29 ส.ค. 2024 เวลา 09:02 • ธุรกิจ

10 หนังสือที่ผู้บริหารควรอ่านสักครั้ง คำแนะนำจาก 10 CEO ผู้บริหารองค์กรระดับโลก!

หนึ่งวิธีที่คุณจะสามารถเพิ่มพลังแห่งการเป็นผู้นำได้ คือ การอ่านหนังสือ การอ่านหนังสือไม่ใช่แค่การผ่อนคลาย หรือ ทำสมาธิเท่านั้น มันยังช่วยให้คุณพัฒนาทักษะทางอารมณ์ การควบคุมอย่างชาญฉลาด และช่วยลดความเครียดสะสมจากการทำงานได้อีกด้วย
แต่ไม่ใช่ว่าหนังสือทุกเล่มจะสามารถสร้างทักษะแห่งการเป็นผู้นำได้ McKinsey จึงได้เก็บรวบรวมข้อมูลจากเหล่า CEO ผู้บริหารองค์กรและแบรนด์ระดับโลกกว่า 10 คน โดยแต่ละคนได้แนะนำหนังสือที่คู่ควรมีติดห้องสมุดเอาไว้ ถ้าหากคุณอยากจะเป็นผู้นำ ผู้บริหาร และ CEO ที่เก่งกาจ คุณต้องอ่านพวกมัน
[ 10 หนังสือที่ผู้บริหารต้องอ่าน จากคำแนะนำของ 10 CEO ระดับโลก! ]
1. ‘Co-Intelligence: Living and Working with AI’ โดย Ethan Mollick
หนังสือเล่มที่หนึ่งมีชื่อว่า ‘Co-Intelligence: Living and Working with AI’ โดย Ethan Mollick เป็นการนำแนวคิดของการอยู่ร่วมกันของมนุษย์และปัญญาประดิษฐ์มาอธิบายในฐานะของเพื่อนร่วมงาน คุณครู และโค้ช โดยเน้นว่าปัญญาประดิษฐ์ไม่ควรถูกนำมาแทนที่มนุษย์ แต่ควรมองให้มันเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูง หนังสือเล่มนี้มอบคุณค่าให้กับผู้นำและผู้ประกอบการในการใช้ประโยชน์จากการประยุกต์ปัญญาประดิษฐ์
CEO ผู้ที่แนะนำหนังสือเล่มนี้คือ Reid Hoffman (Co-Founder of LinkedIn, Partner of Greylock)
“This book is required reading for anyone seeking a basis of practical knowledge to understand AI and the coming changes in our world.”
“หนังสือเล่มนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้ที่ต้องการความรู้เชิงปฏิบัติเพื่อเข้าใจ AI และการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในโลกของเราอย่างแท้จริง” กล่าวโดย Reid Hoffman
2. ‘To My Sisters: A Guide to Building Lifelong Friendships’ โดย Renée Kapuku และ Courtney Daniella Boateng
หนังสือเล่มที่สองมีชื่อว่า ‘To My Sisters: A Guide to Building Lifelong Friendships’ โดย Renée Kapuku และ Courtney Daniella Boateng เป็นคู่มือที่เน้นความสำคัญและพลังของมิตรภาพ ระหว่างผู้หญิงถึงผู้หญิง หนังสือเล่มนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากพอดแคสต์ยอดนิยมของผู้เขียนทั้งสอง เป็นหนังสือที่ให้คำแนะนำในการค้นหาตัวตนและรักษาความสัมพันธ์แบบเพื่อนที่มีความหมายลึกซึ้ง ต่อผู้หญิง เพื่อสร้างความเท่าเทียมทางความคิดในสังคม และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงกล้าฝัน
CEO ผู้ที่แนะนำหนังสือเล่มนี้คือ Daisy Veerasingham (CEO and President of Associated Press)
“As I look back at my early career, I’m not sure I factored in the importance of sisterhood when it comes to building and sustaining careers. It can be lonely sometimes as you evolve and grow your ability to make impact in conjunction with changes in your life. This book serves as a reminder that sisterhood and support matter at every stage of your journey—investing in it can lift us all.”
