลาคนพูดถึงเขา ยังหาแง่ร้ายไม่เจอ
มีเหตุการณ์หนึ่งที่น่าประทับใจมากๆ และถูกพูดถึงอยู่เสมอ เรื่องนี้เกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2018 สำนักข่าวแดร์ สปีเกลของเยอรมนี ออกมา "แฉ" เรื่องลับๆ ของก็องเต้
คือปกติการโดนแฉ จะเป็นการเอาเรื่องไม่ดีที่นักบอลทำไว้ มาเผยแพร่ให้สาธารณชนได้รู้ แต่เคสของก็องเต้นั้นสลับด้านกัน
ช่วงที่ย้ายไปเชลซีใหม่ๆ เอเยนต์ส่วนตัวของก็องเต้ วางแผนจะประหยัดการเสียภาษี ดังนั้นจึงมีไอเดียจะส่งรายได้ของก็องเต้ ไปที่ แหล่งหลบภาษี (Tax Haven) เช่น หมู่เกาะเคย์แมน หรือ เกาะบริติช เวอร์จิ้น หาทางเลี่ยงภาษีให้ได้มากที่สุด
ถ้าหากก็องเต้ยอมทำตาม จะทำให้เขาประหยัดเงินค่าเสียภาษีได้อย่างน้อยปีละ 870,000 ปอนด์ ซึ่งเป็นเงินจำนวนมหาศาล และนักกีฬาหลายคนก็ใช้วิธีการหลบภาษีแบบนี้
อย่างไรก็ตาม ก็องเต้เป็นคนยืนยันว่า แบบนั้นไม่เอา เขาไม่อยากจ่ายภาษีน้อยลงโดยใช้ช่องว่างของกฎหมาย แต่ขอจ่ายเงินภาษีเต็มๆ ให้รัฐบาลอังกฤษเอาไปพัฒนาประเทศต่อไปดีกว่า
คือมีนักบอลหลายคน ที่ใช้วิธีหลบเลี่ยงภาษี เช่นลีโอเนล เมสซี่ ระหว่างช่วงปี 2007-2009 จนกลายเป็นคดีความกันใหญ๋โต จริงๆ เมสซี่ต้องโทษจำคุก 21 เดือน แต่ศาลให้รอลงอาญาไว้ก่อน
ก็องเต้ไม่อยากให้เกิดดราม่าแบบนั้น เขาอยากทำทุกอย่าง ให้โปร่งใส แบบตรงไปตรงมา ก็เลยจ่ายภาษีกันตรงๆ เลย สรุปคือในปีภาษี 2018 ก็องเต้จ่ายเงินภาษีให้รัฐไป 6.7 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เยอะมาก แต่เขาก็ยินดีที่จะจ่าย
แบลส มาตุยดี้ เพื่อนร่วมทีมชาติฝรั่งเศสบอกว่า "ผมไม่เซอร์ไพรส์เลย เพราะเอ็นโกโล่คือคนที่เพอร์เฟ็กต์ เขาไม่เคยโกงใคร อาจจะมีนิดหน่อยตอนเล่นไพ่กับพวกเรา"
3
ในปีนั้น สื่ออังกฤษก็แซวว่า บริษัท อะเมซอน ของสหรัฐฯ ที่มาทำธุรกิจในอังกฤษ จ่ายภาษีแค่ 1.7 ล้านปอนด์เท่านั้นเอง ทั้งๆ ที่ได้กำไรมหาศาล ขณะที่ก็องเต้ จ่ายภาษีตั้ง 6.7 ล้านปอนด์ ทั้งๆ ที่มีรายได้เพียง 15 ล้านปอนด์ต่อปีเท่านั้น เห็นกันได้ชัดเลยว่า ก็องเต้ "ใจ" ขนาดไหน
อีกหนึ่งเหตุการณ์คลาสสิค เกิดขึ้นในเดือนกันยายน 2018 ก็องเต้ลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีก ช่วยเชลซี ชนะ คาร์ดิฟฟ์ไป 4-1 พอแข่งเสร็จคืนนั้นก็องเต้จะกลับฝรั่งเศส ก็เลยเตรียมขึ้นรถไฟยูโรสตาร์ ที่สถานีเซนต์แพนคราส ในกรุงลอนดอน
