27 ก.ค. 2024 เวลา 12:00 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์

มรดกวุ่นวาย พินัยกรรมสับเปลี่ยน

บทเรียนการเงินจาก "สืบสันดาน" ละครดราม่าพรีเมียมขึ้นแท่นซีรีส์อันดับ 2 ของโลก ใน Netflix
‘#สืบสันดาน’ (Master of the House) ซีรีส์ไทยใน ‘เน็ตฟลิกซ์’ (Netflix) พุ่งขึ้นอันดับ 2 ซีรีส์ที่มีคนดูมากที่สุดในโลกในสัปดาห์ที่ผ่านมา จากการจัดอันดับของ #FlixPatrol
เรื่องราวการเสียชีวิตอย่างปริศนาของ ‘เจ้าสัวรุ่งโรจน์ เทวสถิตย์ไพศาล’ เจ้าของอาณาจักรเพชร ที่ต้องมาเสียชีวิตแบบไม่ต้องเดาก็รู้ว่าถูกฆาตกรรม หลังจากที่พึ่งประกาศให้คนใช้อย่าง ‘ไข่มุก’ เลื่อนลำดับขึ้นมาเป็นภรรยาอย่างถูกกฎหมาย
หลังจากนั้นความวุ่นวายก็เกิดขึ้นเมื่อพินัยกรรมถูกแก้ไขปรับเปลี่ยน นำไปสู่การต่อสู้แย่งชิงทรัพย์สมบัติของตระกูลระหว่างพี่น้อง
แต่นอกจากความสนุก ดราม่าแบบพรีเมียมแล้ว เรื่องราวในซีรีส์เรื่องนี้แฝงบทเรียนทางการเงินเกี่ยวกับการจัดการพินัยกรรมและเรื่องทางกฎหมายต่างๆ เอาไว้เพื่อให้เรารู้จักวิธีป้องกันปัญหาด้วย
วันนี้ #aomMONEY ขอพาเพื่อนๆ ไปดูซีรีส์ พร้อมแนบความรู้เรื่อง ‘พินัยกรรม’ ก่อนเหตุการณ์จะบานปลายเสียหายเหมือนในซีรีส์กันครับ
📄[#พินัยกรรม_สำคัญอย่างไร?]
หลายคนอาจคิดว่า การทำพินัยกรรมเป็นเรื่องของคนรวยมีทรัพย์สินเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ปัญหาความไม่ชัดเจนของการแบ่งทรัพย์สมบัติ ไม่ว่ามากน้อยแค่ไหน ก็ขัดแย้งกันได้เสมอ ดังนั้นมาทำความรู้จักกับพินัยกรรมกันก่อนดีกว่า
‘พินัยกรรม’ หมายถึง คำสั่งครั้งสุดท้าย ซึ่งแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินหรือ กิจการต่าง ๆของผู้ทำพินัยกรรม เพื่อที่จะเกิดผลบังคับตามกฎหมายเมื่อผู้ทำพินัยกรรมเสียชีวิต
ทรัพย์สินที่กำหนดในพินัยกรรมนั้น สามารถเป็นได้ทุกอย่าง ทั้ง บ้าน, ที่ดิน, เงินฝากในธนาคาร, ทองคำ, กองทุนประเภทต่างๆ, หุ้น หรือสิทธิ์ต่างๆ เช่น ลิขสิทธิ์ที่ตนเองเป็นเจ้าของ เป็นต้น
📌 ตามกฎหมายพินัยกรรมต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร และมีการลงนาม (ไม่สามารถทำเป็นรูปแบบวิดีโอ ไฟล์เสียง หรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพียงอย่างเดียวโดยไม่มีลายลักษณ์อักษรไม่ได้ : สามารถดูในลิงก์อ้างอิงช่อง YouTube ของพี่หนุ่ม Money Coach ได้ตอบเรื่องนี้ไว้ด้วย)
โดยพินัยกรรมที่มีผลทางกฎหมาย มีทั้งหมด 5 แบบได้แก่
✅ #พินัยกรรมแบบธรรมดา คือแบบที่นิยมทั่วไป โดยจะพิมพ์ เขียน หรือให้ผู้อื่นทำให้ก็ได้ โดยระบุวันที่ เดือน ปีให้เรียบร้อย แต่ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วมือต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน และพยานเองก็ลงลายมือชื่อพร้อมกันต่อหน้าผู้ทำพินัยกรรมเท่านั้น จะพิมพ์ลายนิ้วมือไม่ได้
