22 ต.ค. 2024 เวลา 07:33 • กีฬา

# นักเตะที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาลของทีมชาติแซมเบีย

# ทวีปแอฟริกาเป็นดินแดนที่มีนักฟุตบอลก้าวขึ้นมาเป็น ดาวเตะระดับโลก อย่างมากมาย โดยเคยมีนักเตะที่ได้รับรางวัลบัลลงดอร์ เช่น จอร์จ เวอาห์ และมีผู้เล่นอีกหลายคนที่เข้ามาสร้างชื่อเสียงในทวีปยุโรป
# โดยแต่ละชาติในทวีปแอฟริกาก็มักจะมีนักเตะที่เป็นผู้เล่นดาวเด่นและเป็นตำนานของทีมซึ่งถ้าลองยกตัวอย่างมาก็จะมีให้เห็นอยู่ไม่น้อย
# จอร์จ เวอาห์ (ไลบีเรีย)
# ดิดิเยร์ ดร็อกบา (ไอวอรีโคสต์)
# โรเจอร์ มิลล่า (แคเมอรูน)
# เอ็นวานโก้ คานู (ไนจีเรีย)
# รายชื่อที่ยกตัวอย่างมาล้วนแต่เป็นผู้เล่นระดับตำนานและมีชื่อเสียงพอสมควร ขณะที่ทีมชาติแซมเบียก็มีตำนานนักเตะอยู่เช่นเดียวกัน แม้ว่าชื่อเสียงอาจจะไม่ได้ถึงกับเป็นคุ้นหูของแฟนบอลทั่วไป แต่เขาก็สร้างสถิติเป็นผู้เล่นที่ทำประตูสูงสุดให้กับทีมชาติแซมเบีย โดยเขาคนนั้นก็คือ ก็อดฟรีย์ ชิตาลู
# ก็อดฟรีย์ ชิตาลู (Godfrey Chitalu) เกิดเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ปี 1947 โดยมีพ่อเป็นคนงานเหมือง ส่วนแม่ทำงานเป็นแม่บ้านซึ่งการที่เป็นลูกคนที่ 7 ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 9 คน ทำให้ฐานะในวัยเด็กของเขาจัดว่าค่อนข้างยากจนเลยทีเดียว
# เขาเริ่มต้นเล่นฟุตบอลในแถบละแวกบ้าน โดยเตะฟุตบอลด้วยเท้าเปล่า เนื่องจากไม่มีเงินที่จะไปซื้อรองเท้ามาเตะและด้วยลักษณะของสนามและรูปแบบการเล่นที่ไม่มีอุปกรณ์อะไรทั้งสิ้น ทำให้เขามักได้รับบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้ง แต่ต่อให้บาดเจ็บเพียงใดเขาก็มักจะหาทางมาเล่นฟุตบอลอยู่เสมอ
# ชิตาลู ได้เข้าเรียนอย่างเป็นทางการในปี 1954 และมีโอกาสเล่นฟุตบอลให้กับทีมโรงเรียน โดยที่เขาลงเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าและในบางครั้งก็ถ่างไปเล่นตรงริมเส้นฝั่งซ้าย
# ในช่วงนั้นนอกจากจะเล่นฟุตบอลแล้ว เขายังฝึกซ้อมมวยไปด้วย แต่สุดท้ายก็หันมาทุ่มเทกับฟุตบอลเพียงอย่างเดียวซึ่งในที่สุดเขาก็ได้ร่วมทีมเยาวชนของสโมสร คิทเว ยูไนเต็ด ซึ่งก็มาจากฝีเท้าของเขาที่ไปสะดุดตาของประธานสโมสรจนถูกดึงตัวมาร่วมทีม
# ชิตาลู ได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ คิทเว ยูไนเต็ด เมื่อปี 1964 แต่ในช่วงแรกๆเขามักต้องนั่งเป็นตัวสำรองจนกระทั่งในปี 1966 เขาก็กลายเป็นผู้เล่นตัวหลักของทีมโดยได้สวมเสื้อหมายเลขพร้อมกับทำประตูไปได้ 14 ประตู
