25 ก.ย. 2024 เวลา 14:00 • ไลฟ์สไตล์

สนิทแค่ไหนก็อันตราย คิดให้ดีก่อนให้เพื่อนยืมเงิน

เพราะเสียเพื่อนว่าเจ็บแล้ว แต่เสียทั้งเพื่อนเสียทั้งเงินยิ่งเจ็บกว่า
🎬 เมื่อเช้าพอดีไปเห็นคลิปหนึ่งของ คุณดิว-วีรวัฒน์ วลัยเสถียร นักธุรกิจและนักลงทุนที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง (ลิงก์ในคอมเมนต์) ที่น่าสนใจมากๆ ที่พูดถึงเรื่องการให้เพื่อนสนิทยืมเงิน
เรื่องคร่าวๆ คือคุณดิวมีเพื่อนคนหนึ่ง สมมุติชื่อ A
คุณ A ไปรู้จักกับผู้ปกครองของเพื่อนลูกที่โรงเรียน ซึ่งก็สนิทสนมกัน ลูกๆ ของทั้งสองครอบครัวสนิทกันมาก มีมานอนค้างที่บ้าน ไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันถึงขั้นนั้น
1
💰 มาวันหนึ่งผู้ปกครองท่านนั้นบอกหมุนเงินไม่ทัน เลยมาขอยืมเงินคุณ A ซึ่งตอนแรกก็ไม่เยอะหรอก มีสัญญาเขียนอะไรไว้ พร้อมเขียนเช็คให้เป็นหลักประกัน
หลังจากนั้นก็มีจ่ายมาบ้าง มียืมเพิ่มบ้าง หมุนไปหมุนมา 3 ปี
ยอดมันก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้รวมๆ 5 ล้านบาท ผู้ปกครองท่านนั้นหยุดจ่าย ค้างเลย ทวงยังไงก็แล้ว ก็ไม่ได้คืน สุดท้ายก็เลยต้องฟ้องร้องกัน
💸 หลายคนอาจจะคิดว่าแล้วทำไมคุณ A ถึงให้ยืมไปแต่แรก ไม่ให้ยืมก็หมดเรื่อง คุณดิวอธิบายให้ฟังว่าเหตุการณ์แบบนี้บางทีพอเป็นเพื่อนสนิทกันมันก็พูดยากเวลาเขามาขอความช่วยเหลือ ภายนอกผู้ปกครองคนนั้นก็ดูโอเค ขับรถแพง ใส่แบรนด์เนมต่างๆ ธุรกิจอาจจะมีสะดุดนิดหน่อยก็เลยให้ยืมไป
ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนสมัยเพิ่งเริ่มทำงานแรกๆ รายได้ผมก็ไม่ได้เยอะอะไรมาก แต่โชคดีว่าที่บ้านก็มีธุรกิจของตัวเอง เงินที่ได้มาก็เลยพอใช้พอเก็บบ้าง ลงทุนอะไรว่ากันไป
วันหนึ่งเพื่อนสนิทคนหนึ่งก็โทรมา คือปกติเราก็คุยกันบ่อยอยู่แล้วแหละ เพียงแต่วันนั้นเขาดูแปลกๆ สักหน่อย น้ำเสียงดูเกร็งๆ ดูหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อนอะไรบางอย่าง หลังจากพูดทักทายกันนิดหน่อย เขาก็ถามว่า “เราจะขอยืมเงินสัก 50,000 บาท ได้ไหม?”
⚖️ ผมนี่งงเลย เพราะที่ผ่านมาคือก็ไม่ได้มีทีท่าว่าเขาจะเงินขาดมือ เป็นหัวหน้าในองค์กรขนาดใหญ่ หน้าที่การงานก็ดีมั่นคง ผมก็เลยถามกลับไปว่า “เฮ้ย…เป็นอะไรวะ? เกิดอะไรขึ้น” เขาก็หัวเราะแห้งๆ กลับมา “อืมมมม…มันช็อตนิดหน่อยแหละ เดี๋ยวเดือนหน้าคืนให้”
มันเป็นจังหวะที่กระอักกระอ่วนใจมาก เงินตรงนั้นถามว่ามีให้ยืมไหมก็มีแหละ แต่เราก็เพิ่งเริ่มทำงาน เงินก็ไม่ได้มีเยอะ ใจหนึ่งก็อยากช่วยเพื่อน แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าถ้าช่วยแล้วถ้าไม่คืน คราวนี้ผมจะเสียเพื่อนดีๆ คนหนึ่งไปเลยนะ แต่ถ้าไม่ช่วยก็อาจจะเสียเพื่อนได้เหมือนกัน
สถานการณ์แบบเพื่อนคุณดิวหรือของผมช่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หากมีเพื่อนสนิทมาขอยืมเงิน หากคุณไม่ให้ยืมมันก็ทำลายความสัมพันธ์ได้ เพื่อนอาจจะไม่พอใจว่าแค่นี้ทำไมช่วยไม่ได้ หรือหากให้ยืมมันก็ทำลายความสัมพันธ์ได้เช่นเดียวกัน เพราะเพื่อนอาจจะไม่คืน (ปวดหัวแท้)
การให้ยืมเงินสร้างความแตกแยกในความสัมพันธ์มานักต่อนักแล้ว
📖 คุณเบสต์-ลงทุนศาสตร์เขียนวิธีแก้เอาไว้ในหนังสือ ‘ยอดคนเงินเหลือ’ อยู่ 3 ข้อ
💔💵 1. วัดใจ
วิธีนี้คือการตั้งตัวเลขไว้เลยว่านี่คือเงินที่คุณให้ได้มากที่สุดโดยที่ไม่เดือดร้อน คิดไว้ก่อนเลยว่ายังไงก็ไม่ได้คืน และเป็นเงินที่ “ถือเป็นค่าซื้อความสัมพันธ์” และอาจจะเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่จ่ายเสร็จแล้วแยกจากชีวิตหายกันไปเลย
ให้ยืมเสร็จก็รอดูผล ไม่คืนก็เลิกคบกันไป คล้ายกับการให้เงินไปเลยนั่นแหละครับ
เป็นเงินที่เอาให้ได้โดยที่เราสบายใจ ให้แค่นี้แหละพอแล้ว ถ้าได้คืนก็ดี ถ้าไม่ได้คืนก็ไม่เป็นไร เพราะเราไม่หวังได้คืนแต่แรกอยู่แล้ว
📝✍️ 2. ทำสัญญา
อันนี้คุณเบสต์แนะนำว่าหากเป็นเงินก้อนที่มากกว่าแค่เงินที่ให้ไปเลยได้ ก็ต้องทำสัญญากันเลยเป็นลายลักษณ์อักษร ถูกต้องตามกฎหมาย ระบุดอกเบี้ย ลายเซ็นพยาน มีสำเนาบัตรประชาชนรับรอง ทำเป็นเรื่องเป็นราวไปเลย
หนี้ก้อนใหญ่ ไม่ว่าสนิทแค่ไหน ทำสัญญาเสมอ เพราะเมื่อมีสัญญามาผูกมัด คนที่ยืมก็มีโอกาสจ่ายเงินคืนได้มากกว่า และอย่างน้อยก็เป็นลดความไม่สบายใจฝ่ายเราที่ให้ยืม มีวันเวลาแน่นอนที่จะได้เงิน แถมยังแสดงความบริสุทธิ์ใจของผู้ยืมด้วย
🚫🗣️ 3. กล้าปฏิเสธไปเลย
เราต้องเข้าใจก่อนว่าเงินที่จะให้ยืมคือเงินของเรา เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่ให้ยืม อีกฝั่งก็เอาไปไม่ได้
หากเราวิเคราะห์แล้วว่าเงินมันก้อนใหญ่เกินไปให้ไม่ได้ ไม่งั้นตัวเองก็จะลำบาก ทำสัญญาก็ไม่ได้ช่วยทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นเพราะเห็นแล้วว่าคนเหล่านี้น่าจะไม่คืนแน่ๆ
“สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณต้องรู้จักพูดคำว่า ‘ไม่’” 🛑
เราอาจจะอยู่ในวัฒนธรรมที่ขี้เกรงใจ ปฏิเสธคนไม่เป็น แต่ปัญหาเรื่องการยืมเงินจะไม่ลุกลามบานปลายเลยถ้าเราปฏิเสธตั้งแต่แรก
คุณเบสต์เขียนเอาไว้ว่า
“ความจริงปัญหาจะแก้ได้ตั้งแต่เริ่มต้นเลย ถ้าเราบอกว่าไม่ ผมทำบ่อยมากเวลามีคนมายืม ผมจะตอบไปง่าย ๆ ว่า ‘ไม่สะดวกให้ยืม’ เขาอาจถามกลับมาว่า ‘แต่ก็ดูมีเงินเยอะนี่ ทำไมให้ยืมไม่ได้’ ผมก็จะตอบกลับไปง่าย ๆ ว่า ‘ไม่อยากให้ยืม ไม่มีเหตุผลอะไรมากกว่านั้น’”