✅ #พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ คือ ผู้ทำพินัยกรรมต้องเขียนเองทั้งฉบับ ห้ามพิมพ์ พร้อมลงวันที่ และลายมือชื่อ แต่ไม่จำเป็นต้องมีพยาน
✅ #พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง คือ พินัยกรรมที่ให้นายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตเป็นผู้จัดทำให้ โดยผู้ทำพินัยกรรมนำพินัยกรรมไปยื่น และพยานอย่างน้อย 2 คนลงลายมือชื่อที่อำเภอ หรือสถานที่สะดวกก็ได้ หลังจากนั้นนายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตจะเขียนรับรองพร้อมประทับตราประจำตำแหน่ง แล้วเจ้าหน้าที่จะเก็บพินัยกรรมไว้ เมื่อผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความตาย ผู้มีสิทธิ์ในมรดกก็ไปขอรับพินัยกรรมกับเจ้าหน้าที่
✅ #พินัยกรรมแบบเอกสารลับ คือ พินัยกรรมมีการปิดผนึกและลงลายมือชื่อตรงรอยผนึกที่ซอง พร้อมพยาน 2 คนไปให้ถ้อยคำกับนายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตเพื่อบันทึกบนซองพร้อมลงลายมือชื่อพยาน เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่จะเก็บพินัยกรรมไว้
✅ #พินัยกรรมแบบวาจา แบบนี้จะใช้กรณีฉุกเฉิน เช่น ท่านพ่อถูกวางยาพิษ ขณะที่กระอักเลือด ก็บอกว่าจะแบ่งสมบัติให้ใครบ้างก่อนสิ้นลม เป็นต้น แต่ก็ต้องมีพยาน 2 คน แล้วรีบไปแจ้ง วันเดือนปีและข้อความที่ผู้ทำพินัยกรรมสั่งไว้ต่อนายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขต ซึ่งเจ้าหน้าที่จะจดข้อความแล้วให้พยานลงลายมือชื่อ
⚠️ [ #ข้อควรระวังในการทำพินัยกรรม ]
ถ้าเราเป็นเจ้าสัว คงไม่มีปัญหา เพราะให้มืออาชีพเข้าไปจัดการให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ (แต่ในซีรีส์คนที่มีปัญหาก็มหาเศรษฐีทั้งนั้น) ถ้าเช่นนั้น มาดูกันว่า คนธรรมดาอย่างเรา ควรระวังอะไรบ้างเมื่อทำพินัยกรรม
✅ 1. สินทรัพย์นั้นของเราจริงไหม
การทำพินัยกรรมจะมีผลก็ต่อเมื่อทรัพย์สินที่จะมอบให้ผู้อื่น ต้องเป็นของเราเท่านั้น ที่เข้าใจผิดกันบ่อยๆ ตอนเขียนพินัยกรรม ก็จะเป็นเรื่องของสินสมรส โดยผู้เขียนมักจะคิดว่า ทรัพย์สินที่มีคือของเขาทั้งหมด แต่ความจริงแล้ว ทรัพย์สินที่หามาได้หลังแต่งงาน จะถูกแบ่งออกครึ่งหนึ่งให้คู่สมรสก่อน
เช่น สามีภรรยาแต่งงานกันมานาน เมื่อสามีเสียชีวิต ทรัพย์สินต้องเป็นของภรรยาก่อนครึ่งหนี่ง ที่เหลือค่อยแบ่งให้ทายาทผู้มีสิทธิ์ ดังนั้น ต้องรู้ให้ชัดเสียก่อนว่าเรามีทรัพย์สินอะไรบ้าง ก่อนจะทำพินัยกรรม