# แม้ว่าจะได้เป็นผู้เล่นตัวหลักของทีมแล้ว แต่เขามักจะมีข้อเสียในเรื่องของการควบคุมอารมณ์ซึ่งเขามักจะมีการเอาคืนใส่คู่แข่งเกือบทุกครั้งเวลาที่ถูกเล่นงานซึ่งจุดบอดตรงนี้ทำให้เขาเคยถูกแบนห้ามลงสนามทั้งฤดูกาลจากพฤติกรรมที่ก้าวร้าวและไม่เคารพผู้ตัดสิน
# ในปี 1968 เขากลายเป็นกัปตันทีมของคิทเวด้วยวัยแค่ 20 ปี โดยการได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมทำให้เขาเปลี่ยนพฤติกรรมเสียใหม่ เขากลายเป็นคนที่สุขุมและใจเย็นขึ้นมาก ส่วนผลงานในสนามก็ยอดเยี่ยมไม่น้อย เมื่อคว้าตำแหน่งรางวัลดาวซัลโวสูงสุดพร้อมได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของแซมเบียเป็นสมัยแรก
# เขาค้าแข้งให้คิทเวจนถึงปี 1970 แม้ไม่ประสบความสำเร็จในด้านถ้วยแชมป์ แต่เขาก็คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของแซมเบียได้ถึง 2 สมัยและตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของลีกแซมเบีย
# ในปี 1971 ชิตาลูย้ายไปร่วมทีม กาบเว วอร์ริเออร์ แม้ว่าจะพลาดการลงสนามใน 6 นัดแรก แต่เมื่อลงสนามให้ทีมในนัดแรกเขาสามารถทำแฮตทริกได้ทันทีในแมตช์ที่เจอกับ คาลูลูชี่ โมเดิร์น สตาร์ จนแฟนบอลตั้งฉายาให้ว่า อูการ์ ซึ่งเป็นชื่อของแบตเตอรี่ โดยความหมายก็จะสื่อถึงการที่มีพลังงานเต็มเปี่ยมและใช้งานได้อย่างยาวนาน
# ผลงานในสีเสื้อของ กาบเว วอร์ริเออร์ ของชิตาลูถือว่ายอดเยี่ยม เขามีส่วนพาทีมได้แชมป์ลีกของแซมเบียในปี 1971 และ 1972 คว้ารางวัลดาวซัลโวของลีกในปี 1972 และยังเคยยิงประตูได้ 7 ลูกในเกมนัดเดียว
# ชิตาลู คว้าแชมป์บอลถ้วยได้ในปี 1972 โดยเอาชนะทีมเก่าอย่าง คิทเว ยูไนเต็ด โดยเขาสามารถทำประตูได้ด้วย โดยหลังจากนั้นเขายังคงทำสถิติยิงประตูอย่างต่อเนื่อง โดยในรอบปี 1972 เขายิงประตูได้เกิน 100 ประตูและกวาดรางวัลส่วนตัวมากมาย โดยเขายกความสำเร็จส่วนหนึ่งให้กับเพื่อนร่วมทีมซึ่งคอยสนับสนุนจนทำให้เขากลายเป็นยอดดาวยิงของประเทศแซมเบีย
# นอกจากนั้นเขายังเป็นนักเตะชาวแซมเบียคนแรกที่คว้ารางวัลนักเตะแห่งปีได้ 2 สมัยติดต่อกันในปี 1978 และ 1979 จนกระทั่งในปี 1981 เขากระโดดหลบจากการเสียบสกัดของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม แต่ก็ลงพื้นผิดท่า ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บหนักจนต้องไปรักษาตัว แม้ว่าจะกลับมาได้ในอีกปีถัดมา แต่อาการบาดเจ็บที่เรื้อรังทำให้เขาตัดสินใจแขวนสตั๊ดในปี 1982
# ขณะที่ผลงานกับทีมชาติแซมเบีย เขาเริ่มติดทีมชาติครั้งแรกในปี 1968 