Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
aomMONEY
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
7 ก.ย. 2024 เวลา 11:30 • การศึกษา
หากเจอกระเป๋าเงินหล่น จะมีสักกี่คนที่ส่งคืนเจ้าของ?
งานวิจัยระดับนานาชาติเผย มนุษย์ซื่อสัตย์มากกว่าที่เราคิด
🤔 ลองจินตนาการตามกันสักหน่อยครับถ้าคุณเจอกระเป๋าเงินของใครก็ไม่รู้หล่นอยู่บนพื้น ในนั้นมีรายละเอียดการติดต่อ เช่นเบอร์โทร อีเมล แต่ไม่มีเงินสด คุณจะพยายามหาทางเอาไปคืนให้เขาไหม?
คิดคำตอบไว้ในใจก่อนนะครับ
👛 ทีนี้ลองจินตนาการถึงเหตุการณ์ที่สอง คุณเจอกระเป๋าเงินของใครก็ไม่รู้หล่นบนพื้นเหมือนกัน ในนี้ก็มีรายละเอียดการติดต่อต่างๆ เช่นกัน แต่ครั้งนี้มีเงินสด คุณคิดว่าคนจะทำยังไงกับเหตุการณ์นี้ จะพยายามเอาไปคืนไหม? หรือจะเก็บเงินเอาไว้เอง
❓ ระหว่างสองเหตุการณ์นี้คุณคิดว่าโอกาสที่คนที่เจอกระเป๋าเงินจะส่งคืนให้เจ้าของอันไหนจะมากกว่ากัน?
คุณเบียร์-ศ.ดร.ณัฐวุฒิ เผ่าทวี ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ความสุขและเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม เขียนไว้ในหนังสือ “The Why of Life” ถึงประเด็นนี้ว่า
“ถ้าว่ากันตามหลักเศรษฐศาสตร์แล้วล่ะก็ โอกาสที่คนส่วนใหญ่จะส่งอีเมลหาเจ้าของในกรณีที่กระเป๋าสตางค์ใบนั้นไม่มีเงินเลย น่าจะมากกว่าในกรณีที่กระเป๋าสตางค์มีเงินอยู่จำนวนหนึ่ง เพราะคนส่วนใหญ่มักจะมีความเห็นแก่ตัวเป็นหลัก ถ้าสามารถเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองได้ พวกเขาก็น่าจะทำ ส่วนกระเป๋าสตางค์ที่ไม่มีเงินอยู่ในนั้นเลย คนที่เจอก็คงเต็มใจส่งคืนเพราะไม่ได้อะไรจากการเก็บไว้กับตัวเอง”
มันเป็นข้อสันนิษฐานที่เป็นเหตุเป็นผล ไม่มีเงินก็ส่งคืน เก็บไว้ไม่ได้อะไร มีเงินก็เก็บเอาไว้ ไม่ส่งคืนเพราะได้เงิน แม้ไม่ได้น่ายกย่อง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าความโลภก็เป็นนิสัยอย่างหนึ่งของมนุษย์
🤯 แต่ผลวิจัยที่ทำเกี่ยวกับเรื่องนี้กลับให้ผลที่ต่างออกไปครับ
ในปี 2019 นักจิตวิทยาและนักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมทั้งหมดสี่คน- อแล็ง คอห์น (Alain Cohn) มิเคล อังเดร มาเรชัล (Michel Andre Marechal) เดวิด ทันเน็นบาม (David Tannenbaum) และ คริสเตียน ซุนด์ (Christian Zund) - ได้ลงมือทำการวิจัยเพื่อทดสอบข้อสันนิษฐานนี้จริง ๆ
พวกเขาอยากรู้ว่ามนุษย์จะมีความซื่อสัตย์มากแค่ไหนโดยเริ่มทำการทดลอง โดยให้คนที่ช่วยงานวิจัยเข้าไปในอาคารสาธารณะ (เช่น ธนาคาร พิพิธภัณฑ์ และสถานีตำรวจ) แล้วเอากระเป๋าตังค์มอบให้กับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์แล้วบอกว่าเจอกระเป๋าตังค์นี้บนถนน แต่ต้องรีบไปแล้ว ฝากดูแลต่อให้ด้วย
💰 การทดลองนี้เกิดขึ้นใน 355 เมืองใน 40 ประเทศ มีการมอบกระเป๋าตังค์จำนวนกว่า 17,000 ใบ ซึ่งส่วนหนึ่งมีเงินอยู่ในนั้นประมาณ 3,000 บาท ส่วนหนึ่งมีเงิน 400 บาท และอีกส่วนหนึ่งไม่มีเงินเลย
นอกจากนั้นแล้วในนั้นก็จะมีข้อมูลติดต่อ (ชื่อคนท้องถิ่น) รายการซื้อของ (เป็นภาษาท้องถิ่น) และกุญแจ
หลังจากนั้นพวกเขาก็รอดูว่า ประเทศไหนและกระเป๋าสตางค์กลุ่มไหนที่มีคนส่งอีเมลกลับมาหาพวกเขามากที่สุด
