28 ต.ค. 2024 เวลา 14:10 • การศึกษา
สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา

เมื่อต้องการทำใบอนุญาตวีซ่า US ทำอย่างไร

การขอวีซ่าสหรัฐอเมริกามีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการเดินทาง โดยทั่วไปขั้นตอนการขอวีซ่าประกอบด้วย:
1. วีซ่าท่องเที่ยว/ธุรกิจ (B-1/B-2)
เหมาะสำหรับการเดินทางเพื่อท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ หรือทำธุรกิจที่ไม่เกิน 6 เดือน
ขั้นตอน
กรอกแบบฟอร์ม DS-160 ผ่านทางเว็บไซต์ CEAC.
จ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่า
สร้างบัญชีและทำการนัดหมายสัมภาษณ์ที่สถานทูต
เตรียมเอกสาร เช่น หนังสือเดินทาง ใบเสร็จการชำระค่าธรรมเนียม เอกสารทางการเงิน
สัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ และรอผลการอนุมัติ
2. วีซ่านักเรียน (F-1)
สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในสหรัฐฯ
ขั้นตอน
ได้รับเอกสาร I-20 จากสถานศึกษาในสหรัฐฯ ที่ได้รับการยอมรับ
กรอกแบบฟอร์ม DS-160 และชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า
ชำระค่าธรรมเนียม SEVIS
ทำการนัดสัมภาษณ์วีซ่า
เตรียมเอกสารเพิ่มเติม เช่น ใบรับรองสถานภาพทางการเงิน ทรานสคริปต์การศึกษา ใบเสร็จการชำระค่าธรรมเนียม SEVIS และ I-20
สัมภาษณ์และรอผล
3. วีซ่าทำงาน (H-1B, L-1)
สำหรับผู้ที่มีนายจ้างสปอนเซอร์การจ้างงานในสหรัฐฯ
ขั้นตอน
นายจ้างต้องยื่นเอกสารเพื่อขอใบอนุญาตทำงานให้ผู้สมัคร
กรอกแบบฟอร์ม DS-160 และชำระค่าธรรมเนียม
ทำการนัดสัมภาษณ์ที่สถานทูต
เตรียมเอกสาร เช่น หนังสือเดินทาง ใบอนุญาตการทำงาน
สัมภาษณ์และรอผล
ขั้นตอนเหล่านี้อาจมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์และประเภทวีซ่าที่ต้องการ
การขอวีซ่าสหรัฐอเมริกามีระยะเวลาและค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันในแต่ละประเภทดังนี้:
ระยะเวลาการดำเนินการ
โดยทั่วไปแล้ว ระยะเวลาการดำเนินการอาจแตกต่างไปตามสถานที่ตั้งของสถานทูตและจำนวนผู้ขอวีซ่าในขณะนั้น ซึ่งสามารถแบ่งได้ดังนี้:
วีซ่าท่องเที่ยว/ธุรกิจ (B-1/B-2): ใช้เวลาประมาณ 3-5 สัปดาห์ หรืออาจนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสถานทูต
วีซ่านักเรียน (F-1): ควรยื่นขออย่างน้อย 3 เดือนก่อนวันเริ่มเรียน
วีซ่าทำงาน (H-1B, L-1): การอนุมัติใช้เวลาประมาณ 2-6 เดือน และขึ้นอยู่กับการอนุมัติใบอนุญาตทำงานจากนายจ้างในสหรัฐฯ
ค่าใช้จ่าย
1. วีซ่าท่องเที่ยว/ธุรกิจ (B-1/B-2): ประมาณ 185 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 5,760 บาท ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน)
2. วีซ่านักเรียน (F-1):
ค่าธรรมเนียมวีซ่า 185 ดอลลาร์สหรัฐฯ
ค่าธรรมเนียม SEVIS (Student and Exchange Visitor Information System) ประมาณ 350 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 12,600 บาท)
3. วีซ่าทำงาน (H-1B, L-1):
ค่าธรรมเนียมวีซ่า 190 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 6,840 บาท)
ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอาจมีหากนายจ้างจ่ายค่าดำเนินการให้
