บุคคลผู้ประกอบด้วยกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการนี้ ลุกขึ้นจากที่นอนแต่เช้าตรู่ ถึงแม้บำเรอไฟ ก็เป็นผู้สะอาดอยู่นั่นเอง ถึงแม้ไม่บำเรอไฟก็เป็นผู้สะอาดอยู่นั่นเอง
คำว่า "กุศล" หมายถึง บุญความดี, สิ่งที่ดีงาม
คำว่า "กรรมบถ" หมายถึง หนทางแห่งกรรม, การกระทำกรรม
เมื่อคำว่า "กุศลกรรมบถ ๑๐" มารวมอยู่ด้วยกัน จึงมีความหมายว่า หนทางสู่การกระทำกรรมดีอันเป็นกุศล จำนวน 10 ประการ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักธรรมที่เป็นพุทธวจน ถูกบันทึกไว้ในพระไตรปิฎก
ความสะอาดทางกายมี ๓ อย่าง
๑. ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต หรือทำลายชีวิตของผู้อื่น
๒. ไม่ลักทรัพย์ ไม่ลักขโมย หรือยึดทรัพย์สมบัติของผู้อื่นมาเป็นของตน
๓. ไม่ประพฤติผิดในกาม
ความสะอาดทางวาจามี ๔ อย่าง
๑. ไม่พูดเท็จ ไม่พูดโกหก
๒. ไม่พูดส่อเสียด
๓. ไม่พูดคำหยาบคาย
๔. ไม่พูดวาจาเพ้อเจ้อ
ความสะอาดทางใจมี ๓ อย่าง
๑. ไม่โลภคิดอยากได้ของคนอื่น
๒. ไม่พยาบาท หรือปองร้ายผู้อื่น
๓. มีความเห็นชอบตามคลองธรรม