27 ก.ย. 2024 เวลา 03:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ถอดเคสการลงทุน ทำไม 4 ยักษ์ค่ายเพลงเกาหลี ราคาหุ้นร่วงเกิน -50%

วงการ K-POP เป็นซอฟต์พาวเวอร์อันโด่งดังของเกาหลีใต้ ที่ได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จในระดับโลกมายาวนาน
2
แต่หลายคนอาจประหลาดใจ ถ้าได้รู้ว่า ราคาหุ้นและมูลค่าบริษัท ของค่ายเพลง BIG 4 ในเกาหลีใต้นั้น กลับปรับตัวลดลงอย่างน่าใจหายในช่วงที่ผ่านมา
HYBE Corporation มูลค่าบริษัทเหลือ 169,000 ล้านบาท ลดลง 58% จากจุดสูงสุด เมื่อธันวาคม 2021
JYP Entertainment มูลค่าบริษัทเหลือ 37,000 ล้านบาท ลดลง 69% จากจุดสูงสุด เมื่อมิถุนายน 2023
SM Entertainment มูลค่าบริษัทเหลือ 33,000 ล้านบาท ลดลง 65% จากจุดสูงสุด เมื่อมีนาคม 2023
YG Entertainment มูลค่าบริษัทเหลือ 14,500 ล้านบาท ลดลง 67% จากจุดสูงสุด เมื่อพฤษภาคม 2023
หรือคิดเป็นมูลค่าบริษัทที่หายไปรวมกันราว 666,000 ล้านบาท..
มันเกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจค่ายเพลง K-POP ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้วงการเพลงเกาหลีใต้ เดินทางมาถึงจุดนี้ได้ คงหนีไม่พ้น “ตัวศิลปิน” ที่ฝึกฝนและแสดงผลงานทั้งด้านการร้องและการเต้น พร้อมกับรูปลักษณ์ จนสามารถเอาชนะใจคนดู และขยายฐานแฟนคลับได้
ประกอบกับ “ค่ายเพลง” ที่เป็นทีมงานเบื้องหลัง คอยดูแลการผลิตผลงาน และวางแผนกลยุทธ์การโปรโมตเป็นอย่างดี ก็ช่วยส่งเสริมให้ศิลปินหลายวง มีชื่อเสียงทั้งในประเทศและต่างประเทศ
1
แต่ในอีกมุมหนึ่ง การพึ่งพาศิลปินรายใดรายหนึ่งมากเกินไป ย่อมกลายเป็น “ความเสี่ยง” สำหรับค่ายเพลงเอง
 
ตัวอย่างแรก คือ ค่าย HYBE ต้นสังกัดวง BTS
1
ตอนนี้วง BTS หยุดพักการทำกิจกรรมชั่วคราว เนื่องจากสมาชิกวงต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารตามกฎหมาย ซึ่งกว่าจะครบกำหนดออกจากกรมกันทุกคน ก็ต้องรอจนถึงปี 2025
1
ส่งผลให้ HYBE สูญเสียรายได้มหาศาลจากวงเบอร์หนึ่งของค่ายไป ซึ่งเคยมีการประเมินกันว่า BTS นำรายได้มาสู่เศรษฐกิจเกาหลีใต้กว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี เลยทีเดียว
ตัวอย่างถัดมาคือ ค่าย YG ต้นสังกัดวง BLACKPINK
โดยไม่นานมานี้ สมาชิกวง BLACKPINK มีการต่อสัญญาฉบับใหม่กับค่ายเฉพาะกิจกรรมของวง แต่ไม่ต่อสัญญาในส่วนของกิจกรรมเดี่ยว และหันไปเปิดค่ายของตัวเองเพื่อให้มาบริหารจัดการแทน
ซึ่งน่าจะทำให้ YG สูญเสียรายได้อยู่ไม่น้อย เพราะรายได้จากวง BLACKPINK นั้นมีสัดส่วนมากถึง 80% ของรายได้ทั้งหมด ทางค่ายจึงต้องเริ่มปั้นศิลปินหน้าใหม่ขึ้นมาแทน เช่น การเดบิวต์วง BABYMONSTER
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาวงน้องใหม่นั้น ต้องอาศัยเวลาในการค่อย ๆ สั่งสมฐานแฟนคลับด้วยผลงานที่น่าติดตามต่อเนื่อง และมันก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะประสบความสำเร็จสูงเหมือนศิลปินรุ่นพี่
นอกจากนั้น อีกประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อภาพลักษณ์ของค่ายเพลง คือ กรณีข่าวอื้อฉาวต่าง ๆ
ในปีที่แล้ว เกิดเหตุการณ์แย่งชิงหุ้นของค่าย SM ระหว่าง HYBE กับ Kakao ซึ่งถือเป็นข่าวใหญ่ของวงการบันเทิงและตลาดทุนเกาหลีใต้ก็ว่าได้
1
สุดท้ายแล้ว คุณคิมบอมซู เจ้าของ Kakao ก็ได้ถูกศาลออกหมายจับกุมตัวไปดำเนินคดีข้อหาปั่นหุ้น SM เพื่อขัดขวางไม่ให้ HYBE เข้ามาซื้อหุ้นแข่ง
1
หรืออีกเรื่องหนึ่งที่เป็นข่าวดังเช่นกัน คือ ความขัดแย้งภายในค่าย HYBE
โดยเมื่อต้นปีนี้ HYBE และ ADOR ซึ่งเป็นค่ายในเครือที่ดูแลวง NewJeans ออกมาตอบโต้กันผ่านสื่อหลายครั้ง เกี่ยวกับปัญหาการบริหารงานภายในกลุ่ม
และดรามาดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อการผลิตผลงานเพลงและการโปรโมตของวง NewJeans พอสมควร รวมทั้งแฟนคลับบางส่วนก็ไม่อยากจ่ายเงินสนับสนุนค่ายอีกต่อไป
จากปัจจัยรุมเร้า ไม่ว่าจะเป็น การสูญเสียรายได้จากศิลปินหลัก, การปั้นวงน้องใหม่ที่ต้องใช้เวลา และชื่อเสียงที่เสียหายจากความขัดแย้งในวงการ
ประกอบกับมีแฟนเพลงบางส่วนรู้สึกว่า วงการ K-POP เริ่มไม่แปลกใหม่ ส่วนใหญ่มีแต่ผลงานที่สไตล์คล้ายกันไปหมด ทำให้หมดความน่าสนใจ
1
ส่งผลให้ธุรกิจค่ายเพลง K-POP ชะลอตัว โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ ที่ยอดส่งออกอัลบั้มของค่ายเพลง BIG 4 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 อยู่ที่ 44.7 ล้านแผ่น ลดลง 16% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า
1
และนับเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 9 ปีอีกด้วย..
1
ตรงนี้หลายคนอาจคิดว่า เราอยู่ในยุคของการฟังเพลงบนแพลตฟอร์มสตรีมมิง แต่ต้องบอกว่ายอดขายอัลบั้มยังคงเป็นรายได้และกำไรหลักของธุรกิจนี้อยู่
ส่วนหนึ่งเพราะแฟนคลับมีการซื้ออัลบั้มจำนวนมาก เพื่อให้ได้โอกาสรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น การสุ่มรายชื่อไปงานแฟนมีต หรือได้ลายเซ็นศิลปินที่ชื่นชอบ เป็นต้น
1
ขณะที่รายได้จากส่วนแบ่งค่าตอบแทนบนแพลตฟอร์มสตรีมมิง ยังเป็นสัดส่วนที่น้อย เมื่อเทียบกับยอดขายอัลบั้ม
1
อย่าง HYBE เผยข้อมูลไว้ว่า รายได้ออนไลน์ คิดเป็นสัดส่วนเพียง 13% ของรายได้ทั้งหมด
1
ส่วนฝั่ง JYP เองก็บอกว่า รายได้ออนไลน์ คิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 10% ของรายได้ทั้งหมดเสียอีก
ด้วยเหตุนี้ ผลประกอบการของค่ายเพลง K-POP จึงปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน ในไตรมาส 2 ของปี 2024 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า
HYBE กำไรจากการดำเนินงาน ลดลง 37%
JYP กำไรจากการดำเนินงาน ลดลง 79%
SM กำไรจากการดำเนินงาน ลดลง 30%
YG กำไรจากการดำเนินงาน ลดลง 94%
เรื่องนี้คงเป็นความท้าทาย ที่ค่ายเพลงหรือธุรกิจที่พึ่งพาตัวบุคคลเป็นหลัก จะต้องพบเจอเสมอ
เพราะถึงแม้ปัจจุบันจะกอบโกยความสำเร็จได้ต่อเนื่อง
แต่ไม่มีอะไรรับประกันว่า คีย์แมนเหล่านั้น จะอยู่ทำเงินให้กับบริษัทได้ตลอดไป..
นอกจากนั้น การเตรียมความพร้อมให้กับคนรุ่นถัดไปที่จะมารับไม้ต่อ ต้องเผชิญความกดดันจากมาตรฐานที่สูงของรุ่นก่อนหน้า ซึ่งอาจกลายเป็นกำแพงที่ก้าวข้ามไปได้ลำบากเช่นกัน
ลองนึกดูว่าแต่ละค่ายเพลง K-POP จะปลุกปั้นวงใหม่ให้โด่งดังเท่าวงระดับซูเปอร์สตาร์ปัจจุบัน อย่างเช่น BTS, BLACKPINK, TWICE คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก
ซึ่งพอผลประกอบการออกมาย่ำแย่ บวกกับทิศทางธุรกิจเริ่มไม่แน่นอนว่าจะกลับมาร้อนแรงเหมือนเดิมได้หรือเปล่า
จึงทำให้นักลงทุนเทขายหุ้น จนมูลค่าบริษัทของค่ายเพลง BIG 4 ในเกาหลีใต้ หายไปเกินกว่าครึ่งหนึ่ง จากจุดพีก..
โฆษณา