“เมื่อมองย้อนกลับไปในช่วงต้นของอาชีพ ฉันไม่แน่ใจว่าได้ให้ความสำคัญกับการมีเพื่อนหญิงพลังหญิงในการสร้างและรักษาอาชีพ บางครั้งมันก็รู้สึกโดดเดี่ยวเมื่อคุณเติบโตขึ้น หนังสือเล่มนี้ช่วยเตือนใจว่าการมีเพื่อนหญิงพลังหญิงและการสนับสนุนจากพวกเธอ เป็นสิ่งสำคัญในทุกช่วงของการเดินทาง” กล่าวโดย Daisy Veerasingham
3. ‘Outlive: The Science & Art of Longevity’ โดย Peter Attia และ Bill Gifford
หนังสือเล่มที่สามมีชื่อว่า ‘Outlive: The Science & Art of Longevity’ โดย Peter Attia และ Bill Gifford เป็นคู่มือเกี่ยวกับการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างสุขภาพดี หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานที่ขายดีอันดับหนึ่งใน New York Times และได้รับการยกย่องว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงแนวคิดทางการแพทย์แบบดั้งเดิมเกี่ยวกับการสูงวัย โดยเน้นการป้องกันโรคเรื้อรังและการยืดอายุขัยที่มีคุณภาพ
Peter Attia ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อเสนอวิธีการทางโภชนาการ การออกกำลังกาย การนอนหลับ และการดูแลสุขภาพจิตที่ทันสมัย เพื่อให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้นานขึ้นและมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ Attia ยังกล่าวถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ และการแพทย์ที่กำลังพัฒนา ซึ่งอาจมีบทบาทสำคัญในการยืดอายุขัยในอนาคต
CEO ผู้ที่แนะนำหนังสือเล่มนี้คือ Boris Gartner (CEO of LALIGA North America, President and Partner of Relevent)
“Here’s a book I would recommend.”
“นี่คือหนังสือที่ผมอยากจะแนะนำครับ” กล่าวโดย Boris Gartner
4. ‘The Art of Gathering: How We Meet and Why It Matters’ โดย Priya Parker
หนังสือเล่มที่สี่มีชื่อว่า ‘The Art of Gathering: How We Meet and Why It Matters’ โดย Priya Parker กล่าวถึงวิธีการที่เราพบปะกันและเหตุผลที่การรวมตัวของมนุษย์มีความสำคัญ ด้วยประสบการณ์ในการเป็นผู้ดำเนินการประชุมและการรวมตัวในระดับโลกของ Parker นำมาสู่การแบ่งปันมุมมองและกลยุทธ์เพื่อทำให้การพบปะต่างๆ มีความหมายและส่งผลดีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการประชุมธุรกิจ งานเลี้ยงอาหารค่ำ หรือการรวมตัวในชุมชน
หนังสือเล่มนี้นำเสนอวิธีการปรับเปลี่ยนง่ายๆ ที่สามารถทำให้การรวมตัวของกลุ่มคนมีพลังและความทรงจำที่ดีขึ้น Parker แนะนำให้เรามุ่งเน้นไปที่ความแตกต่างและความสำคัญของผู้เข้าร่วมมากกว่าการยึดติดกับประเพณีเดิมๆ หนังสือเล่มนี้จะเปลี่ยนวิธีที่คุณมองการประชุม การรวมตัวในที่ทำงาน หรือแม้กระทั่งงานเลี้ยงในบ้านของคุณเอง ทำให้การพบปะกันมีความหมายมากขึ้น
CEO ผู้ที่แนะนำหนังสือเล่มนี้คือ Kaitlin Christine (Founder and CEO of Gabbi)
“This book has been on my list for years, and considering how much I entertain, I am embarrassed I still haven’t read it. I am finally crossing it off my list!”
