14 ก.ย. 2024 เวลา 11:00 • การศึกษา

## Episode 83: Kinesiology of the Elbow Complex #6 - Interosseous Membrane Structure and Function ##

Interosseous membrane (IOM) หรือเยื่อระหว่างกระดูก เป็นโครงสร้างที่สำคัญมากในการเชื่อมต่อระหว่างกระดูก radius และ ulna ตลอดความยาวของ forearm ครับ ในบทความนี้ผมจะมาพูดถึงโครงสร้างและหน้าที่ของ IOM กันนะครับ
โครงสร้างทางกายวิภาคของ IOM ประกอบด้วยเส้นใยคอลลาเจนที่แข็งแรง วางตัวเป็นแผ่นบางๆ ระหว่างกระดูก radius และ ulna โดยจะยึดติดกับขอบด้านใน (medial border) ของ radius และขอบด้านนอก (lateral border) ของ ulna ตลอดความยาวของ forearm ยกเว้นบริเวณปลายบนและปลายล่างของ forearm ที่จะมีช่องว่างสำหรับให้เส้นเลือดและเส้นประสาทผ่าน
เส้นใยของ IOM จะวางตัวในแนวเฉียงลงจาก ulna ไปยัง radius โดยทำมุมประมาณ 20-30 องศากับแนวแกนของ forearm ลักษณะการวางตัวแบบนี้ทำให้ IOM มีความแข็งแรงและสามารถรับแรงได้ดีในทิศทางที่มีการส่งแรงจาก wrist ผ่าน radius ไปยัง elbow
IOM มีความหนาเฉลี่ยประมาณ 1-2 มิลลิเมตร แต่จะมีความหนาไม่เท่ากันตลอดความยาว โดยส่วนที่หนาที่สุดคือบริเวณ proximal 1/3 ของ forearm ซึ่งมีความหนาถึง 2-3 มิลลิเมตร นอกจากนี้ IOM ยังประกอบด้วยเส้นใยยืดหยุ่น (elastic fibers) แทรกอยู่ระหว่างเส้นใยคอลลาเจน ทำให้ IOM มีคุณสมบัติยืดหยุ่นและสามารถรับแรงได้ดีในหลายทิศทาง
IOM สามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ตามลักษณะโครงสร้างและหน้าที่ คือ proximal band, central band และ distal band ครับ
Proximal band เป็นส่วนที่อยู่ใกล้ข้อศอก มีความหนาและแข็งแรงมากที่สุด วางตัวในแนวเฉียงจาก proximal ulna ไปยัง distal radius ทำหน้าที่หลักในการรับและกระจายแรงระหว่าง radius และ ulna มีความกว้างประมาณ 1-2 เซนติเมตร
ส่วน central band หรือ interosseous ligament proper เป็นส่วนที่อยู่ตรงกลาง มีความกว้างมากที่สุด ประกอบด้วยเส้นใยหลายชั้นที่วางตัวสลับกันไปมา ทำให้มีความยืดหยุ่นและแข็งแรง ทำหน้าที่หลักในการรักษาความมั่นคงระหว่าง radius และ ulna มีความกว้างประมาณ 3-4 เซนติเมตร
สุดท้าย distal band เป็นส่วนที่อยู่ใกล้ข้อมือ มีความบางกว่าส่วนอื่นๆ แต่ก็ยังคงมีความแข็งแรง ทำหน้าที่ช่วยรักษาความมั่นคงของ distal radioulnar joint (DRUJ) มีความกว้างประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร
หน้าที่สำคัญของ IOM มีอยู่หลายอย่าง เรื่องแรกคือการรับและกระจายแรง (Force transmission) โดย IOM ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรับและกระจายแรงระหว่าง radius และ ulna โดยเฉพาะเวลาที่มีแรงกระทำที่ wrist ผ่าน radius IOM จะช่วยส่งผ่านแรงบางส่วนไปยัง ulna เพื่อลดแรงกระทำที่ radius โดยตรง เรื่องที่สองคือการรักษาความมั่นคง (Stability) โดย IOM ช่วยยึดกระดูก radius และ ulna เข้าด้วยกัน ทำให้ forearm มีความมั่นคงตลอดความยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในท่า pronation และ supination
