2 ก.ย. 2024 เวลา 13:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ย้อนเหตุการณ์มหาอุทกภัยปี 54 เศรษฐกิจไทยเสียหาย 1.44 ล้านล้านบาท ทั้งปีขยายตัวได้เพียง 0.1%

บทเรียนครั้งนั้นคืออะไร และไทยฟื้นฟูเศรษฐกิจมาได้ยังไง?
ประเทศไทยเคยประสบมหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 ภัยพิบัติครั้งนั้น ยาวนานถึง 6 เดือน ตั้งแต่ ปลายเดือนกรกฎาคมไปถึง 16 มกราคม ปี 2555 ต้องการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินมากถึง 65 จังหวัด จาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ 🚧
กรุงเทพมหานครที่เป็นศูนย์กลางความเจริญของประเทศก็ไม่รอด จังหวัดใกล้เคียงและพื้นที่ปริมณฑล ถูกน้ำท่วมหนักในรอบ 70 ปี ข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA ระบุว่า น้ำท่วมปี 2554 ทำให้ไทยประสบปัญหาน้ำท่วมขัง 5.59 ล้านไร่ สร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่างมหาศาล
น้ำท่วมในปีนั้นจึงได้ชื่อว่าเป็นเหตุการณ์ที่ทำลายเศรษฐกิจอย่างรุนแรงเป็นประวัติการณ์ ทั้งปริมาณน้ำที่ทะลักเข้ามา และปริมาณเงินตราที่หายไปจากระบบเศรษฐกิจ
[ 😫 ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ ]
- ธนาคารโลก (World Bank) ประเมินว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2554 มีมูลค่าสูงถึง 1.44 ล้านล้านบาท ($45 billion)
- ธนาคารแห่งประเทศไทย และ สศช. ระบุว่าน้ำท่วมปี 2554 ส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เพียง 0.1% และในไตรมาสที่ 4 ติดลบหนักสุด เกิดการหดตัวร้อยละ 9.0
- ช่วงที่เกิดวิกฤติน้ำท่วมปี 54 ภายในเวลา 2 เดือน ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงถึง 24.5% และใช้เวลากว่า 5 เดือนถึงฟื้นกลับมาได้
- การใช้จ่ายภาคครัวเรือน หดตัวร้อยละ 3.0 โดยยอดจำหน่ายสินค้าคงทนลดลงมากถึงร้อยละ 21.8 และความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงอยู่ที่ระดับ 62.3 เทียบกับ 73.5 ในไตรมาสก่อนน้ำท่วม
- นิคมอุตสาหกรรมถูกน้ำท่วม 7 แห่ง 838 โรงงาน คิดเป็นสัดส่วน 17% ของการผลิตอุตสาหกรรมทั้งประเทศ
- การผลิตรถยนต์ลดลง 300,000-350,0000 คัน มูลค่าความเสียหาย 240,000 ล้านบาท
- พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายอย่างหนักกว่า 11.20 ล้านไร่ มีทั้งบ่อปลา บ่อกุ้ง บ่อหอย 231,919 ไร่ ฟาร์มปศุสัตว์เสียหาย 13.41 ล้านตัว
- โครงสร้างพื้นฐานเสียหาย เช่น ถนนเสียหาย 13,961 สาย ส่วนท่อระบายน้ำเสียหาย 777 แห่ง ฝาย 982 แห่ง ทำนบ 142 แห่ง สะพาน/คอสะพาน 724 แห่ง
- บริษัทประกันขาดทุนจากเคลมประกันความเสียหายมูลค่ามหาศาล
- สนามบินดอนเมืองกลายเป็นสนามบินน้ำ ต้องปิดสนามบินชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 54
- ประชาชนในพื้นที่ฉุกเฉินถูกตัดขาดจากการคมนาคม การติดต่อสื่อสาร บางพื้นที่ขาดแคลนอาหาร ทรัพย์สินเสียหาย มีผู้เสียชีวิต 657 ราย บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างเสียหายทั้งหลัง 2,329 หลังและเสียหายบางส่วน 96,833 หลัง
[ ⁉️ สาเหตุของเหตุการณ์น้ำท่วม ปี 2554 ]
- ในปี 2554 ประเทศไทยหน้าฝนมาไวกว่าปกติเป็นปี ‘ลานีญา’ ที่ปริมาณฝนเยอะ ฝนมาเร็ว และฝนหยุดตกช้า โดยมีปริมาณฝนสะสมเฉลี่ยทั้งปีสูงกว่าปกติ 24% ปี มากที่สุดในรอบ 61 นับจากปี 2494
- จากการค้นคว้าข้อมูล เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 เกิดจากการสะสมน้ำในเขื่อน ตั้งแต่ช่วงมิถุนายน พ.ศ.2554 หลังพายุโซนร้อนไห่หม่า และ นกเตน เข้ามาในไทย พายุสองลูกแรกนี้ทำให้น้ำในเขื่อนเต็มไปแล้วกว่า 70-80% เนื่องจากมีการกักเก็บน้ำไว้ในสมัยรัฐบาลของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (ปี 53 น้ำแล้ง)