“หนังสือเล่มนี้อยู่ในคิวการอ่านของฉันมาหลายปีแล้ว และเมื่อพิจารณาถึงความถี่ที่ฉันเป็นเจ้าภาพจัดงานต่างๆ ฉันก็รู้สึกเขินอายที่ยังไม่ได้อ่านมันเสียที แต่ตอนนี้ฉันจะขีดมันออกจากคิวเสียที!” กล่าวโดย Kaitlin Christine
5. ‘Culture: The Story of Us, from Cave Art to K-Pop’ โดย Martin Puchner
หนังสือเล่มที่ห้ามีชื่อว่า ‘Culture: The Story of Us, from Cave Art to K-Pop’ โดย Martin Puchner เป็นเล่าเรื่องผ่านการเดินทางในช่วงเวลาสำคัญของประวัติศาสตร์โลก โดยเล่าถึงความสำเร็จและการค้นพบใหม่ๆ ของมนุษย์ผ่านงานศิลปะ สถาปัตยกรรม วรรณกรรม และวัฒนธรรมต่างๆ หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงแค่เป็นผลงานทางประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นคู่มือสำหรับอนาคตของมนุษยชาติในฐานะสิ่งมีชีวิตที่สร้างสรรค์
CEO ผู้ที่แนะนำหนังสือเล่มนี้คือ Mariët Westermann (CEO and Director of Solomon R. Guggenheim Museum and Foundation New York, Former Vice Chancellor New York University Abu Dhabi)
“Puchner doesn’t just tell but shows us why preserving cultural products matters, even when we don’t like them, by narrating 17 moments spanning 34 millennia and much of the globe when visionary people created, gathered, or interpreted cultural material to innovate in the present and hold on to hope for a human future.”
“Puchner ไม่เพียงแต่บอกเล่าถึงความสำคัญของการรักษาผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของมันผ่านการบรรยายถึงช่วงเวลาสำคัญ 17 ช่วงเวลาที่ครอบคลุมกว่า 34,000 ปีและพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลก ในหนังสือเน้นย้ำว่าบุคคลผู้มีวิสัยทัศน์ได้สร้าง รวบรวม หรือแปลความหมายของวัตถุทางวัฒนธรรมอย่างไร เพื่อสร้างนวัตกรรมในยุคปัจจุบันและรักษาความหวังสำหรับอนาคตของมนุษยชาติเอาไว้” กล่าวโดย Mariët Westermann
6. ‘Trillion Dollar Coach: The Leadership Playbook of Silicon Valley’s Bill Campbell’ โดย Eric Schmidt, Jonathan Rosenberg, และ Alan Eagle
หนังสือเล่มที่หกมีชื่อว่า ‘Trillion Dollar Coach: The Leadership Playbook of Silicon Valley’s Bill Campbell’ โดย Eric Schmidt, Jonathan Rosenberg, และ Alan Eagle เป็นหนังสือที่นำเสนอหลักการและวิธีการเป็นผู้นำที่ Bill Campbell ได้ถ่ายทอดให้กับผู้บริหารระดับสูงใน Silicon Valley อย่าง Steve Jobs, Larry Page, และ Eric Schmidt
หนังสือเล่มนี้รวบรวมบทเรียนจากการโค้ชของ Campbell ซึ่งเน้นความสำคัญของการสร้างความไว้วางใจในทีม การพัฒนาบุคลากรให้เติบโต และการจัดการความขัดแย้งอย่างมีประสิทธิภาพ
CEO ผู้ที่แนะนำหนังสือเล่มนี้คือ May Habib (Co-Founder, CEO, and Writer of Young Global Leader)
“This is one book I’ve recently read and highly recommend.”
