11 พ.ย. 2024 เวลา 16:28 • กีฬา

หงส์แดงขึ้นมาเป็นเต็ง 1 ทุกสำนัก หลังจากจบนัดที่ 11

นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นเกมคืนวันเสาร์
1.ไลน์อัพของลิเวอร์พูลเกมนี้เปลี่ยนแปลงแค่ 2 ตำแหน่ง คือ อาเน่อ เปลี่ยนนูญเยซแทนกักโป และเปลี่ยน โรเบิตร์สันแทนซิมิกาส
2.เกมเริ่มต้นช่วงแรก ๆ ยังไมมีจังหวะได้เสียมากนัก ลิเวอร์พูลดูดีกว่าครองบอลมากกว่าแต่ทั้งสองทีมก็ยังไม่มีจังหวะจะแจ้งกันทั้ง 2 ฝ่าย จนมาถึงนาทีที่ 20
3.ลิเวอร์พูลมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะสวนกลับลูกเตะมุมของ วิลล่า ในจังหวะนี้ แอสตันวิลล่า ได้ลูกเตะมุมทางด้านฝั่งขวาของหงแดงส์ อูไน เอมเมรี่ โหลดผู้เล่นลุ้นประตูขึ้นนำในกรอบเขตโทษถึง 7 คน ถือว่ากล้าได้กล้าเสียในจังหวะที่ต้องเดิมพันกับการสวนกลับของทีมจ่าฝูงสุดๆ
ในจังหวะนี้ เทเลมันส์ เปิดเตะมุมเข้ามาแต่เตะไม่ดีเท่าไหร่นัก บอลตกบริเวณเสาแรก ทั้ง 2 ทีมพยายามแย่งบอลกัน สุดท้ายบอลมาเข้าทาง ฟานไดค์ บริเวณหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา ฟาน ไดค์ เหลือบมองเห็นซาล่า วิ่งฉีกออกไปด้านหน้าเยื้อง ๆ ทางขวา ฟานไดค์เปิดไปถึงซาล่า ทันที
ซาล่ากระซากเร็วจากฝั่งตัวเองไปจนหลุดเดี่ยว แต่มี ลีออน เบลีย์ ตามมาติดๆ เหมือนมีการเหนี่ยวรั้งซาล่าจนล้มลงไป ยังดีมี นูญเยซ จมูกไววิ่งมาถึงบอลในกรอบเขตโทษ นูญเยส แตะบอลหนีเพื่อเปิดมุมให้มีช่องยิง ซัดด้วยขวาผ่านมือมาติเนซผู้นักษาประตูแชมป์โลก ไปอย่างเด็ดขาด ลูกนี้ไม่ง่ายแต่นูญเยส ทำได้ดี (ไม่นับจังหวะอื่น 55) เมื่อนูญเยซทำได้เราต้องย้อนกลับไปถึง ไลน์อัพที่อาเน่อ สลอท เลือกลงสนามในนัดนี้ ถือว่าอาเน่อสลอทตัดสินใจได้อย่างเฉียบคม
เมื่อกล้าที่จะดรอปกักโป ที่ฟอร์มดีเหลือเกินในช่วงหลัง แต่เลือกส่งนูญเยซที่ช่วงหลังไม่ได้ยิงเปรี้ยงป้าง เหลือนคนอื่น
แต่เพียงแค่ในนาทีที่ 20 ของเกม อาเน่อ สลอท ก็แสดงให้เห็นถึงกึ๋นในการจัดทัพ ส่งนูญเยซที่มีความเร็วกว่ากักโป ลงมาลงดาบวิลล่า ที่มีทีเด็ดในลูกเตะมุมอยู่ตลอด อย่างเด็ดขาด แสดงให้เห็นอีกครั้งว่า อาเน่อยังสอบผ่านในการตัดสินใจหลายๆอย่าง แม้จะผ่านการแข่งขันมาแค่ 30% ของการแย่งแชมป์ลีก ฤดูกาล 2024/2025
4.นาทีที่ 22 แฟนเจ้าบ้านอาจไม่ค่อยสบายใจนักเมื่อ เทรน อเล็กซานเดอ อาโน ลงไปนั่งกับพื้น และให้สัญญาณกับอาเน่อ สลอทขอ เปลี่ยนตัวออก ตามรายงานข่าวบออกว่า เทรนอาจต้องพัก 2 สัปดาห์ ก็ต้องรอดูกันว่าอเทรนจะกลับมาทันลงเจอกันเรอัลมาดริดใน UCL ในวันที่ 28 นี้ได้หรือไม่ (นาทีที่ 22 คอนเนอร์เบรดลี่ย์ลงแทนเทรน)
5.นาทีที่ 31 วิลล่าได้เตะมุมอีกครั้งทางฝั่งซ้ายของลิเวอร์พูล ลูคัส ดีน รับหน้าที่เปิดบอลด้วยเท้าซ้ายโค้งเข้าหาประตู แต่เปิดไม่ค่อยจะดีนัก บอลลอยมาบริเวณเสาแรก บอกเด้งไปมา 2-3 จังหวะ เด้งมาเจ้าเท้า เบรดลี่ย์ที่พึ่งลงมา บอลจากเบรดลี่มาถึงซาล่า บริเวณกลางสนาม อีกครั้งที่เจ้าบ้านได้โอกาสสวนกลับ ซาล่าแทงต่อให้นูญเยซหลุดเดี่ยวบริเวณฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ นูญเยซเอียงตัวซัดด้วยขวา บอลพุ่งข้ามคานออกไป หงส์แดงยังไม่ได้ประตูทิ้งห่าง วิลล่าตามแค่ 1 ลูก
6.นาทีที่ 36 วิลล่าได้เตะมุมทางฝั่งซ้ายของเจ้าบ้านอีกที คราวนี้ ลูคัสดีน เปิดเข้ามาได้ดี เข้าหัว เอมาดู โอนาน่าเอาชนะการดวลกับเกมรับของหงส์แดงได้(ตรงนี้มี ฟานไดค์กับนูญเยซยืนอยู่ใกล้ๆ) บอลพุ่งออกจากหัวโอนาน่า อย่างแรงกำลังจะมุดใต้คาน แต่เป็นอีกครั้งที่เคลิเฮอร์ บินปัดด้วยขวามือเดียวข้ามขานออกไป ปฏิกิริยาของโกลด์มือ 2 ของลิเวอร์พูล(สามารถเป็นมือ 1 ได้ทุกทีม แต่ที่ลิเวอร์พูลดันมี อลิซอน เบรคเกอร์) สุดยอดมาก ๆ
น. 37 ลูคัส ดีน เปิดเตะมุมกดดันต่อเนื่อง คราวนี้บอลมาเข้าหัว ดิเอโก้ คาลอส สบัดจ่อมาก ๆ บริเวณเสาแรก อีกครั้งที่ เคลิเฮอร์ยังป้องกันได้ ช่วยให้เจ้าบ้านยังนำอยู่ 1-0 ก่อนจบครึ่งแรก คลิเฮอร์เซฟจังหวะนี้ กล้องจับภาพมาที่ อลิซอน ที่นังอยู่กับทีมสตาฟ อลิซอนถึงกับลุกขึ้นมาดู รีเพย์ กันเลยทีเดียว
7.จบครึ่งแรกเปอร์เซนต์ การครองบอลของลิเวอร์พูลเหนือกว่า 61 ต่อ 39 จ่ายบอลมากกว่า ที่ 246 ครั้งต่อ 140 ครั้ง
ครึ่งแรกเจ้าบ้านดูจะครองบอลได้มากกว่า ดูดีกว่าและยังเป็นต่อ 1 ต่อ 0
8.เริ่มเข้าสู่ครึ่งหลังช่วง 10 นาทีแรก ลิเวอร์พูลครองบอลเป็นส่วนใหญ่ 76 ต่อ 24 เปอร์เซนต์ แต่ไม่ได้โหมบุก เคาะบอลไปมาหาช่องเข้าทำมีช่องก็จะเข้าทำหากยังไม่มีจังหวะก็จะเช็ตบอลไปเรื่อยตามอาเน่อ สไตล์ ดูเหมือนจะไม่มีพิษสงอะไร แต่แฝงไปด้วยอันตราย การันตีด้วยผลงานทุกรายการ 17 นัด ชนะ 15 เสมอ 1 แพ้แค่ 1 และยังเสียประตูน้อยสุดในลีก
9.นาทีที่ 65 อาเน่อ สลอท เปลี่ยนตัวครั้งที่ 2 ของเกม ทีเดียว 2 คน คือเปลี่ยนกักโป แทน นูญเยซ และเปลี่ยน โซโบ แทน เคอติส โจนส์ กักโปลงไปเล่นด้านซ้าย ดิอาซ ขยับเข้าไปยืนตรงกลาง ซาล่าปักหลักทางด้านขวาดังเดิม
10.หลังจากเปลี่ยนตัวทั้ง 2 ทีมยังไม่มีจังหวะลุ้นประตูกันมากนัก ไม่มีจังหวะใกล้เคียงจะเป็นประตู แต่ที่สังเกตุเห็นลูกทีมของอาเน่อ สลอทดูจะมั่นใจในแผนการเล่นของโค้ช อย่างมาก ทีมมีความยืดหยุ่น สามารถทำประตูที่ต้องการได้ และมีความเหนียวแน่นเสียประตูยาก คู่แข่งที่เจอลิเวอร์พูลในช่วงนี้ก็ดูจะสู้กับทีมหงส์แดงยากทีเดียว แผงหลังของลิเวอร์พูลตอนนี้ แข็งแกร่ง ไว้ใจได้ ทั้งฟานไดค์ และโกนาเต้ ฟูลแบ็ค 2 ฝั่งไม่ว่าจะตัวจริงหรือสำรอง พอได้โอกาสลงมาก็ทำหน้าที่ได้อย่างไม่เคอะเขิน แผงกองหน้าก็จัดจ้าน
มีส่วนร่วมกับประตูกันทุกคน แผงกองกลาง ก็ลงตัวลงล็อค โดยเฉพาะ กราเวนแบรก ที่ทำหน้าที่ได้อย่างโดดเด่นในช่วงตั้งแต่เริ่ม ฤดูกาลมา ในเกมนี้นาทีที่ 75 ลูกทีมของอาเน่อ ต่อบอลสั้น ๆ ตรงกลางสนาม ฟานไดค์ แมคอลิสเตอร์ กราเวนเบรก รับบอลบริเวณกลางสนาม (ลูกนี้เป็นการตัดบอลได้ของลิเวอร์พูล) กราเวนเบรกตัดสินใจ เปลี่ยนรับเป็นรุกทันที แหวกผ่านผู้เล่น วิลล่าตรงกลางผ่านมาได้ถึง 3 คน
จนกามาล่าต้องยอมดึง ตัดฟาว รับใบเหลืองไป กราเวนเบรกมีส่วนสูงถึง 190 ซม มีความสูงใหญ่และคล่องตัว พลิกบอลได้บังบอลดี (นี่คือเหตุผลที่ฤดูกาลนี้ วาตารุ เอนโด ต้องนั่งสำรองรอโอกาสไปก่อน)
11.นาทีที่ 85 อาเน่อ สลอท ตัดสินใจปิดเกมอีกครั้งโดยส่งวาตารุ เอนโด แทนแมคอลิสเตอร์
12.ผู้ตัดสินทดเวลา 4 นาที จบเกมด้วยสกอร์นี้ ลิเวอร์พูล นำเป็นจ่าฝูงต่อไป โดยคู่แมนซิตี้ฯ ที่ลงแข่งไปก่อนพลาดท่าแพ้ไบรตัน 1 ต่อ 2 ทำให้ลิเวอร์พูลนำแมนซิตี้ฯ อยู่ 5 แต้ม โดยนัดถัดไปใน(แก้ไขเจอเซาแธมป์ตันก่อน)ลีก จะเป็นนัดที่สำคัญมากๆ ของทั้ง 2 ทีม แน่นอนแมนซิตี้ฯ อาจจะฟอร์มดรอปไปในช่วงนี้ แต่ขึ้นชื่อว่าแมนซิตี้ ที่เคยตามหลังคู่แข่งหลายต่อหลายคะแนนแต่ก็หาทางกลับมาได้เสมอ การันตีด้วยแชมป์ลีก 4 สมัยติดกันในปีหลังสุด ในวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม นี้ เวลา 23:00 ตามเวลาประเทศไทย
ลิเวอร์พูลจะเล่นในบ้านเจอกับทีมแชมป์เก่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าการหั้มหั่นกันของบอลลีกที่แข่งกันยาวนานข้าวปี โมเมนตั้มนั้นสำคัญมาก ๆ และโมเมนตั้มที่สำคัญมากนั้น อาจเกิดขึ้นในนัดนี้ พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง หงส์ตอนนี้แข่ง 11 มี 28 คะแนน แมนซิตี้ฯ แข่ง 11 มี 23 คะแนน แน่นอน คะแนนมีค่ามหาศาลเป็นสิ่งที่ตัดสินแชมป์ แต่โมเมนตั้มของทีมสำคัญไม่แพ้กัน หากลิเวอร์พูลชนะแมนซิตี้ในนัดนี้ได้ พวกเขาอาจพุ่งทะยานม้วนเดียวจบ
คว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 20 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ กลับกันหากแมนซิตี้ฯ ชนะ พวกเขาอาจกลับมาชนะรัว ๆ จนหยุดไม่อยู่ เหมือนหลายๆ ครั้งที่เคยทำมา
แฟนลิเวอร์พูลทุกหมู่เหล่าคงไม่มีใครพลาดดูเกมนี้เป็นแน่ แม้จะป่วยไข้แค่ไหนหากยังลืมตาไหวคงต้องนั่งหน้าจอรอคอยเชียร์ทีมรักอย่างแน่นอน
อ่านทางบอล
โฆษณา