ภาพถ่ายนี้มาจากกล้องถ่ายภาพมุมแคบบนยานแคสซีนีที่จับภาพส่วนโค้งของวงแหวนความยาว 1,200 กิโลเมตร ตามแนวขอบด้านนอกของวงแหวน B มองเห็นโครงสร้างแนวตั้งสูงประมาณ 2.5 กิโลเมตร เหนือระนาบของวงแหวนเป็นแนวตั้งสูงขึ้นระหว่างวงแหวน A และ B อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งโดยทั่วไปวงแหวน A และ B จะมีความหนาอยู่ที่อยู่ที่ประมาณ 10 เมตร เท่านั้น
นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาข้อมูลจากยานแคสซีนีคาดว่าบริเวณที่เห็นเป็นยอดเขาเล็ก ๆ นี้ได้รับอิทธิพลจากดวงจันทร์ดวงเล็กขนาดประมาณ 1 กิโลเมตร หรือใหญ่กว่าเล็กน้อย บริเวณขอบนอกของวงแหวน B โดยการผลักให้อนุภาคของวงแหวนเคลื่อนตัวขึ้นไปในลักษณะการกระเซ็นอย่างกะทันหันคล้ายการกระเซ็นของผิวน้ำ