“นี่คือหนังสือที่ฉันเพิ่งอ่านจบไป และขอแนะนำพวกคุณอย่างยิ่งค่ะ” กล่าวโดย May Habib
7. ‘The Maniac’ โดย Benjamín Labatut
หนังสือเล่มที่เจ็ดมีชื่อว่า ‘The Maniac’ โดย Benjamín Labatut เป็นนิยายที่ผสมผสานระหว่างความจริงและจินตนาการ โดยเน้นที่ชีวิตของ John von Neumann นักวิทยาศาสตร์ผู้มีพรสวรรค์ในการพัฒนาเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ หรือ การคำนวณเชิงควอนตัมก็ตาม หนังสือเล่มนี้ถูกยกย่องให้เป็นนิยายที่น่าหลงใหลมีความซับซ้อนแสดงให้เห็นถึงวิธีคิดอย่างสร้างสรรค์ที่อาจจะเปลี่ยนแปลงโลกไปตลอดกาล
CEO ผู้ที่แนะนำหนังสือเล่มนี้คือ Madeline McIntosh (Co-Founder, CEO, Publisher, and Authors Equity / Former CEO of Penguin Random House US)
“While a novel that has something to do with quantum mechanics wouldn’t normally make it to the top of my summer list, the number of people I trust who keep pressing it on me keeps growing. So, it’s now at the top of my to-be-read pile.”
“แม้ว่านิยายที่เกี่ยวข้องกับควอนตัมจะไม่ใช่สิ่งที่ฉันมักจะหยิบมาอ่านในช่วงฤดูร้อน แต่คนที่ฉันนับถือมากมายล้วนเชียร์ให้อ่านมัน ดังนั้นคงจะถึงเวลาของมันแล้ว” กล่าวโดย Madeline McIntosh
8. ‘Unwell Women: Misdiagnosis and Myth in a Man-Made World’ โดย Elinor Cleghorn
หนังสือเล่มที่แปดมีชื่อว่า ‘Unwell Women: Misdiagnosis and Myth in a Man-Made World’ โดย Elinor Cleghorn เป็นงานเขียนที่สำรวจประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสุขภาพของผู้หญิงและการวินิจฉัยที่ผิดพลาดจากมุมมองที่ได้รับอิทธิพลจากค่านิยมชายเป็นใหญ่ในโลกการแพทย์
Cleghorn ได้บอกเล่าถึงประสบการณ์ส่วนตัวของเธอที่ถูกวินิจฉัยโรคผิดหลังจากที่ต้องทนทุกข์จากอาการป่วยนานนับสิบปี หนังสือเล่มนี้เน้นให้เห็นว่าผู้หญิงมักถูกมองว่าเป็นผู้ป่วยที่ไม่น่าเชื่อถือ และร่างกายของพวกเธอมักถูกปฏิบัติราวกับเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดในสายตาของแพทย์ชาย
CEO ผู้ที่แนะนำหนังสือเล่มนี้คือ Kevin Ali (CEO and Board Member of Organon)
“This book is a conversation-starting history of women’s health told through the author’s first-person perspective after experiencing a misdiagnosis and medical gaslighting. Through her own research, she writes on the discoveries that perpetuated gender bias in healthcare and why science has long favored the male perspective, which contributes to the severe needs that women experience in their healthcare.”
“หนังสือเล่มนี้เป็นประวัติศาสตร์ที่กระตุ้นให้เกิดการสนทนาเกี่ยวกับสุขภาพของผู้หญิง โดยนำเสนอผ่านมุมมองส่วนตัวของผู้เขียน หลังจากที่เธอประสบกับการวินิจฉัยที่ผิดพลาดและการถูกละเลยในทางการแพทย์ ผู้เขียนได้บันทึกการค้นพบที่แสดงให้เห็นถึงอคติทางเพศที่ยังคงอยู่ในระบบการดูแลสุขภาพ และอธิบายว่าเหตุใดวิทยาศาสตร์จึงมักให้ความสำคัญกับมุมมองของผู้ชายเป็นหลัก ซึ่งส่งผลให้ความต้องการทางสุขภาพของผู้หญิงถูกมองข้ามและไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเพียงพอ” กล่าวโดย Kevin Ali
9. ‘Children of a Modest Star: Planetary Thinking for an Age of Crises’ โดย Jonathan S. Blake และ Nils Gilman
