5 ส.ค. 2024 เวลา 08:11 • ไลฟ์สไตล์

ความรู้ทั่วไปเรื่องวิตามิน ตอนที่ 1 วิตามินเอ

วิตามินเอเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน จึงต้องการแร่ธาตุและไขมันเพื่อช่วยในการดูดซึมวิตามินเข้าร่างกาย ร่างกายของเราสามารถสะสมวิตามินเอได้ ไม่จำเป็นต้องรับประทานทดแทนทุกวัน ทั้งนี้วิตามินเอแบ่งออกเป็นสองรูปแบบคือ วิตามินเอแบบสำเร็จที่เรียกว่าเรตินอล (พบในอาหารที่มาจากสัตว์เท่านั้น) อีกแบบเป็นโปรวิตามินเอหรือเรียก อีกชื่อว่าแคโรทีน(พบในอาหารที่มาจากพืชและสัตว์) วิตามินเอช่วยป้องกันโรคตาบอดกลางคืน เพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นและช่วยในการรักษาโรคตา (ช่วยสร้างเม็ดสีที่มีคุณสมบัติไวต่อแสงในตา)
ดวงตาที่ใช้งานหนักอยู่ตลอดเวลาต้องพึ่งพาวิตามินเอ
วิตามินเอ เสริมสร้างภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อในทางเดินหายใจ ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดี ลดจุดด่างดำที่ผิวหนัง ย่นระยะเวลาการเจ็บป่วยจากโรคต่างๆ ช่วยให้เนื้อเยื่อชั้นนอกอวัยวะต่างๆมีสุขภาพดี นอกจากนี้ยังส่งเสริมการเจริญเติบโต ความแข็งแรงของกระดูก และสุขภาพของผิวพรรณ ผม ฟันและเหงือก หากขาดวิตามินเอจะทำให้เป็นโรคตาบอดกลางคืน ซึ่งสาเหตุของการขาดวิตามินเออาจมาจากความบกพร่องเรื้อรังของการดูดซึมไขมันในร่างกาย พบมากในเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบเนื่องจากรับประทานไม่เพียงพอ
ผิวพรรณสดใสไม่ขาดวิตามิน
ควรรับประทานวิตามินเอในรูปของเบต้าแคโรทีนเพราะไม่มีความเสี่ยงต่อการเป็นพิษสะสม เบต้าแคโรทีนจะช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันโดยการเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวชนิดทีเซลล์ซึ่งเป็นเซลล์ที่ต่อสู้กับการติดเชื้อต่างๆ วิตามินเอควรได้จากแหล่งธรรมชาติจะดีที่สุด เช่น ในน้ำมันตับปลา ตับ แครอท ผักสีเหลืองและเขียวเข้ม ไข่ นมและผลิตภัณฑ์จากนมรวมถึงผลไม้สีเหลือง ทั้งนี้ความเข้มของสีผักและผลไม้ไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ปริมาณเบต้าแคโรทีนที่เชื่อถือได้เสมอไป
ผักผลไม้ชนิดต่างๆที่มีเบต้าแคโรทีน
สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโดยทั่วไปมี 2 รูปแบบคือ ในรูปของน้ำมันตับปลาสกัดตามธรรมชาติและรูปกระจายตัวในน้ำที่เหมาะกับผู้ที่ไม่ควรรับประทานน้ำมัน อาการบ่งชี้ว่ามีวิตามินเอสะสมมากเกินไปได้แก่ ผมร่วง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ผิวลอก ตามัว ผื่น ปวดกระดูก ประจำเดือนมาไม่ปกติ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะและตับบวมโต วิตามินเอทำงานร่วมกับวิตามินบีรวม วิตามินดี วิตามินอี แคลเซียม ฟอสฟอรัสและสังกะสีได้ดีที่สุด
สุดท้ายนี้ข้อควรระวังอนุพันธ์ของวิตามินเอในรูปแบบรับประทานที่ใช้ในการรักษาปัญหาผิวหนังเป็นยาที่มีฤทธิ์แรง อาจทำให้เด็กในครรภ์พิการได้ หญิงมีครรภ์จึงไม่ควรรับประทาน
ที่มา เนื้อหาหลักจากหนังสือ วิตามินไบเบิล โดย ดร.เอิร์ล มินเดลล์/พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล แปล
โฆษณา