หมายเหตุ: ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ ดังนั้นควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ของสถานทูตสหรัฐฯ
โดยทั่วไป คนส่วนใหญ่สามารถยื่นขอวีซ่าสหรัฐฯ ได้ แต่มีบางกลุ่มที่อาจถูกจำกัดหรือมีโอกาสถูกปฏิเสธการขอวีซ่าสูงขึ้น เช่น:
1. บุคคลที่มีประวัติอาชญากรรม
ผู้ที่เคยถูกตัดสินว่ากระทำผิดอาญา โดยเฉพาะอาชญากรรมที่รุนแรง เช่น คดียาเสพติด การฉ้อโกง หรือความผิดที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง อาจถูกปฏิเสธวีซ่า
2. บุคคลที่เคยอยู่อาศัยในสหรัฐฯ เกินกำหนด
ผู้ที่เคยอยู่เกินระยะเวลาวีซ่าที่ได้รับอนุญาตในสหรัฐฯ หรือเคยถูกสั่งเนรเทศ จะมีโอกาสถูกปฏิเสธสูงขึ้น
3. ผู้ที่ขาดหลักฐานยืนยันความสัมพันธ์กลับประเทศ
สำหรับวีซ่าท่องเที่ยวหรือธุรกิจ ผู้ยื่นต้องแสดงหลักฐานที่แสดงถึงความผูกพันกับประเทศบ้านเกิด เช่น งานประจำ สถานะทางครอบครัว หรือทรัพย์สิน ถ้าขาดหลักฐานเหล่านี้ เจ้าหน้าที่อาจกังวลว่าอาจอยู่ในสหรัฐฯ เกินกำหนด
4. บุคคลที่มีปัญหาด้านสุขภาพบางประเภท
บุคคลที่มีปัญหาสุขภาพที่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง เช่น วัณโรคหรือโรคที่อาจมีผลต่อความปลอดภัยของสาธารณะ อาจต้องผ่านการตรวจเพิ่มเติม และอาจถูกปฏิเสธในบางกรณี
5. ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือความมั่นคง
ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีประวัติด้านการก่อการร้าย หรือมีความเชื่อมโยงกับองค์กรที่เป็นภัยต่อความมั่นคง จะไม่ได้รับวีซ่าอย่างแน่นอน
การขอวีซ่าทุกครั้งจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่สถานทูต ซึ่งจะประเมินจากเอกสารและการสัมภาษณ์
การขอวีซ่าสหรัฐฯ ไม่สามารถเดินเข้าไปสมัครได้ทันที ต้องทำการนัดหมายล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ก่อน โดยมีขั้นตอนดังนี้:
1. กรอกแบบฟอร์ม DS-160
เข้าไปกรอกแบบฟอร์ม DS-160 ออนไลน์ ที่ เว็บไซต์ CEAC ซึ่งเป็นแบบฟอร์มที่ใช้สำหรับขอวีซ่าสหรัฐฯ ทุกประเภท
2. ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า
เมื่อกรอกแบบฟอร์มเสร็จแล้ว ต้องชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า ซึ่งจะไม่สามารถขอคืนได้
3. นัดหมายสัมภาษณ์ผ่านเว็บไซต์สถานทูต
เข้าไปที่เว็บไซต์ของสถานทูตสหรัฐฯ ในประเทศของคุณ (เช่น เว็บไซต์สถานทูตสหรัฐฯ ในประเทศไทย) เพื่อสร้างบัญชี และทำการนัดหมายสัมภาษณ์ โดยคุณต้องเลือกวันและเวลาที่สะดวกในการเข้าสัมภาษณ์
4. เตรียมเอกสารสำหรับวันสัมภาษณ์
ในวันที่สัมภาษณ์ ต้องเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น:
หนังสือเดินทาง
แบบฟอร์ม DS-160 (ใบยืนยันการกรอก)
ใบเสร็จการชำระค่าธรรมเนียม
เอกสารเพิ่มเติมตามประเภทวีซ่าที่ขอ (เช่น หลักฐานการศึกษา หลักฐานการทำงาน)
การนัดหมายล่วงหน้าจึงเป็นขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อให้ได้รับการสัมภาษณ์
ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก Chat GPT มากๆ ครับ
@Ladda Kermanee MIJI สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากพี่ลัดดาตามไลน์แอดที่แจ้งไว้นี้นะครับ ท่านมีประสบการณ์ในการช่วยเหลือผู้คนให้ทำผ่านมาหลายท่านแล้วขอบคุณครับ
โฆษณา