ปรากฎว่า ก็องเต้ไปไม่ทัน รถไฟออกไปแล้ว เขาเลยตัดสินใจไปทำละหมาดที่มัสยิดแถวๆ คิงส์ครอส ซึ่งอยู่ละแวกนั้นพอดี ทีนี้พอละหมาดเสร็จ ก็ไปเจอกับแฟนบอลอาร์เซน่อลที่อยู่ในมัสยิดนั้น ชื่อ จาลิล แล้วไม่รู้จาลิลคิดยังไง ชวนก็องเต้มาเที่ยวบ้าน ปรากฏว่าก็องเต้ตอบตกลง แบบงงๆ
จาลิล เล่าเรื่องนี้ว่า "ผมไปมัสยิดตอนเย็นวันเสาร์ คือในธรรมเนียมอิสลามเราจะสอนกันว่า ให้เชิญแขกของคุณมากินข้าวที่บ้านเรา ผมก็เลยลองถามเขาดู เขาดันตอบตกลง โดยบอกว่า เมื่อตกรถไฟแล้ว ก็ไม่มีอะไรทำนอกจากจะกลับบ้าน จำได้ว่าวันนั้นเรากินแกงกะหรี่ไก่ และเขาก็ดื่มชาด้วยถ้วยนึง"
"จากนั้นเราเล่นเกมฟีฟ่ากัน เขาเอาชนะเราได้ทุกคน แล้วเราก็นั่งดูแมตช์ ออฟ เดอะ เดย์ด้วยกันอีกต่างหาก มันเป็นค่ำคืนที่ดีมากๆ เลย"
ปกตินักฟุตบอลจะเข้าถึงยาก ยิ่งระดับก็องเต้ ที่ได้แชมป์โลกมาแล้ว นึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะติดดินได้ขนาดนี้ แต่มันก็เกิดขึ้นจริงๆ โดยจาลิลมีหลักฐานเป็นรูปถ่ายกับก็องเต้มากมายในคืนนั้น ซึ่งในภายหลังสโมสรเชลซีก็ออกมายอมรับว่าเป็นเรื่องจริง ก็องเต้ไปเที่ยวบ้านแฟนบอลใครก็ไม่รู้ ที่เพิ่งรู้จักกันในวันนั้น
ก็องเต้ เล่นฟุตบอลอย่างมีความสุข และเป็นที่รักของคนรอบข้างเสมอมา อย่างไรก็ตาม มีปัญหาหนึ่งอย่างเกิดขึ้นกับเขา นั่นคือได้รับบาดเจ็บรุนแรง บริเวณแฮมสตริง ต้องพักการเล่นฟุตบอลไป 6 เดือนเต็ม ในช่วงเดือนสิงหาคม 2022
อาการเจ็บครั้งนั้น ทำให้เขาหลุดจากทีมชาติฝรั่งเศส ชุดฟุตบอลโลกที่กาตาร์ และตลอดฤดูกาล 2022-23 ได้เล่นแค่ 7 นัดเท่านั้นในเกมลีก
เข้าสู่เดือนมิถุนายน 2023 หลังจากหมดสัญญากับเชลซี ก็องเต้ตัดสินใจเซ็นสัญญากับอัล-อิตติฮัด ทีมในลีกซาอุดิอาระเบีย
หลายคนมองว่าเมื่อก็องเต้ย้ายไปลีกซาอุฯ คงไม่หวังจะติดทีมชาติอีกแล้ว คงกะจะไปโกยเงินในช่วงปลายอาชีพเพียวๆ
คือไม่รู้ว่าก็องเต้คิดอย่างไร แต่การย้ายมาซาอุฯ ดันเป็นเรื่องดี เพราะด้วยความที่คุณภาพของลีกไม่หนักเกินไป ทำให้ก็องเต้ สามารถลงสนามได้อย่างต่อเนื่อง เขาได้เล่นเยอะกว่าปีก่อนมาก ทำให้มีแมตช์ฟิตเนสที่ดีขึ้น
ตลอดฤดูกาล 2023-24 ก็องเต้ เล่นให้อัล-อิตติฮัด ไป 30 เกม ในเกมลีก จากทั้งหมด 34 เกม เขาแข็งแรงขึ้น วิ่งได้นานขึ้น และไม่ได้รับบาดเจ็บอีกเลย จนจบฤดูกาล
โค้ชฟุตบอลทุกคน จะมีนักเตะที่ตัวเองมีความชอบเป็นพิเศษ สำหรับเดส์ช็องส์ นักเตะคนนั้นคือก็องเต้
นั่นทำให้เดส์ช็องส์ ตัดสินใจ โดยไม่แคร์เสียงวิจารณ์จากใครทั้งสิ้น เขาเรียกก็องเต้ ติดเป็น 1 ใน 25 ขุนพล ไปลุยยูโร 2024 ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ ไม่เคยเรียกชื่อติดทีมมาเกือบ 2 ปี
