11 ธ.ค. 2024 เวลา 15:09 • ธุรกิจ

ตอนที่ 3 / 2567

“แบงก์ปล่อยกู้” ก็ต่อเมื่อ สินทรัพย์เราที่มีมัน “ขายได้”
สวัสดีครับ ตอนที่สามในปีนี้ มาพูดถึงเรื่องของธนาคารที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับคนทำธุรกิจกันบ้างนะครับ โดยเฉพาะปีนี้ พุทธศักราชนี้ ยิ่งพูดยิ่งเจ็บ 5555 เพราะธนาคารอยู่ในฐานะของคนที่กุมทรัพยากรที่สำคัญก็คือ “เงิน” ในทางเศรษฐศาสตร์ เงินไม่นับว่าเป็นปัจจัยทุนนะครับ เพราะปัจจัยทุกที่ว่าก็คือสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต แต่ “เงิน” มันดันเป็นทางผ่านในการใช้มัน เพื่อให้ได้สิ่งต่างๆในธุรกิจมาครอบครอง จนผมได้มีโอกาสคุยกับเพื่อนร่วมชั้น ป.โท ถึงการปล่อยกู้ตอนนี้ มันมหาโหดจริง!!!
ทำให้ในยุคนี้เศรษฐกิจแบบนี้ธนาคารย่อมเคี่ยวขึ้นมากเป็นธรรมดา ก่อนที่จะเข้าเรื่องถึงการปล่อยกู้ของธนาคารอย่างตรงไปตรงมา ว่าทำไม ธนาคารปล่อยกู้แล้วต้องมีสินทรัพย์ แล้วสินทรัพย์นั้นต้องขายได้ด้วย ขอพูดถึงหลักการปล่อยกู้ และสาเหตุที่ตอนนี้ธนาคารปล่อยสินเชื่อยากขึ้นนะครับ
ทั่วไปแล้วการปล่อยกู้ของธนาคารเขาดูที่ Statement เพื่อจับสัญญาณการเข้ามาของเงินสดว่า ธุรกิจของเรา มีกระแสเงินสดไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ซึ่งมันจะคนละเรื่องกับกำไรนะครับ แล้วจะดูภาระหนี้สินที่เรามีกับ เครดิตบูโรควบคู่กัน เพราะฉะนั้นต่อให้ไม่มีกำไร แต่เงินสดไหลเข้าอย่างต่อเนื่องและแน่นอน ก็ยังพอมีลุ้น
แต่สาเหตุการปล่อยที่ยากขึ้น ขออธิบายด้วยหลัก Risk to Return Trade off พูดง่ายๆก็คือ เสี่ยงมากแม่งต้องได้มาก ในช่วงเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยเราอยู่ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นครับ ประกอบกับความเสี่ยงของธุรกิจมันก็เพิ่มขึ้นด้วยจากนานาปัจจัย ทำให้ความเสี่ยงที่มาก กับการแลกผลตอบแทนที่มากขึ้นของธนาคารจากดอกเบี้ยนโยบายมันก็คุ้มค่า เพราะในแง่ความเสี่ยงแล้ว ถ้าเสี่ยงมากแล้วได้น้อย เป็นเรา เราก็ไม่เสี่ยงถูกไหมครับ
ทีนี้ดอกเบี้ยบ้านเรามันอยู่ในช่วงขาลงครับ จากทางฝั่งสหรัฐอเมริกาก็ดี รวมมาถึงไทย ที่เริ่มมีการปรับดอกเบี้ยนโยบายลงมาบ้างแล้ว แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้ธนาคารเขาก็มีเจ็บๆ แสบๆ คันๆ ไปบ้างจากภาวะเศรษฐกิจที่คนเบี้ยวหนี้จนเกิดหนี้เสีย จึงทำให้เขาเองก็มีบทเรียนมากขึ้น แต่สถานการณ์คือเมื่อความเสี่ยงมากขึ้น แต่ดอกเบี้ยที่ได้มันเริ่มลดลง ทำให้ความเสี่ยงที่จะปล่อยกู้เริ่มไม่คุ้มค่า หรือถ้าปล่อยก็ต้องเอาชัวร์ว่าได้คืนต้นแน่ๆ ทำให้สภาวะตอนนี้ของการปล่อยกู้ คือ เข้มขึ้น โหดขึ้น และ ยากขึ้น
จึงทำให้ความเสี่ยงตรงนี้ที่มากขึ้น แล้วได้ผลตอบแทนที่น้อยลงทำให้ธนาคารต้องมองข้าม Shot ไปที่ตัวทรัพย์สินที่เรามีอยู่ เพราะถ้าในกรณีที่เราผ่อนต่อไม่ไหว ธนาคารก็จะยืดสินทรัพย์ค้ำประกันเพื่อไปขายทอดตลาดแล้วเอาเงินกลับมาเป็นกระสุนรอปล่อยกู้ครั้งถัดไป ทำให้ตอนนี้การปล่อยกู้นั้นธนาคารจะเข้มขึ้นถึงราคาประเมินสินทรัพย์ที่มีในอนาคตมากขึ้น เพื่อเป็นการการีนตีในกรณีที่แย่ที่สุดของธนาคารที่เรา หมดปัญญาผ่อน เขาก็ยังไม่เสียอะไรไปอยู่ดี
เพราะฉะนั้นในยุคนี้สมัยนี้การพิจารณาสินเชื่อของธนาคารมองไปถึง ตัวทรัพย์สินในกรณีที่เราผ่อนส่งไม่ได้ เป็น Worst Case Scenario ไว้ก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาดูปัญญาการผ่อนของเราๆ เท่านั้นแลครับ
.
ทิ้งท้ายวันนี้นะครับ เงินกู้มีมากไป ผ่อนเยอะไป กูจะเจ๊งเอา ,
แต่เงินกู้ไม่มาตอนนี้ กูก็เจ๊งได้ 555 ขำขำนะครับ
.
Suckcess
โฆษณา