ในเกมอุ่นเครื่องกับ ยูกันดา และเขายังได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติแซมเบียชุดที่ได้รองแชมป์แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ในปี 1974 แต่เขาทำผลงานได้ไม่ดีนัก เมื่อยิงได้แค่ประตูเดียวในเกมที่แพ้ต่อ อียิปต์ 3-1
# นอกจากนั้นเขายังมีส่วนร่วมกับทีมชุดทำศึกโอลิมปิกเมื่อปี 1980 ที่สหภาพโซเวียต ซึ่งในปีเดียวกันนี่เองที่เขาอำลาทีมชาติ โดยทำสถิติรับใช้ทีมชาติไป 111 นัดและยิงไปได้ 79 ประตูซึ่งจำนวนประตูที่เขาทำได้ ทำให้เขายังคงครองสถิติผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติแซมเบียมาจนถึงยุคปัจจุบัน
# นอกจากนั้นยังมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับ สถิติการทำประตูของชิตาลู โดยหลังจากที่ ลิโอเนล เมสซี่ ถือครองสถิตินักเตะที่ทำประตูได้สูงสุดในรอบ 1 ปี โดยเมสซี่ทำได้ 91 ประตูในปี 2012
# แต่สมาคมฟุตบอลของแซมเบีย ได้นำเรื่องไปยื่นต่อ ฟีฟ่า โดยพวกเขานำข้อมูลการทำประตูของ ชิตาลู ที่ทำไว้ในปี 1972 ออกมาเผยว่า ชิตาลูทำประตูในปี 1972 ได้ถึง 116 ประตูซึ่งควรที่จะแซงหน้าสถิติที่เมสซี่ทำเอาไว้ แต่ทางฟีฟ่าออกมายืนยันว่า "พวกเขาจะไม่รองรับสถิติการทำประตูของชิตาลู" เนื่องจากว่าไม่มีการบันทึกการแข่งขันภายในประเทศอย่างเป็นทางการ จึงอาจคิดได้ว่าเป็นสิ่งที่สมาคมฟุตบอลแซมเบียอ้างอิงขึ้นมาเอง
# ด้านชีวิตหลังแขวนสตั๊ด ชิตาลูได้ทำงานเป็นผู้ช่วยโค้ชของสโมสรเก่าอย่าง กาบเว วอร์ริเออร์ แต่ก็ยังสร้างเรื่องด้วยการไปชกหน้าของผู้ตัดสิน แต่จากผลงานที่เขาทำให้แซมเบียในช่วงสมัยที่เป็นนักเตะ ทำให้เขาโดนลงโทษแค่การถูกคุมประพฤติเป็นเวลา 2 ปีและเสียค่าปรับอีกจำนวนหนึ่ง
# ในเดือนธันวาคม ปี 1992 เขาทำงานผู้ช่วยโค้ชทีมชาติแซมเบียซึ่งมี โมเซส ซิมวาลา เป็นกุนซือใหญ่ แต่หลังจากรับงานได้กี่เดือนก็เกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้นซึ่งเหตุการณ์นี้ได้พรากชีวิตของชิตาลูไปตลอดกาล
# วันที่ 27 เมษายน 1993 ทีมชาติแซมเบียมีคิวเดินทางไปยัง เซเนกัล เพื่อลงเล่นเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โดยพวกเขาได้รับการสนับสนุนการเดินทางด้วยเครื่องบินของกองทัพอากาศแซมเบีย
# โดยก่อนเดินทางได้มีการเตรียมจุดที่จะแวะเติมน้ำมันไว้ 3 จุดด้วยกันซึ่งประกอบไปด้วย เมืองบราซซาวิลล์ในประเทศคองโก เมืองลีเบอร์วิลล์ในประเทศกาบอง และเมืองอาบิดจันในประเทศไอวอรีโคสต์
# แต่เมื่อจอดแวะเติมน้ำมันในจุดแรก เครื่องบินก็เกิดเหตุขัดข้อง แต่ถึงกระนั้นนักบินและลูกเรือรวม 5 ชีวิตก็นำเครื่องขึ้นและเดินทางต่อจนเมื่อมาถึงจุดแวะพักที่ 2 ก็ได้เกิดเหตุไฟไหม้ตรงเครื่องยนต์ด้านฝั่งซ้าย แม้ว่านักบินและลูกเรือจะช่วยกันดับไฟและแก้ไขสถานการณ์เบื้องต้นไปได้ แต่เมื่อบินออกไปได้สักพัก เครื่องยนต์ทางฝั่งขวาก็เกิดสูญเสียกำลังจนเครื่องบินสูญเสียการควบคุมและตกลงไปในทะเลซึ่งอยู่บริเวณชายฝั่งของประเทศกาบอง
# เหตุการณ์นี้ไม่มีนักบิน ลูกเรือและผู้โดยสารรอดชีวิตเลยสักรายเดียว โดยผู้เสียชีวิตก็ประกอบไปด้วย นักบินพร้อมลูกเรือรวมเป็น 5 คน ส่วนอีก 25 ชีวิตเป็นกลุ่มนักเตะและสตาฟฟ์โค้ชของทีมชาติแซมเบีย โดยหนึ่งในนั้นก็คือ ก็อดฟรีย์ ชิตาลู ซึ่งในเวลานั้นเขาเป็นกุนซือชั่วคราวของทีม หลังจาก ซิมวาลา โค้ชตัวจริงเกิดป่วยและต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล
# ส่วนสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตกก็มาจากความขัดข้องของตัวเครื่องบินซึ่งมีอุปกรณ์บางจุดเกิดการชำรุดซึ่งแม้จะเกิดไฟไหม้ แต่นักบินก็ยังฝืนที่จะเดินทางกันต่อ นอกจากนั้นตัวของนักบินก็ถูกสืบทราบมาว่าเพิ่งจะไปขับเครื่องบินให้กับทีมชาติ มอริเชียส มาเมื่อวันก่อนที่จะเกิดเหตุ ทำให้สภาพของนักบินมีความเหนื่อยล้าและไม่พร้อมที่จะทำงาน แต่ก็ยังฝืนมารับงานจนเกิดอุบัติเหตุอันน่าเศร้าสลด
# โดยโศกนาฏกรรมในครั้งนี้ก็เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของทีมชาติแซมเบียที่ต้องสูญเสียนักฟุตบอลอนาคตไกลไปถึง 18 รายรวมไปถึงตำนานดาวเตะของทีมอย่าง ชิตาลู โดยหลุมศพของเขาและทีมงานทั้งหมดถูกฝังไว้ที่เมืองลูซาก้า
# นอกจากนั้นยังมีการให้เกียรติเขาด้วยการเปลี่ยนชื่อถนนสายหนึ่งในเมืองลูซาก้าให้เป็นชื่อถนน ก็อดฟรีย์ ชิตาลู และสนามเหย้าของทีม กาบเว วอร์ริเออร์ ก็เปลี่ยนชื่อเป็น ก็อดฟรีย์ ชิตาลู สเตเดี้ยม
#ก็อดฟรีย์ชิตาลู
#ทีมชาติแซมเบีย
#กาบเววอร์ริเออร์
#เครื่องบินตก
#GodfreyChitalu
#Zambia
#KabweWarriors
ก็อดฟรีย์ ชิตาลู เป็นตำนานนักเตะของทีมชาติแซมเบีย โดยถือครองสถิติผู้ทำประตูสูงสุดของทีมด้วยจำนวน 79 ประตู
ผลงานส่วนตัวของเขาค่อนข้างยอดเยี่ยม โดยเคยคว้าตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของแซมเบียถึง 5 สมัย
สถิติการทำประตูของเขาในปี 1972 เคยถูกนำเสนอต่อฟีฟ่าให้เป็นนักเตะที่ทำประตูสูงสุดในรอบ 1 ปี แต่ถูกฟีฟ่าปฏิเสธ
ปัจจุบันหลุมศพของเขาถูกฝังไว้ที่เมืองลูซาก้า โดยเขาเสียชีวิตในปี 1993 จากอุบัติเหตุเครื่องบินตก
โฆษณา