เราทุกคนรู้ดีว่าความซื่อสัตย์เป็นคุณลักษณะที่น่ายกย่องนับถือและต้องมีอยู่ในระดับหนึ่งในสังคมเพื่อให้คนเชื่อใจซึ่งกันและกัน ก่อนหน้านี้การศึกษาเกี่ยวกับประเด็นนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในห้องควบคุม สถานการณ์ที่จัดแต่งขึ้นมาเป็นหลัก การทดสอบครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกๆ ในระดับนานาชาติที่น่าสนใจมากๆ
ใน 40 ประเทศนั้นมีตั้งแต่ อินเดีย อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ รัสเซีย นอร์เวย์ เดนมาร์ก แคนาดา อเมริกา ประเทศไทย มาเลเซีย เคนยา อินโดนีเซีย จีน ฯลฯ
📍 ทีนี้มาดูผลกันครับ
✅ 5 ประเทศที่ส่งกระเป๋าเงินคืนแม้ไม่มีเงินมากที่สุดคือ สวิตเซอร์แลนด์, นอร์เวย์, เนเธอร์แลนด์, เดนมาร์ก และ สวีเดน
ส่วนไทยอยู่อันดับที่ 28 จาก 40 ถ้ากระเป๋าเงินนั้นไม่มีเงินจะส่งคืนแค่ 25% หรือ 1/4 เท่านั้น
😲 แต่ที่น่าสนใจคือ ในกรณีที่กระเป๋าเงินมีเงินอยู่ในนั้น คนจาก 38 ใน 40 ประเทศ มีโอกาสส่งกระเป๋าเงินคืนมากกว่ารวมถึงไทยด้วย (ยกเว้นเม็กซิโกและเปรู)
✅ 5 ประเทศที่ส่งกระเป๋าเงินคืนเมื่อมีเงินมากที่สุดคือ เดนมาร์ก, สวีเดน, นิวซีแลนด์, สวิตเซอร์แลนด์ และนอร์เวย์
ส่วนไทยส่งคืนเพิ่มขึ้นจาก 25% มาเป็น 39% หรือเกือบ 2/5 เลยทีเดียว
แล้วถ้าเงินในกระเป๋าเยอะละ? (เงินประมาณ 3,000 บาท) งานวิจัยส่วนนี้ทำอยู่ใน 3 ประเทศคือโปแลนด์ อังกฤษ และ อเมริกา ผลที่ออกมาคือเงินยิ่งเยอะก็มีโอกาสคืนเยอะขึ้นด้วยในทั้ง 3 ประเทศเลย
เพราะฉะนั้นโดยรวมใน 40 ประเทศนี้ ผลการทดลองคือถ้าไม่มีเงินกระเป๋าตังค์จะถูกส่งคืนโดยเฉลี่ยประมาณ 40% และ ถ้ามีเงินจะถูกส่งคืนราวๆ 51%
ถึงตอนนี้เราอาจจะพอกล่าวได้ว่าคนในสังคมก็ยังมีความซื่อสัตย์อยู่มากกว่าที่สันนิษฐานในเชิงลบตอนแรก (ไม่มีเงินคืนเยอะ มีเงินคืนน้อย) แต่เหตุผลที่เรามองโลกในแง่ลบถึงแรงกระตุ้น ความโลภ ความอยากได้อยากมีของคนอื่น ก็อาจจะเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการอยู่รอด เพราะเราจะไว้ใจใครไปหมดก็คงไม่ได้
💬 “คนส่วนใหญ่ยังมีความเป็นห่วงคนทำกระเป๋าสตางค์ที่มีเงินตกอยู่ว่าเขาจะรู้สึกยังไงบ้าง มากกว่าเป็นห่วงคนที่ทำกระเป๋าสตางค์ตกแล้วไม่มีเงินอยู่ในนั้นเลย” คุณเบียร์อธิบาย
พูดอีกอย่างคือเราจะกังวลว่าคนที่มีเงินในกระเป๋าเขาจะต้องเอาเงินไปใช้อะไรในชีวิตมากกว่าถ้าเป็นแค่กระเป๋าเปล่าๆ นั่นเอง
ที่จริงแล้วแรงกระตุ้นอีกอย่างที่ทรงพลังมากๆ ของมนุษย์คือ ‘การทำความดี’ (Do the right thing) โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน ซึ่งนำไปสู่ความพึงพอใจในชีวิตมากขึ้นด้วย
ถึงยังไงก็ตามอยากจะจบบทความนี้ว่าโลกไม่ได้เป็นสถานที่ที่โหดมากร้ายนัก มีคนซื่อสัตย์ในสังคมมากกว่าที่เราคิด ไม่ได้โลภมากอย่างที่เราคาด แต่ขณะเดียวกันโลกก็ไม่ได้สวยงามเป็นสีชมพูอะไรขนาดนั้น
บางทีเอาหากกระเป๋าตังค์หาย เราก็อาจจะมีโอกาสได้คืนอยู่ แต่ถ้าให้ดี ไม่หายเลยแต่แรกน่าจะดีกว่า
- โสภณ ศุภมั่งมี (บรรณาธิการ #aomMONEY)
อ้างอิงจากหนังสือ : “The Why of Life”
https://www.economist.com/.../people-are-more-honest-than
...
https://www.science.org/.../a9f4584a-c217-4f9e.../pap.pdf
#PersonalFinance #การเงิน #จิตวิทยา #PsychologyofMoney #การทดลอง #ความซื่อสัตย์ในสังคม
1 บันทึก
7
1
1
7
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย