Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Eat . Pray . Live
•
ติดตาม
14 ต.ค. 2024 เวลา 11:06 • หนังสือ
ฟาราห์ ปาห์ลาวี
อิหร่าน หรือ เปอร์เซียในอดีตนั้น เป็นชื่อที่คนไทยเราคุ้นเคยกันมาเป็นเวลาช้านาน นอกจากในฐานะผู้ส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลกแล้ว ในอดีต…ราชวงศ์จักรีและราชวงศ์ปาห์ลาวี อันมีพระเจ้า ชาห์ โมฮัมหมัด เรซาห์ ปาห์ลาวี เป็นประมุข ยังมีความสัมพันธ์อันดีมาอย่างแนบแน่นยาวนานอีกด้วย
พระเจ้า ชาห์ โมฮัมหมัด เรซาห์ ปาห์ลาวี เป็นกษัตริย์องค์ที่สองของราชวงศ์ปาห์เลวี สืบทอดราชสมบัติต่อจากพระราชบิดา ภายหลังจากที่อังกฤษคืนอำนาจการปกครองให้กับประเทศอิหร่าน พระเจ้าชาห์ในสมัยที่ยังคงดำรงตำแหน่งเป็นมกุฏราชกุมาร ทรงอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงฟอว์ซียา พระขนิษฐาของกษัตริย์ฟารูกแห่งอียิปต์
ภายหลังทั้งสองพระองค์ทรงหย่ากัน เนื่องจากเจ้าหญิงไม่ทรงมีรัชทายาทถวายได้ และพระเจ้าชาห์ทรงอภิเษกสมรสอีกครั้งกับหญิงสามัญชนลูกครึ่งอิหร่าน-เยอรมันชื่อ ’โซรายา’ ที่ภายหลังประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเกิดการหย่าร้างขึ้นอีกครั้ง และทรงดำรงตำแหน่งเป็น ’เจ้าหญิงโซรายา’ ตั้งแต่นั้นมา ก่อนที่พระเจ้าชาห์จะทรงพบรักอีกครั้งกับหญิงสาวสามัญชนชาวอิหร่าน นักศึกษาสาวที่กำลังศึกษาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์อยู่ที่กรุงปารีส ซึ่งเธอผู้นั้นคือ ’ฟาราห์ ดิบา’
หนังสือเล่มนี้ คืออัตชีวประวัติของ ’ฟาราห์ ปาห์ลาวี’ หรือสมเด็จพระราชินีฟาราห์ ปาห์ลาวี ในพระเจ้าชาห์แห่งอิหร่าน พระองค์ทรงเล่าเรื่องราวตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก จนกระทั่งเดินทางไปศึกษาต่อที่ปารีส และทรงพบกับพระเจ้าชาห์เป็นครั้งแรกในงานเลี้ยงรับรองที่สถานทูต เมื่อครั้งเสด็จประพาสประเทศฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1959
เล่าถึงพระราชพิธีอภิเษกสมรสที่ยิ่งใหญ่ การให้กำเนิดรัชทายาทพระองค์แรก เจ้าชายเรซา ปาห์เลวี ที่สร้างความตื่นเต้นดีใจให้กับประชาชนชาวอิหร่านทั้งแผ่นดิน การทรงพระราชกรณียกิจต่างๆ ทางด้านสังคม สาธารณสุข และการศึกษาเพื่อพัฒนาประเทศอิหร่านให้มีความเจริญเท่าเทียมอารยประเทศ จนทรงได้รับการสถาปนาให้เป็นพระจักรพรรดินีพระองค์แรก และพระองค์เดียวในประวัติศาสตร์ของประเทศอิหร่านอีกด้วย
ต่อมาได้เกิดกระแสการต่อต้านการปกครองของพระเจ้าชาห์จากผู้นำทางศาสนาและกลุ่มนักศึกษาหัวรุนแรง เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นหลายต่อหลายครั้ง จนพระเจ้าชาห์และพระราชวงศ์ต้องเสด็จไปต่างประเทศเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ตามคำแนะนำของคณะรัฐบาล แต่คณะรัฐบาลเองกลับถูกยึดอำนาจโดยผู้นำทางศาสนา อยาตุลเลาะห์ โคไมนี แล้วเปลี่ยนระบอบการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของกษัตริย์ชาห์ เรซา ปาห์ลาวี มาเป็นสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านอย่างเช่นทุกวันนี้
อันทำให้พระเจ้าชาห์ซึ่งทรงพระประชวรอยู่แล้วก่อนหน้านี้ ต้องเสด็จลี้ภัยไปตามประเทศต่างๆ ก่อนที่จะสิ้นพระชนม์ที่กรุงไคไร ประเทศอียิปต์ในปี ค.ศ. 1980 ทิ้งให้พระราชินีฟาราห์ และรัชทายาทคือ เจ้าชายเรซา ปาห์เลวี ยังทรงต่อสู้เพื่อสิทธิในการกลับไปครองราชบัลลังก์ปกครองประเทศอิหร่านในระบอบประชาธิปไตยต่อมาเป็นเวลานานอีกหลายสิบปี
คนไทยในอดีตรู้จัก และมีความคุ้นเคยกับราชวงศ์ปาห์เลวีอยู่มากพอสมควร ทั้งสองพระองค์เคยเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2511 มาแล้ว ในหนังสือยังได้กล่าวถึงเมื่อครั้งเสด็จลี้ภัยจากประเทศอิหร่านว่าทรงได้รับสาสน์แสดงความห่วงใยจากบรรดาราชวงศ์ ผู้นำต่างๆ รวมถึงจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อีกด้วย
หนังสือเล่มนี้…’ฟาราห์ ปาห์เลวี’ แปลจาก ’Farah Pahlavi Memories’ ซึ่งพระองค์ทรงพระนิพนธ์ขึ้นเอง แปลโดย ’วรากุล’ นักแปลหญิงที่เชี่ยวชาญภาษาฝรั่งเศส พิมพ์ครั้งแรกเป็นตอนๆ ลงในนิตยสารพลอยแกมเพชร ก่อนจัดพิมพ์เป็นเล่มโดยสำนักพิมพ์ศรีสาราในปี พ.ศ. 2548
วันนี้…14 ตุลาคม คล้ายวันพระราชสมภพของ ’ฟาราห์ ปาห์ลาวี’ หรือสมเด็จพระราชินีฟาราห์ ปาห์ลาวี เลยขอนำหนังสือเล่มนี้ ที่ไม่ได้อ่านสนุกแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังน่าสนใจด้วยประวัติศาสตร์ของชนชาติอิหร่านในช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลง
เปรียบเสมือนบทเรียนราคาแพงให้ผู้อ่านได้ศึกษาถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับผู้อื่น เพื่อป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดนั้นเกิดขึ้นได้กับตัวเราเอง
……………………
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย