2 ธ.ค. 2024 เวลา 13:30 • ธุรกิจ

ดาบสองคมของมิชลินสตาร์ ⚔️

จากกลยุทธ์ขายยางเพิ่มของ Michelin สู่รางวัลดาวร้านอาหารที่นักชิมทั่วโลกออกตามหา
⭐️มิชลินสตาร์ (Michelin Star) รางวัลที่มอบให้กับร้านอาหารที่มีคุณภาพยอดเยี่ยม
มิชลินสตาร์ คือ รางวัลที่มอบให้กับร้านอาหารที่มีคุณภาพยอดเยี่ยม ซึ่งการประเมินนั้นจะทำโดยนักชิมหรือผู้ตรวจสอบของมิชลินที่ไม่เปิดเผยตัวตน รางวัลนี้เริ่มต้นจากบริษัทผลิตยางรถยนต์ในฝรั่งเศสที่ก่อตั้งโดยสองพี่น้อง อังเดรและเอดเวิร์ด มิชลิน ในช่วงต้นทศวรรษ 1900 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นยอดขายยางรถยนต์ ด้วยการสร้างมิชลินไกด์ (Michelin Guide) คู่มือการเดินทางที่ช่วยให้ผู้คนเดินทางมากขึ้น พร้อมแนะนำสถานที่ต่าง ๆ รวมถึงร้านอาหารและโรงแรม
2
การทำคู่มือร้านอาหารจึงเป็นกลยุทธ์ที่ทางอ้อมที่มิชลินใช้ แต่ถ้าถามว่ามันได้ผลจริงไหม?
แม้ว่าเราจะไม่สามารถตอบได้ตรงๆ ว่าคู่มืออาหารของมิชลินเป็นกลยุทธ์ที่ได้ผลหรือไม่ แต่รายได้ทั่วโลกของมิชลินในปี 2023 ก็อยู่ที่ราวๆ 28,300 ล้านยูโร (ราวๆ 1 ล้านล้านบาท)
และมิชลินยังเป็นผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในโลกตอนนี้ เบียดเอาชนะ Bridgestone (บริดจสโตน) ที่ครองตำแหน่งนี้มาตลอด 11 ปี (2010-2020) ตั้งแต่ปี 2021 ข้อมูลจาก carlogos .org
⭐[ ได้ดาวแล้วดียังไง? ]
เมื่อร้านอาหารได้รับดาวมิชลิน มันไม่ได้หมายถึงแค่รางวัล แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ร้านจะได้รับการยอมรับมากขึ้น
1
1. ปริมาณการค้นหาบน Google ของร้านอาหารที่ได้รับดาวมิชลินจะพุ่งสูงขึ้นกว่า 1 ใน 3 ทันที หลังจากประกาศรางวัล
1
2. มีลูกค้าแห่จองโต๊ะล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ ๆ และดึงดูดนักชิมจากทั่วโลกมาที่ร้าน อีกทั้งเจ้าของร้านเองยังจะได้โอกาสในการเข้าร่วมงานสำคัญในวงการอาหาร
3. การได้รับดาวมิชลินยังถือเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในวงการอาหาร เพราะกว่าจะได้ดาวมิชลินนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ร้านต้องโดดเด่นในหลายด้าน ทั้ง ทักษะการทำอาหาร, วัตถุดิบคุณภาพ, เอกลักษณ์ของเชฟ และการรักษาคุณภาพของอาหาร บริการ และบรรยากาศที่ต้องรักษาได้อย่างยอดเยี่ยม
2
⚠️[ ได้ดาวแล้ว เสี่ยงกับอะไรบ้าง? ]
1
มีงานวิจัยจาก เดวิด แซนด์ส ที่ชื่อว่า “Double-edged stars: Michelin stars, reactivity, and restaurant exits in New York City” เดวิดได้เก็บข้อมูลร้านอาหารที่ได้ดาวมิชลินในนิวยอร์ก ระหว่างปี 2000 ถึง 2019 และเขาพบกับผลลัพธ์อีกด้านที่เราไม่ค่อยได้ยินบ่อย เช่น
1.ค่าเช่าที่ราคาเพิ่มขึ้น
เดวิด แซนด์ส ผู้เขียนงานวิจัย อธิบายว่า พอร้านได้ดาวมิชลิน เจ้าของที่ดินก็มักจะขึ้นค่าเช่า เพราะคิดว่าร้านดังแล้วน่าจะจ่ายไหว แต่บางครั้งค่าเช่าก็แพงเกินไปจนร้านอยู่ต่อไม่ได้ แดนนี่ เมเยอร์ เจ้าของร้าน Union Square Cafe ที่เช่าที่เดิมมานานถึง 15 ปี ต้องย้ายออกเพราะจ่ายไม่ไหว เขาเคยให้สัมภาษณ์กับ The New York Times ไว้ว่า
1
💭 “ความสำเร็จของเรา กลับกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้เราอยู่ในย่านนี้ไม่ได้อีกต่อไป”
2.พนักงานถูกดึงตัวไปที่อื่น
ดาวมิชลินไม่ได้ดึงดูดเฉพาะลูกค้าเท่านั้น แต่ยังทำให้พนักงานของร้านได้รับความสนใจจากร้านอื่นด้วย แซนด์สกล่าวว่า
💭“คุณค่าของพนักงานเหล่านี้อาจเพิ่มขึ้น เพราะคุณภาพงานของพวกเขาโดดเด่นจนมีคนอยากจ้างไปร่วมงาน หรือแม้กระทั่งสนับสนุนให้เปิดร้านของตัวเอง”
3.ความคาดหวังของลูกค้าสูงเกินจริง
ลูกค้าที่มาพร้อมกับความคาดหวังระดับสูงจากชื่อเสียงของดาวมิชลิน ทำให้ร้านอาหารต้องปรับตัวและลงทุนสูงขึ้นเพื่อรองรับความต้องการเหล่านี้ ซึ่งกลายเป็นภาระหนักจนบางร้านรู้สึกว่าสิ่งนี้เป็น “คำสาป”
สกาย กิงเจล (Skye Gyngell) เชฟจาก Petersham Nurseries Café ในลอนดอน เคยกล่าวว่า
💭 “ความคาดหวังของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลหลังได้รับดาวมิชลิน มันกลายเป็นภาระที่หนักหนาจนฉันไม่อยากรับมือ”
🔚’ดาวมิชลิน’ แม้มันจะเป็นเครื่องหมายแห่งความสำเร็จระดับสูง แต่ก็มาพร้อมความท้าทาย ในแง่บวก ดาวมิชลินจะช่วยสร้างชื่อเสียง เป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จให้กับร้านอาหาร แต่ในขณะเดียวกัน ก็สร้างแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจนบางร้านไม่สามารถรับมือได้และต้องปิดกิจการ
3
ดั่งสำนวนที่ว่า "ยิ่งสูง ยิ่งหนาว" ยิ่งขึ้นสูงไปใกล้ดวงดาว ต้องแลกมาด้วยความท้าทายที่มากขึ้นตามไปด้วย
1
#aomMONEY #MichelinStar #Michelin #มิชลิน
โฆษณา