หนังสือเล่มที่เก้ามีชื่อว่า ‘Children of a Modest Star: Planetary Thinking for an Age of Crises’ โดย Jonathan S. Blake และ Nils Gilman เป็นหนังสือที่นำเสนอแนวคิดใหม่เกี่ยวกับการบริหารจัดการโลกในยุคของวิกฤตการณ์ โดยผู้เขียนท้าทายวิธีการคิดแบบเดิมๆ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษยชาติกับโลกและระบบการเมืองที่มีอยู่ในปัจจุบัน หนังสือเล่มนี้นำเสนอกรอบแนวคิดที่เป็นนวัตกรรมซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันของโลกที่เผชิญกับปัญหาต่างๆ ที่มีขอบเขตทั่วโลก
ผู้เขียนเสนอวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและเร่งด่วนสำหรับการสร้างระบบการปกครองที่สามารถรักษาสภาพที่อยู่อาศัยของโลกให้คงอยู่ได้ทั้งสำหรับมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ หนังสือเล่มนี้เป็นแนวทางใหม่สำหรับการจัดการปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและการเมืองในระดับโลก โดยใช้แนวคิดที่เรียกว่า ‘Planetary Subsidiarity’ ซึ่งเป็นแนวทางการปกครองที่สอดคล้องกับขอบเขตและความซับซ้อนของปัญหาที่โลกกำลังเผชิญอยู่
CEO ผู้ที่แนะนำหนังสือเล่มนี้คือ Nicholas Dirks (CEO and President of New York Academy of Sciences, Former Chancellor University of California Berkeley)
“Here’s a book I’m planning on reading this summer.”
“นี่คือหนังสือที่ผมวางแผนจะอ่านในช่วงฤดูร้อนนี้ครับ” กล่าวโดย Nicholas Dirks
10. ‘James’ โดย Percival Everett
หนังสือเล่มที่สิบมีชื่อว่า ‘James’ โดย Percival Everett เป็นนวนิยายที่นำเสนอการเล่าเรื่องใหม่ของ ‘The Adventures of Huckleberry Finn’ โดย Mark Twain แต่เรื่องราวนี้ถูกเล่าผ่านมุมมองของ Jim ทาสที่หลบหนี หนังสือเล่มนี้ได้รับการยกย่องอย่างมากจากการสำรวจหัวข้อทางประวัติศาสตร์และการตั้งคำถามเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา โดยนำเสนอทั้งด้านที่น่ากลัวและตลกร้าย
CEO ผู้ที่แนะนำหนังสือเล่มนี้คือ Janeen Uzzell (CEO National Society of Black Engineers)
“This was recommended by my friend, the entrepreneur Leilani Brown. This twist on the classic Huckleberry Finn retells the story in the voice of Jim, the novel’s enslaved runaway. The book touches on themes of race, identity, and societal norms and provokes deeper reflection. I am looking forward to reading this and being transformed by James’s perspective as one whose life was on the line and who I’m sure didn’t consider the journey down the Mississippi an adventure.”
“นี่เป็นหนังสือที่เพื่อนของฉัน นักธุรกิจหญิง Leilani Brown แนะนำให้ฉันอ่าน การเล่าเรื่องใหม่ในรูปแบบนี้ของ ‘Huckleberry Finn’ นำเสนอเรื่องราวผ่านมุมมองของ Jim ทาสที่หลบหนีจากการเป็นทาส หนังสือเล่มนี้สำรวจหัวข้อเกี่ยวกับเชื้อชาติ อัตลักษณ์ และบรรทัดฐานทางสังคม
กระตุ้นให้เกิดการใคร่ครวญในเชิงลึก ฉันตั้งตารอที่จะได้อ่านหนังสือเล่มนี้และได้รับแรงบันดาลใจจากมุมมองของ Jim ผู้ซึ่งต้องเสี่ยงชีวิตและฉันมั่นใจว่าไม่ได้มอง การเดินทางลงไปตามแม่น้ำมิสซิสซิปปี้เป็นการผจญภัยแต่อย่างใด” กล่าวโดย Janeen Uzzell
เขียนโดย ธนพนธ์ หัสกรรัตน์
#FutureTrends #FutureTrendsetter #FutureTrendsLeadership
โฆษณา