รวมถึงพินัยกรรมไม่สามารถละเมิดสิทธิ์ผู้อื่นได้ เช่น จะบอกให้ลูกชายต้องแต่งงานกับคนนี้ ถึงจะได้ทรัพย์สินแบบนี้ไม่ได้ ทำได้แค่เพียงจะให้ใครหรือไม่ให้ใครเท่านั้น (เรื่องแบบนี้อาจจะเห็นในละครหลายๆ เรื่อง แต่ทำไม่ได้)
✅ 2. พยานนั้นสำคัญไฉน
จะเห็นได้ว่าการทำพินัยกรรมมีหลายรูปแบบ ทั้งสามารถทำเองได้เลย (แบบที่ 1 และ 2) หรือให้หน่วยงานราชการช่วย (แบบที่ 3-5) แต่จำเป็นต้องมีพยาน 2 คน (ยกเว้นแบบที่ 2 ที่ต้องเขียนด้วยมือตัวเอง) ซึ่งตามกฎหมาย พยานที่ลงชื่อได้ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ คือ
ต้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ, ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือไร้ความสามารถเช่น หูหนวก เป็นใบ้ หรือตาบอดทั้งสองข้าง และอีกข้อที่สำคัญ พยานและคู่สมรสของพยาน จะไม่มีสิทธิ์ในทรัพย์สิน แม้จะมีชื่อในพินัยกรรมก็ตาม
โดยในซีรีส์สืบสันดานนั้น เจ้าสัวทำพินัยกรรมพร้อมทนายและผู้รับผลประโยชน์คนหนึ่ง ดังนั้นคนที่อยู่ด้วยตรงนั้นถ้าลงชื่อเป็นพยานจะไม่ได้ทรัพย์สิน แต่ถ้าไม่ลงชื่อ พยานก็จะมีคนเดียว แบบนี้ พินัยกรรมก็ไม่สมบูรณ์
โดยในซีรีส์สืบสันดานนั้น มีข้อน่าสงสัยว่าพินัยกรรมที่เจ้าสัวทำเป็นแบบใด มีพยานครบหรือไม่ พินัยกรรมแบบนี้ใช้ได้จริงไหมนะ (ตรงนี้พูดเยอะไม่ได้ เดี๋ยวสปอยล์ ลองติดตามกันดูครับ)
✅ 3. ลงลายมือชื่อซับซ้อนกว่าที่คิด
การทำพินัยกรรมแต่ละแบบ จะมีวิธีการลงลายมือชื่อแตกต่างกัน เช่น พินัยกรรมแบบธรรมดาผู้ทำพินัยกรรม ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือได้ แต่พยานต้องลงลายมือชื่อเท่านั้น เป็นต้น ดังนี้ต้องดูให้ดีว่าต้องทำอย่างไรในการทำพินัยกรรมแต่ละแบบ
✅ 4. วันเดือนปี ต่างมีผล
การลงวันที่ก็สำคัญมาก เพราะเป็นการพิสูจน์ว่า พินัยกรรมนั้น ถูกทำตอนที่ผู้ทำยังมีชีวิตหรือไม่ รวมถึง เป็นการพิสูจน์ว่า ผู้ทำพินัยกรรมมียังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน และลดความขัดแย้งกันกรณีมีพินัยกรรมหลายฉบับ
✅ 5. ให้หลังถึงแก่ความตาย
หลายครั้งที่การทำพินัยกรรมไม่สมบูรณ์ เพราะไม่ได้มีการระบุว่าจะให้ทรัพย์สินเมื่อผู้ทำพินัยกรรมถึงแต่ความตาย ตัวอย่างเช่น ขอมอบเงินในตู้ 10 ล้านบาทให้นาย XX หลังจากข้าพเจ้าถึงแก่ความตาย แบบนี้สมบูรณ์ แต่ถ้าระบุเพียงแค่ว่า จะมอบเงินให้นาย XX แบบนี้เป็นเพียงเจตนาการให้โดยเสน่หาเท่านั้น ไม่เรียกว่าพินัยกรรม
✅ 6. แก้ไขได้ไหม... พินัยกรรม
พินัยกรรมที่ทำขึ้นแล้วเราแก้ไขได้เสมอ แต่ต้องมีการลง วันเดือนปี และลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือของผู้ทำพินัยกรรมทุกจุดที่แก้ไข และถ้าเป็นแบบมีพยานก็ต้องลงลายมือชื่อของพยานด้วย แต่ถ้าการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ถูกต้องสมบูรณ์ จะมีผลเพียงข้อความที่แก้ไขเท่านั้นที่ไม่สมบูรณ์ ส่วนอื่นของพินัยกรรมยังบังคับใช้ได้อยู่
💰[ #ถ้าไม่ได้ทำพินัยกรรม_ทรัพย์สินจะตกเป็นของใคร ]
กรณีที่ไม่ได้ทำพินัยกรรม เรื่องนี้จะเข้าสู่กฎหมาย #มรดก โดยกฎหมายกำหนดให้แบ่งสินทรัพย์ให้ทายาทโดยธรรม ซึ่งมี 2 ประเภทได้แก่ #ทายาทโดยธรรมประเภทคู่สมรส และ #ทายาทโดยธรรมประเภทญาติ
ซึ่งทายาทโดยธรรมประเภทญาติ ก็แบ่งออกได้อีก 6 ประเภท โดยเรียงลำดับดังนี้
1. ผู้สืบสันดาน (บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย, นอกกฎหมายที่บิดารับรอง,บุตรบุญธรรม, หลาน เหลน ไล่ลงไปสุดสาย)
2. บิดามารดา
3. พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
4. พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
5. ปู่ ย่า ตา ยาย และ
6. ลุง ป้า น้า อา
อ่านจบก็ยังงงว่าทำไมมีหลายแบบ แต่ละแบบก็แบ่งออกไปอีกหลายประเภท ถ้าเช่นนั้น ขอสรุปให้เข้าใจง่ายแบบนี้ละกันว่า
ถ้านาย A เสียชีวิตโดยไม่ทำพินัยกรรม ทรัพย์สินจะมอบให้ ภรรยาและบุตร (ผู้สืบสันดาน) และถ้าพ่อหรือแม่นาย A ยังมีชีวิตอยู่ก็จะได้ด้วย แต่ถ้ามีใครเสียชีวิต มรดกส่วนนั้น ก็แบ่งให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ถ้าทายาทลำดับที่ 1 และ 2 รวมทั้งคู่สมรสเสียชีวิตทั้งหมด มรดกถึงจะเริ่มตกสู่ลำดับที่ 3 – 6 ต่อไป เป็นต้น
นั่นหมายความว่า ไข่มุก คนใช้ตัวเอกในซีรีส์ แม้จะยังไม่มีสินสมรสร่วมกับเจ้าสัว แต่อย่างไรก็ต้องได้สมบัติเท่ากับลูกชาย 2 คนของเจ้าสัวตามกฎหมาย โดยที่ไม่ต้องไปแย่งกับใครให้วุ่นวายนั่นเอง
สุดท้ายอีกประเด็นคือกรณีที่ไม่มีทายาทเลยหรือทายาทโดยธรรมหมดสิทธิรับมรดกไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม และไม่มีทายาทโดยพินัยกรรม หรือไม่มีการตั้งมูลนิธิตามพินัยกรรม มรดกของบุคคลนั้นก็ให้ตกเป็นของ “แผ่นดิน”
ก็เป็นเรื่องน่าปวดหัวเหมือนกันนะครับกับการแบ่งทรัพย์สินหรือการสืบทอดมรดก ดังนั้นทางที่ดีควรจัดการเรื่องพินัยกรรมให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา
แล้วเพื่อนๆ ที่ดู ‘สืบสันดาน’ กันจบแล้ว คิดเห็นอย่างไร หรือมีแง่มุมไหนอยากให้อธิบายเพิ่ม คอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันนะครับ ^^
เรียบเรียงโดย อติพงษ์ ศรนารา
#ออมมันนี #ซีรีส์ #เน็ตฟลิกซ์ #ดราม่า #สืบสวน #ละคร #แย่งชิง #ปัญหาครอบครัว #พินัยกรรม #ปัญหาการเงิน #มรดก #การเงินส่วนบุคคล
โฆษณา