9 พ.ย. 2024 เวลา 15:00 • ไลฟ์สไตล์

“ความสุขของพี่ คือ การเห็นเงินในบัญชีเพิ่มขึ้น”

สรุปแนวคิดการบาลานซ์ 'เงิน-ชีวิต-ลงทุน' โดยคุณหนู ปาริชาติ ฉายาแม่บ้านเงินล้าน
“การใช้เงินเพื่อความสุขของแต่ละคนต่างกัน แต่ความสุขของพี่ คือ การเห็นเงินในบัญชีเพิ่มขึ้น”
คำพูดของคุณหนู ปาริชาติ ฉายาแม่บ้านเงินล้าน ที่สะท้อนให้เราเห็นว่า แม้การใช้เงินเพื่อความสุขไม่ผิด แต่ต้องใช้ให้ถูก ยิ่งถ้าเราเปลี่ยนความสุขให้เป็นตัวเลขเงินในบัญชีได้ มันจะช่วยเป็นแรงกระตุ้นให้เราอยากเก็บเงินให้ได้มากขึ้นเรื่อยๆ
แต่ทั้งนี้ต้องบอกว่า แม้คุณหนูจะให้ความสำคัญกับการเก็บเงินมาก แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะบาลานซ์ชีวิตและสุขภาพควบคู่กันไปด้วย ชวนอ่านสรุปแนวคิดการบาลานซ์ 'เงิน-ชีวิต-ลงทุน' โดยคุณหนู ปาริชาติ ฉายาแม่บ้านเงินล้าน จากรายการ Million Mindset
[ #เงิน ]
1. ชอบประหยัด ไม่เป็นหนี้
ด้วยความที่แต่ก่อนเราลำบากมาก เราจึงเห็นคุณค่าของเงิน ทุกวันนี้หาเงินมาได้ด้วยความเหนื่อยล้า การจะเสียเงินไปแต่ละครั้ง ต้องมั่นใจว่ามันมีประโยชน์และคุ้มค่าจริงๆ อะไรที่เราประหยัดได้ เราก็เลือกที่จะประหยัด เช่น บริษัทมีกาแฟให้สำหรับพนักงาน ถ้าเราอยากดื่มกาแฟ เราก็ใช้สวัสดิการตรงนี้ได้ โดยที่ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อเพิ่ม แต่ต้องย้ำว่าแล้วแต่บุคคล ซึ่งแต่ละคนก็ต้องลองดูว่า ตัวเราจะประหยัดส่วนไหนลงได้บ้าง
อีกทั้งเรื่องของหนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญ ส่วนตัวจะไม่อยากเป็นหนี้ เนื่องจากเราหาเงินมาด้วยความยากลำบาก เราก็ไม่อยากเสียเงินให้คนอื่นด้วยการต้องมานั่งจ่ายดอกเบี้ยอีก ในเรื่องนี้พ่อกับแม่ได้ปลูกฝังมาตั้งแต่เล็ก ไม่ว่าอย่างไรอย่าเป็นหนี้ ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าเป็นหนี้จะดีที่สุด
2. ต้องมีเงินสำรองฉุกเฉิน
เงินสำรองฉุกเฉินเป็นสิ่งสำคัญ ที่ต้องเก็บให้ได้อย่างน้อยสัก 6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน เพราะเราไม่มีทางรู้อนาคตได้ว่า เราจะตกงานวันไหน เราจะเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันวันไหน คนที่มีเงินสำรองฉุกเฉินถึงจะรอด เพราะต้องยอมรับว่า โลกปัจจุบันมเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
แต่การจะเก็บเงินสำรองฉุกเฉินได้นั้น ก็ต้องกลับไปดูว่า ค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนมีเท่าไหร่ ซึ่งจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อมีการทำบันทึกรายรับรายจ่าย ข้อดีของการทำบันทึกรายรับรายจ่ายคือ ทำให้เรารู้ว่า เราใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง และรู้สิ่งที่อยากจะตัดออกจากค่าใช้จ่ายได้ อีกทั้งยังช่วยให้เราคำนวณเงินสำรองฉุกเฉินได้อย่างแม่นยำขึ้น
3. ต้องซื้อประกัน
ประกันเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนตัวมีทั้งประกันที่บริษัทให้เป็นสวัสดิการ และประกันที่ซื้อเอง เพราะเรามองว่า สมมติเจ็บป่วยขึ้นมาแต่ละทีจะได้ไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเอง ไม่ต้องลำบากลูกหลาน มีประกันคอยดูแลค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจะดีกว่า เพราะการเจ็บป่วยไม่รู้จะมาหาเราวันไหน แม้จะดูแลสุขภาพดีแค่ไหน ทุกคนมีสิทธิ์เจ็บป่วยได้เหมือนกัน
[ #ชีวิต ]
1. ดูแลสุขภาพ
แม้ทุกวันนี้เราจะมีเงินก้อนจากการลงทุนแล้ว แต่เราก็ยังไม่หยุดทำงาน เนื่องจากยังไม่ถึงเป้าหมายที่เราต้องการ และเรายังคงทำงานหนักวันละ 12 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 6 วัน ถึงแม้จะทำงานหนักแค่ไหน เราก็ไม่ลืมที่จะใส่ใจเรื่องสุขภาพ เพราะหลังเลิกงาน ก็จะมีการไปออกกำลังกาย และสำหรับการกิน ก็ไม่ค่อยทานของหวาน ไม่ค่อยกินน้ำตาล ส่วนมากจะเลือกทานเป็นผัก ผลไม้ ปลา หรือไข่ อีกทั้งการนอนก็ต้องนอนให้เพียงพอด้วย
2. คิดบวก
นอกจากเรื่องอาหารการกินที่เราต้องดูแลอย่างดีแล้ว จิตใจเราก็ต้องดีด้วย ส่วนตัวเป็นคนคิดบวก มองโลกในแง่ดี เพราะเชื่อว่าเวลาคิดเรื่องดีๆ มันก็จะนำสิ่งดีๆ เข้ามาหาเราได้ อีกทั้งยังช่วยให้เราสดใสขึ้นจากภายในสู่ภายนอก ทุกวันนี้หน้าตาเราก็ผ่องใส่ เพราะเราไม่เอาความคิดลบๆ มาใส่ ต้องพยายามคิดว่า เราอยากให้ตัวเองเป็นแบบไหน ก็เลือกที่จะทำแบบนั้น อยากให้ชีวิตดี ก็ต้องเริ่มจากการคิดดี และชื่นชมตัวเองบ้างในยามสำเร็จ เพื่อเป็นการให้กำลังใจตัวเอง
3. ชอบความสงบ
ส่วนตัวชอบความสงบ ชอบหาความสุขแบบง่ายๆ ไม่ต้องเปลืองเงิน อย่างเช่น ทุกวันหยุด ก็เลือกที่จะเข้าวัดทำบุญ สวดมนต์ ทำจิตใจให้สงบ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว เพราะความสุขของเราอยู่ที่ใจ
[ #ลงทุน ]
1. คิดถึงอนาคตให้มาก
การจะเริ่มต้นลงทุนได้เราจะต้องมีเป้าหมายว่าเราจะลงทุนไปเพื่ออะไร ส่วนตัวลงทุนเพื่ออยากมีเงินเกษียณให้ได้สัก 5 - 6 ล้าน เมื่อตั้งเป้าหมายแล้วก็หาความรู้เพิ่มแล้วลงมือทำ สำหรับเราด้วยความที่เป็นคนประหยัดอยู่แล้ว ชอบออมอยู่แล้ว ทำให้เรื่องการแบ่งเงินมาลงทุนของเรานั้นไม่ใช่เรื่องลำบากเลย โดยแต่ละเดือน เราจะแบ่งเงินเพื่อไปลงทุนประมาณ 60% ของรายได้ ส่วนที่เหลือก็เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ
เราทุกคนควรคิดถึงอนาคตให้มาก ต้องลองคิดดูว่า เมื่อเราแก่ตัวไป ถ้าไม่มีเงินใครจะดู ส่วนตัวคิดว่าไม่อยากเป็นภาระลูกหลาน ไม่อยากเป็นภาระสังคม จึงเริ่มต้นจัดการปัญหานี้ด้วยตัวเอง
2. รวยเร็วไม่มี อยากรวยต้องรอ
หลายคนเมื่อคิดว่าเรามีต้นทุนน้อย ก็อยากที่จะรวยเร็วๆ และอาจจะไปเลือกทางเลือกที่ผิดๆ หรือบางคนชอบเล่นหวย เพราะหวังอยากจะมีเงินก้อนเร็วๆ แต่ความเป็นจริงแล้ว โอกาสถูกหวยเกิดขึ้นได้ยากมาก สู้เราเอาเงินที่จะซื้อหวยไปเก็บออมดีกว่า เช่น ออมเดือนละ 500 บาท ปีหนึ่งก็ได้แล้ว 6 พันบาท ก็ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลย
สุดท้ายแล้ว ยังไงความรวยก็ต้องใช้เวลา ส่วนตัวลงทุนมา 10 ปี ก็ยังไม่ถือว่ารวย แต่เรารู้ว่าเรากำลังเดินตามความฝันอยู่ เพราะเราเข้าใจดีว่า มันไม่มีอะไรที่ลงทุนวันนี้แลัวได้พรุ่งนี้เลย ทุกอย่างต้องใช้เวลา
3.ผิดพลาดต้องปรับแผน
นักรบย่อมมีบาดแผล ส่วนตัวเจอความผิดพลาดตอนโควิด-19 ช่วงนั้นเราลงทุนแต่หุ้นรายตัว เราคิดว่าหุ้นตัวนั้นเป็นหุ้นพื้นฐานดี แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ ในวันที่โควิดมาถึง ที่ลงทุนไว้ สมติแสนบาท ตกลงเหลือ 2 หมื่น ซึ่งเรารู้สึกเสียดายเงินมาก แต่ก็ทำให้เราเรียนรู้ว่าเราต้องกระจายความเสี่ยง เพราะหลังจากนั้น ก็ลดสัดส่วนการลงทุนหุ้นรายตัวลง และหันมาลงทุนกองทุนที่ความเสี่ยงระดับกลางๆ เพิ่มเติม ข้อคิดที่ได้คือ เมื่อรู้ว่าผิดพลาด ก็ต้องกลับมาแก้ข้อผิดพลาด และจัดการ Mindset ของเราใหม่อีกครั้ง
สุดท้ายแล้วอยากจะบอกทุนคนว่า เวลามันผ่านไปเร็ว จะทำอะไรต้องรีบลงมือทำ คิดถึงอนาคตให้มากขึ้น เพราะสุดท้าย หากอนาคตเราไม่มีเงิน คนแรกที่จะลำบากคือตัวเรา ต่อมาคือคนรอบข้าง และต่อมาคือสังคมโดยรวม ดังนั้น เริ่มต้นวันนี้ดีที่สุด
รับชมคลิปได้ที่: https://youtu.be/WrjX9fRi5jw?si=GyQuwcFlpL5k8r4c
#aomMONEY #MillionMindset #หนูปาริชาติวงศ์คำ #แม่บ้านเงินล้าน
โฆษณา