เพื่อนของคุณดิวเลือกวิธีที่ 2 ทำสัญญาเพราะความเชื่อใจและคิดว่าคงไม่บิดเบี้ยว แม้จะเขียนเช็คทิ้งไว้ให้ก็ไม่มีประโยชน์ “มันแค่กระดาษใบหนึ่งเท่านั้น” คุณดิวแนะนำว่าถ้าเลือกที่จะให้ยืมและทำสัญญาต้องมีอะไรมาค้ำเท่านั้น ที่ดิน รถยนต์ เครื่องประดับ ฯลฯ อะไรก็ได้ที่แปลงเป็นเงินได้จะดีกว่า
ส่วนในกรณีของผมตอนนั้นเลือกวิธีที่ 3 ปฏิเสธไปเลยสบายใจกว่า
เหตุผลเพราะรู้ว่าตัวเองเป็นคนที่ไม่ชอบทวงเงินคนอื่น ไม่ชอบความรู้สึกที่ต้องไปตามทวงตามถาม ไม่ชอบความรู้สึกว่าตัวเองจู้จี้ แต่ถ้าไม่ทวงก็รู้สึกเหมือนกำลังโดนคนอื่นเอาเปรียบ
ที่จริงไม่ใช่แค่กับเพื่อนสนิทคนนั้นที่มายืมเงิน แต่กับทุกคนเลยด้วยซ้ำที่มายืม ผมจะบอกปฏิเสธเหมือนๆ กัน (แค่ในกรณีของเพื่อนสนิทมันรู้สึกกระอักกระอ่วนมากกว่า)
คุณเบสต์บอกว่า
😢 “ผมคิดว่าหากใครสักคนจะเลิกคบเรา เพราะว่าเราไม่ให้เขา ยืมเงินก็ปล่อยให้เขาเลิกคบไปเถอะ นั่นแปลว่าความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเขาสามารถตีมูลค่าเป็นเงินได้อย่างง่ายดาย
ท่องไว้เสมอว่าเสียเพื่อนไปยังดีกว่าเสียทั้งเพื่อนและเสียทั้งเงิน เพราะการเสียแบบหลังนั้นต้องเจ็บใจมากกว่าแน่ๆ ดังนั้นเลือกทำสิ่งที่ตัวเองสบายใจเสมอ จะให้เงินไปเลยก็ได้ จะให้ยืมเงิน ก็ได้ แต่เผื่อใจไว้ด้วยว่าถ้าโดนโกง ถ้าไม่ได้เงินคืนแล้วจะรู้สึกอย่างไร ถ้ารับมือได้ อยากจะให้เท่าไหร่ก็ให้เลย”
🚫 “สนิทกันแค่ไหนก็อย่าให้ยืมเงิน” คุณดิวสรุปตอนจบ “ยืมเงินปุ๊บพูดไม่ออกสักราย วันที่เขาไม่มีเงินนะ เขาจะพูดอะไรก็ได้” ต้องระวังไว้ให้ดี
ส่วนในกรณีของผมยังจำได้ดีเลย ผมวัดใจบอกเพื่อนคนนั้นไปว่า “ผมไม่อยากเสียเพื่อนเพราะเงิน 50,000 บาท ขอโทษนะเราให้ยืมไม่ได้จริงๆ วะ” หลังจากนั้นเราก็บอกลาแล้ววางสายไป
ถ้าเขาจะหายไปก็ตามนั้น ทำใจเลย
แต่เชื่อไหมมาจนถึงตอนนี้เราก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาโดยตลอด คุยกันบ่อยๆ และรู้สึกโชคดีมากที่วันนั้นไม่ตัดสินใจให้ยืม เพราะถ้าให้ยืม ถึงตรงนี้อาจจะไม่ได้เป็นเพื่อนกันแล้วก็ได้
เพราะฉะนั้นก่อนคิดไว้เสมอครับว่าสนิทแค่ไหนก็อันตราย คิดให้ดีก่อนให้เพื่อนยืมเงิน เพราะถ้าไม่ให้ยืมแล้วเสียเพื่อนว่าเจ็บแล้ว แต่ถ้าให้ยืมแล้วเสียทั้งเพื่อนเสียทั้งเงินยิ่งเจ็บกว่าอีกนะครับ
- โสภณ ศุภมั่งมี (บรรณาธิการ #aomMONEY)
อ้างอิง :
หนังสือ : ยอดคนเงินเหลือ
อย่าพลาดโอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณให้ดีขึ้น!
เตรียมพบกับ Make Rich Expo มหกรรมการลงทุนแห่งชาติ ที่จะพาคุณก้าวเข้าสู่โลกของการลงทุนที่ทันสมัยและเข้าใจง่ายกว่าที่เคย! ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หัดลงทุน หรือผู้ที่มีประสบการณ์ เรามีทุกสิ่งที่คุณต้องการเพื่อสร้างความมั่งคั่งในอนาคต
เข้าร่วมงานฟรี!!
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้แล้ววันนี้ ที่ https://bit.ly/4dSTfcK
แล้วพบกันวันที่ 2 - 3 November 2024 เวลา 10.00 - 19.00 น. ณ Paragon Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้า Siam Paragon
#aomMONEY #MakeRichExpo #WorkLifeFestival2024
โฆษณา