25 ต.ค. 2024 เวลา 09:08 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์

เดชไอ้ด้วนผจญฤทธิ์จักรพญายม (Master of the Flying Guillotine)

ด้านจนดัง
คงต้องบอกว่าแฟนหนังฮ่องกงสายคลาสสิคของชอว์ บราเดอร์ส หลายคนอาจจะไม่ค่อยถูกใจกับผลงานของหวัง หยู่ ในช่วงที่เขาย้ายไปทำหนังที่ไต้หวัน เพราะหนังในยุคนั้นมีลักษณะที่ดิบเถื่อนและค่อนข้างไม่สนคุณภาพเท่าไร แต่ดันมีเสน่ห์แบบ "บ้า กล้าทำ" จนกลายเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร จะเรียกว่า "หน้าด้าน" ก็ยังได้ เพราะในหนังของหวัง หยู่ แทบจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้ ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว
หลังจากที่หวัง หยู่ ออกจากชอว์ บราเดอร์สเขาน่าจะมีความแค้นเคืองอยู่ลึกๆ กับรัน รัน ชอว์ เพราะชอว์บยังคับว่าภายใน 3 ปี ห้ามหวังหยู่กลับไปเล่นหรือกำกับหนังในฮ่องกง หวังหยู่ก็เลยเอาหนังดังของชอว์มาปรับแต่งใหม่ โดยเฉพาะ เดชไอ้ด้วน ภาพยนตร์ที่เคยสร้างชื่อให้เขาก็ถูกนำมาสานต่อในเวอร์ชันใหม่ในไต้หวัน นั่นก็คือ One-Armed Boxer ในปี 1972 ซึ่งอาจจะขาดความคลาสสิคแบบชอว์ แต่เต็มไปด้วยความบ้าดีเดือด แปลกพิสดาร จนกลายเป็นหนังคัลท์ที่ต้องมีในลิสต์คนชอบหนังแอ็กชั่นแนวกังฟู
ถึงแม้หนังของหวัง หยู่ อาจจะไม่ได้สวยงามดูมีระดับเท่าหนังของชอว์ บราเดอร์ส แต่กลับมีฐานแฟนคลับเดนตายที่หลงใหลในความ "คัลท์" ของผลงานเขา หลายคนถึงกับอยากรู้ว่า หวังหยู่จะพาหนังของเขาไปสู่ระดับความบ้าบิ่นได้ถึงขนาดไหนกันแน่
ในบรรดาหนังคัลท์ บ้าดีเดือดของหวังหยู่ เรื่องที่ดังที่สุด หาดูง่ายที่สุดน่าจะเป็นเรื่อง เดชไอ้ด้วนผจญฤทธิ์จักรพญายม Master of the Flying Guillotine หรือ One-Armed Boxer vs. the Flying Guillotine ซึ่งเนื้อเรื่องก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เมื่อกลุ่มนักสู้ที่นำโดยนักชกแขนเดียวถูกสังหารโดยเหล่านักฆ่าที่มีอาวุธจักรสังหารกิโยตินบิน
ทั้งสองฝ่ายต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้งในการแข่งขันเจ้ายุทธภพ ซึ่งเปิดโอกาสให้หนังใส่ฉากประลองการต่อสู้ที่มาจากนักสู้ทั่วทุกมุมโลก มีฉากต่อสู้สุดมันส์แบบที่ทำให้นึกถึงเกมต่อสู้ชื่อดังอย่าง Tekken หรือ Street Fighter เลยทีเดียว (เพราะเกมเอาหนังเรื่องนี้มาเป็นต้นแบบ)
ความสนุกของหนังเรื่องนี้อยู่ที่การประลองยุทธที่แปลกแหวกแนวจากนักสู้ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นนักสู้โยคะจากอินเดียที่แขนยืดออกได้หดได้เหมือนยางยืด นักสู้จากชวา หรือซามูไรและนินจาจากญี่ปุ่น แต่นักสู้ที่เด่นสุดคือนักมวยไทยที่ชื่อ "นายเหม็น" (ซึ่งโดนพากย์ไทยซะฮากระจาย) ถึงในภาคแรกจะมีนักมวยไทยปรากฏตัวมาก่อน แต่ในภาคนี้กลายมาเป็นตัวละครหลักไปเลย โดดเด่นยิ่งกว่านักฆ่าจักรสังหารเสียอีก
ส่วนเจ้าจักรพยายม จักรสังหารที่อ้างว่าเป็นอาวุธร้ายแรงนั้น ผมดูแล้วมันออกไปทาง "อาวุธหน้าด้าน" เสียมากกว่า ลักษณะคล้ายๆ คนทอดแห โยนออกไปครอบหัวแล้วดึงออกจนหัวหลุด ดูเท่าไหร่ก็ไม่เคยเชื่อว่ามันร้ายแรงอะไรขนาดนั้น แต่ก็เอาเถอะ เมื่อหวังหยู่ทำออกมาแล้ว ก็ต้องพยายามเชื่อตามไปด้วย หนังจะได้สนุกขึ้นอีก
หวังหยู่ เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า "ผมเคยดูฤทธิ์จักรพยายม ของชอว์ บราเดอร์ส แล้วคิดว่า เอ๊ะ ผมอาจไม่ต้องต่อสู้ด้วยหมัดอีกต่อไป ทำไมผมถึงไม่สู้กับจักรพยายมล่ะ" ก็เลยเป็นที่มาของหนังเรื่องนี้ ภาพยนตร์ของหวังหยู่ในไต้หวันอาจไม่ได้มีคุณภาพมากนัก แต่มีเอกลักษณ์ที่เข้มข้นและดิบเหมือนเพลงเมทัลยุคแรก ๆ ที่บ้าพลังแสบแก้วหู แต่ก็มีความฉลาดพอที่จะเข้าใจถึงตนเอง และเติมความตลกเข้าไป ภาพยนตร์ของเขาผสมผสานความไร้สาระและความตื่นเต้นอย่างลงตัว
เดชไอ้ด้วนผจญฤทธิ์จักรพญายม มีฉากต่อสู้ที่ยาวและต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบ มีอิทธิพลอย่างมากต่อวิดีโอเกมต่อสู้ทุกเกมตั้งแต่ Street Fighter ไปจนถึง Mortal Kombat ในหนังมีตัวละครนักสู้"หลุดโลก"มากมาย มีตัวละครนักสู้โยคะชาวอินเดียที่มาพร้อมกับการโจมตีด้วยแขนที่ยืดออกได้ นักฆ่าตาบอดที่ปลอมตัวเป็นพระที่ปรากฏกายพร้อมกับเสียงเพลงประจำตัว
ตัวหนังแสดงถึงความอลังการและความดุดัน โดยมีฉากสุดท้ายที่เต็มไปด้วยการต่อสู้มีเลือดเป็นแกลลอน และการปิดท้ายด้วยการส่งผู้แพ้กระเด็นเข้าไปในโลงศพ แล้วก็เป็นหนังที่แควนติน ติรานติโนชอบมากๆ
โฆษณา