นอกจากนั้น ก็องเต้ เป็นนักเตะคนเดียวของฝรั่งเศสในชุดนี้ที่ติดทีมชาติ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เล่นในลีกยุโรปด้วย
เดส์ช็องส์บอกว่า "สำหรับเอ็นโกโล่ ไม่ว่าเขาจะเล่นอยู่ที่ไหน ก็ไม่เคยมีปัญหากับเราทั้งนั้น เขาเหมือนเป็นเทวดาของทีม ทุกๆ คนชอบเขาไปหมด"
"ในฤดูกาล 2022-23 ก็องเต้ไม่ติดทีมชาติ เพราะเขาไม่ค่อยได้ลงสนามมากนัก แต่ในซีซั่นล่าสุด เขาลงเล่นเต็มฤดูกาล โอเค ว่ามันไม่ใช่ลีกยุโรป แต่อย่างน้อยเขาก็ได้แมตช์ฟิตเนส และจากประสบการณ์ของผม ทีมชาติฝรั่งเศสจะดีขึ้นแน่ๆ ถ้ามีก็องเต้อยู่ในทีม แน่นอน เราคุยกันได้ ว่าคุณภาพของลีกซาอุดิอาระเบีย มันเข้มข้นแค่ไหน แต่ผมว่าก็สมเหตุสมผลนะ ถ้าเราจะเลือกนักเตะสักคนที่ได้ลงสนามไปมากกว่า 4 พันนาที ทั้งฤดูกาล ให้ติดทีมชาติด้วย"
1
ใครจะว่ายังไงไม่รู้ แต่ถ้าก็องเต้ฟิตพอ เขาก็จะติดทีม นี่เป็นนักเตะที่เดส์ช็องส์ รู้ว่าจะใช้งานยังไง
เกมแรกของก็องเต้ ในศึกยูโร เขาโชว์ผลงานมาสเตอร์พีซ หยุดยั้งออสเตรียได้ทุกกระบวนท่า จนช่วยทีมชนะไป 1-0 และคว้ารางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ไปครองอีกด้วย เห็นได้ชัดว่าคุณภาพของก็องเต้ยังคงอยู่เหมือนเดิม
ในศึกยูโรครั้งนี้ หลายคนไม่ได้เชียร์ฝรั่งเศส แต่ก็ยังให้กำลังใจก็องเต้ให้เล่นดีที่สุด คือก็ไม่แปลกครับ เพราะเวลาเห็นคนนิสัยดีๆ เราก็อยากเห็นเขาประสบความสำเร็จในชีวิตเป็นธรรมดา
เมื่อเราพูดถึงก็องเต้ ก็จะได้ยินคำว่า "คนดี", "คนนิสัยดี" เต็มไปหมด
วันหนึ่งเคยมีคนถามก็องเต้ ว่าเวลาถูกเรียกว่าเป็น "คนนิสัยดีที่สุดในวงการฟุตบอล" แล้วเขารู้สึกอย่างไร?
ก็องเต้ตอบว่า "ในเมื่อผมเล่นฟุตบอล ก็อยากให้ผู้คนจดจำผมในฐานะนักฟุตบอล ผมไม่อยากให้คนสนใจผมเรื่องอื่นๆ นอกสนาม ว่าผมนิสัยอย่างนี้ นิสัยอย่างนั้น ผมอยากเป็นแค่นักเตะที่ทุกคนยอมรับ"
"เรื่องนิสัยนั้น ผมเป็นของผมแบบนี้ คือไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่ผมไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนดีที่สุดอย่างที่เขาว่ากันหรอกนะ"
ก็องเต้บอกว่า โอ๊ย อย่ามาเรียกเขาว่าเป็นคนนิสัยดีเลย เขาแค่แสดงออกในสไตล์ของตัวเองเฉยๆ ไม่ได้เป็นคนดีอะไรขนาดนั้นซะหน่อย
แต่ก็นะ เท่าที่ผมสังเกตมา คนนิสัยดีส่วนใหญ่ ประเภทที่คนรอบข้างรู้สึกหลงรัก พวกเขาก็จะถ่อมตัวแบบนี้แหละครับ และไม่คิดจะยอมรับหรอกว่าตัวเองเป็นคนดี (ทั้งๆ ที่ตัวจริงคือคนดีสุดๆ ไปเลย!)
2
#NicestManinFootball
โฆษณา