นอกจากนี้ IOM ยังทำหน้าที่แยก compartment (Compartmentalization) โดยแบ่ง forearm ออกเป็น 2 ส่วน คือ anterior compartment และ posterior compartment ทำให้กล้ามเนื้อและเส้นประสาทในแต่ละ compartment แยกออกจากกันอย่างชัดเจน อีกทั้งยังเป็นจุดเกาะของกล้ามเนื้อ (Muscle attachment) โดยเฉพาะกล้ามเนื้อ deep layer ใน forearm หลายมัด เช่น flexor digitorum profundus, flexor pollicis longus และ pronator quadratus
และสุดท้าย IOM ยังช่วยในการเคลื่อนไหว (Movement assistance) ด้วยลักษณะการวางตัวของเส้นใย IOM ช่วยในการเคลื่อนไหวของ forearm โดยเฉพาะในท่า pronation และ supination โดยจะมีการยืดและหดตัวเพื่อให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างราบรื่น
การบาดเจ็บของ IOM มักเกิดจากแรงกระแทกรุนแรงที่ forearm หรือการบิดหมุนอย่างรุนแรง เช่น Essex-Lopresti injury ซึ่งเป็นการบาดเจ็บที่มีการแตกของ radial head ร่วมกับการฉีกขาดของ IOM และการเคลื่อนของ DRUJ ทำให้เกิดความไม่มั่นคงของ forearm อย่างรุนแรง การรักษาต้องอาศัยการผ่าตัดเพื่อซ่อมแซมโครงสร้างที่เสียหายและฟื้นฟูการทำงานของ forearm อย่างเหมาะสมครับ
โดยสรุป IOM เป็นโครงสร้างที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการทำงานของ forearm ทั้งในแง่ของการรับแรง การรักษาความมั่นคง และการเคลื่อนไหว ความเข้าใจในโครงสร้างและหน้าที่ของ IOM จะช่วยให้เราเข้าใจ biomechanic ของ elbow และ forearm มากขึ้นครับ
ถ้าชอบเนื้อหาแบบนี้ ผมฝากกด like กดแชร์ กดติดตามเพจ physioupskill ด้วยนะครับ ส่วนถ้าใครมีข้อสงสัยอะไรก็ comment ไว้ด้านล่างได้เลยครับ
_PhysioUpskill_
#Physioupskill
⭐สำหรับใครที่อยากเรียนรู้เพิ่มเติม สามารถอ่านบทความอื่นๆได้ที่ https://physioupskill.com/บทความ/ หรือดูรายละเอียดคอร์สเรียนของเพจได้ที่ https://physioupskill.com/คอร์สเรียน/ ได้เลยครับ
Ref.
Neumann, D. A. (2017). Kinesiology of the musculoskeletal system: Foundations for Rehabilitation. Mosby.
Drake, R., Vogl, A. W., & Mitchell, A. W. M. (2019). Gray's Anatomy for Students
Skahen, J. R., Palmer, A. K., Werner, F. W., & Fortino, M. D. (1997). The interosseous membrane of the forearm: anatomy and function. The Journal of hand surgery, 22(6), 981-985.
McGinley, J. C., & Kozin, S. H. (2001). Interosseous membrane anatomy and functional mechanics. Clinical Orthopaedics and Related Research®, 383, 108-122.
Pfaeffle, H. J., Fischer, K. J., Manson, T. T., Tomaino, M. M., Woo, S. L. Y., & Herndon, J. H. (2000). Role of the forearm interosseous ligament: is it more than just longitudinal load transfer?. The Journal of hand surgery, 25(4), 683-688.
โฆษณา