- ช่วงเดือนสิงหาคม เกิดร่องมรสุมพาดผ่านเกือบตลอดทั้งเดือน ส่งผลให้มีฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ (ข้อมูลจาก Hydro Informatics Institute) ตามหลักการแล้วช่วงนั้นต้องมีการระบายน้ำจากเขื่อน แต่รัฐบาลใหม่ยังไม่มีอำนาจสั่งการจนกว่าจะแถลงนโยบายในวันที่ 23 สิงหาคม 2554 ถึงตอนนั้นฝนที่ตกลงมาก็ทำให้น้ำในเขื่อนหลักเต็มหมด
- (ข้อมูลจาก Hydro Informatics Institute) ในเดือนกันยายน - ตุลาคม 2554 ไทยเจอพายุเข้ามาอีก 3 ลูก คือพายุไต้ฝุ่น “เนสาด” ที่ส่งผลกระทบกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือและด้านตะวันออกของภาคเหนือ และพายุ “ไห่ถาง” ต่อด้วยพายุไต้ฝุ่น “นาลแก” ทำให้มีฝนมากในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก และเริ่มมีน้ำท่วมในบางที่
- (ข้อมูลจากคมชัดลึก) ในที่สุดน้ำจากเขื่อนก็ระบายไม่ทัน ฝนก็ตกลงมาไม่หยุด ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2554 น้ำก็เอ่อท่วมและไหลลงมาเรื่อยๆ ถึงจังหวัดนนทบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี บริเวณถนนรังสิต อำเภอธัญบุรี อำเภอคลองหลวงไหล ลงสู่อำเภอลำลูกกา
- 20 ตุลาคม 2554 น้ำเหนือไหลบ่าเข้าครองเปรมประชากร ท่วมถนนรังสิต ปทุมธานี มาถึงเขตหลักสี่ดอนเมืองและประชาชื่น
- 22 ตุลาคม 2554 คันดินกั้นน้ำแยกบางกระบือแตก น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาท่วมถนนสามเสนกรุงเทพฯ
- พอน้ำมาถึงกรุงเทพฯแล้ว ด้วยผังเมืองและภูมิทัศน์ของกรุงเทพฯ ที่เป็นเหมือนรูปกรวย ทำให้น้ำที่ไหลมาจากทุกทิศทางมารวมกันอยู่ในพื้นที่ต่ำ
- การระบายน้ำก็เป็นไปได้ยาก แม้จะมีการกั้นน้ำในบางจุด แต่น้ำก็ยังสามารถไหลไปท่วมในพื้นที่อื่นที่ไม่มีการป้องกันได้
- ระบบระบายน้ำของกรุงเทพฯในขณะนั้นก็มีข้อจำกัด ทำให้ไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำมหาศาลที่มาจากหลายทิศทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเกิดเป็นสิ่งที่เราเรียกกันว่า “มหาอุทกภัย 54”
[ 💡 บทเรียนครั้งนั้นคืออะไร ]
1. หน่วยงานต้องมีระบบประสานงานกันอย่างทันท่วงที
ทวิดา กมลเวชช (ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการภัยพิบัติ) และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น) ออกมาให้สัมภาษณ์สารคดีย้อนรอยเหตุการณ์ “น(า)ทีวิปโยค : 10 ปีมหาอุทกภัย” ว่าในขณะนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ทำงานร่วมกัน
“น้ำฟ้า (น้ำฝนหรือลูกเห็บ) ก็เป็นหน่วยงานหนึ่งดูแล ถ้าน้ำตรงนั้นกระทบพื้นก็เป็นอีกหน่วยงานหนึ่ง ถ้าน้ำไหลแล้วก็ต้องถามด้วยว่าไหลไปที่ไหน ไหลในแม่น้ำก็หน่วยหนึ่ง วิธีการที่ต่างคนต่างทำ แยกกันทำ ไม่ได้วิเคราะห์ร่วมกัน” - ทวิดา กมลเวชช
“ผังเมืองก็มีกฏหมายตัวหนึ่ง คมนาคมก็กฏหมายอีกตัวหนึ่ง ทำให้การแก้ปัญหาในวันนั้นไม่ synchronize (เป็นจังหวะเดียวกัน)” - ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
2. หน่วยงานต้องมีการเตรียมรับมือกับภัยพิบัติ
ตอนเกิดเหตุการณ์นี้แรกๆ หลายหน่วยงานยังชะล่าใจ และไม่เคยเตรียมพร้อมกับการเกิดวิกฤตที่ใหญ่ขนาดนี้ เจ้าหน้าที่ภาคสนามไม่ได้ถูกฝึกฝนและอุปกรณ์ที่จำเป็นชำรุดเสียหาย รวมไปถึงไม่เคยขุดลอกคลอง
หลังเกิดเหตุการณ์ต้องมาจัดงบประมาณใหม่และคิดแผนกันใหม่ (รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้มีการเตรียมแผนบริหารจัดการน้ำใหม่ที่ใช้งบประมาณถึง 350,000 ล้านบาท แต่ถูกระงับไปในภายหลัง)
[ ✴️ การฟื้นฟูเศรษฐกิจจากมหาอุทกภัย ]
ในปี 2555 หลังจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยปี 2554 งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำ การชดเชยภัยพิบัติ และการป้องกันตลิ่ง ได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก
มีการจัดสรรงบประมาณกลางสำหรับเงินสำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และงบประมาณเพื่อฟื้นฟูและเยียวยาความเสียหายจากอุทกภัยรวมกันมากกว่า 120,000 ล้านบาท
- เช่น ชะลอการชำระค่าสาธารณูปโภคจนกว่าสถานประกอบการจะสามารถกลับมาประกอบการได้ตามปกติ
- มอบหมายศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมพิจารณาช่วยเหลือการเคลื่อนย้าย เครื่องจักร อุปกรณ์ และสินค้าในคลังสินค้า ออกจากพื้นที่อุทกภัย
- มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการป้องกันมิจฉาชีพที่มาโจรกรรมสินค้า และทรัพย์สินมีค่าภายในพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะในนิคม - เขตประกอบการ
- ให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาติดตามการจ่ายสินไหมทดแทน และแก้ไขข้อระหว่างโรงงานกับบริษัทประกันภัย
- สรรหาช่างเทคนิคและช่างฝีมือทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเข้าซ่อมแซม และฟื้นฟูเครื่องจักร อุปกรณ์ และระบบสาธารณูปโภคที่ได้รับ ความเสียหายจากอุทกภัย
- ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร อุปกรณ์ ทุกประเภทที่นำเข้ามาเพื่อนทดแทน - ซ่อมแซมเครื่องจักรที่เสียหายสำหรับโรงงานทุกประเภทที่ประสบอุทกภัย
- ฟื้นฟูสถานประกอบการที่เป็น SMEs และ OTOP ในพื้นที่ประสบภัยทั่วประเทศ
ผลจากการดำเนินนโยบายของรัฐบาลและความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นกับนักลงทุนต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และนโยบายรถคันแรก ทำให้ตอนท้าย GDP ของประเทศไทยในปี 2555 เติบโตขึ้นกว่า 7.2%
[ 🧑‍💻 หุ้นกลุ่มฯ ที่ทำผลตอบแทนได้ดี ตอนเกิดวิกฤติน้ำท่วมปี 54 ]
จากการศึกษาข้อมูลในอดีตช่วงหลังเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ของ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) พบว่ามีกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีผลการดำเนินงานดีกว่าตลาด (outperform) ดังนี้
- 1. หุ้นกลุ่มการแพทย์ หุ้นในกลุ่มนี้ได้รับประโยชน์จากความต้องการบริการด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับโรคที่อาจเกิดขึ้นหลังน้ำท่วม เช่น BCH (Bangkok Chain Hospital), BDMS (Bangkok Dusit Medical Services)
- 2. หุ้นกลุ่มสื่อสาร หุ้นในกลุ่มนี้ได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้บริการโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นในช่วงวิกฤต
- 3. หุ้นกลุ่มค้าปลีกและกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม รวมไปถึงสินค้าอุปโภคบริโภค ที่มีความต้องการสินค้าจำเป็นเพิ่มขึ้น เช่น CPALL (CP All), CPAXT (CP Axtra), BJC (Berli Jucker), TU (Thai Union), OSP (Osotspa)
- 4. กลุ่มซ่อมแซมบ้านเรือนและสถานที่ เช่น DOHOME (Do Home), GLOBAL (Siam Global House), TASCO (Tipco Asphalt), SCGD (SCG Decor PCL) และ DRT (กระเบื้องตราเพชร)
ส่วนกลุ่มที่ทำผลงานได้แย่กว่าตลาด (Underperform) คือ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, ปิโตรเคมี, ยานยนต์, ขนส่ง, สินค้าเกษตร
ที่มา:
"น้ำท่วมปี 54" อดีตที่ยากจะลืม | คมชัดลึก - YouTube
น(า)ทีวิปโยค : 10 ปีมหาอุทกภัย
Thailand cleans up, but some areas remain flooded
เปรียบเทียบสถานการณ์น้ำ ระหว่างปี 2554 กับ 2567
สรุปสถานการณ์และประเด็นข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยปี 2554
น้ำท่วมวาระแห่งชาติ ย้อนดูมหาอุทกภัย ปี 54 สะเทือนเศรษฐกิจ | THANDIGITAL
ความร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชนในการฟื้นฟูผลกระทบ จากมหาอุทกภัยในเขตนิคมอุตสาหกรรมภาคกลาง
หุ้นกับน้ำท่วม
ส่องหาหุ้นที่รับผลดี หากสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย มีหุ้นอะไรบ้าง
#aomMONEY #น้ำท่วม #น้ำท่วมกรุงเทพ54 #การลงทุน #ปัญหาเศรษฐกิจ
โฆษณา