25 ม.ค. 2025 เวลา 07:57 • นิยาย เรื่องสั้น

ผู้มาเยือน

คุณๆหลายท่านอาจยังจำข่าวเรื่องของเผ่ากินคนในอินโดนีเซียได้ ภาพข่าวอันหน้าสยอง ชายถือหัวไปทั่วหมู่บ้าน ตามถนนหนทางเต็มไปด้วยซากศพ
ปี 1996 เป็นปีที่ความสงบสุขในจังหวัดกาลิมันตันตะวันตกของอินโดนีเซียต้องสลายไป เมื่อความขัดแย้งรุนแรงระหว่างชาวดายักซึ่งอาศัยอยู่บนเกาะมานานและชาวมาดูรา(มาดูเรส)ที่อพยพเข้ามาใหม่ปะทุขึ้น จนนำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน และอีกหลายหมื่นคนถูกบังคับให้หนีออกจากบ้าน เหยื่อส่วนใหญ่เป็นชาวมาดูเรส
ทะเลาะ
เรื่องราว 2เผ่านี้ยาวมาก ต่างฝ่ายก็บอกคนละแบบ คนละมุม(แต่มีคนที่รอดมาในครั้งนั้นเล่าต่อกันว่า คืนแรกที่เกิดเหตุ
คนจากเผ่าทั้งสองคือดายักและมาดูเรสรวมถึงคนจีนได้อพยพหนีไปในอาคาร พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เกิดอะไรขึ้น)
ไล่ล่า
ในวันก่อนเกิดเหตุฆ่าล้างชาติพันธุ์ มีเด็กนักเรียนจากมาดูเรสทะเลาะกับเด็กดายักและฆ่าเด็กในเผ่าดายัก คนจากเผ่าดายักบอกว่า Son polah, father kepradah. เป็นสุภาษิตของประเทศเขา “ลูกทำ พ่อแม่มีส่วน” คนดายักเลยไปบ้านของคนทำแล้วก็ฆ่าพวกเขาทิ้ง / ชาวมาดูเรสโกรธก็กลับไปฆ่าบ้าง ในวันนั้นมีคนท้อง7เดือนโดนผ่าท้อง วันนั้นมีคนของเผ่าดายักตาย7คน ดายักเลยรวมตัวไปฆ่าในคืนนั้น
ไล่ล่า
มันไม่ใช่แค่คนจากเผ่ามาดูเรสที่โดนแต่เป็นคนในเมือง คนจีน คนมาดูเรส รวมไปถึงคนดายักเองด้วย นักล่าบอกกับคนของตนว่าให้เลือกระหว่าง จะฆ่ามาดูเรสหรือจะตาย เขาจึงต้องเลือกฆ่ามาดูเรสเพื่อปกป้องชีวิตตนเองและครอบครัว
ไล่ล่า
จากคำบอกเล่าของผู้รอดชีวิตในคืนนั้น บอกว่าที่น่ากลัวที่สุดในคืนนั้นคือ มีคนจากดายักหลอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่จะพาคนอพยพไปขึ้นรถ คันละ50คน เพื่อหนีออกนอกพื้นที่ สรุปไม่ใช่เจ้าหน้า คืนนั้นรถ4คันที่เต็มไปด้วยผู้หญิงและเด็กถูกฆ่า บางคนหนีเข้าป่า บ้างก็ไปตามทางเรือ ในน้ำมีแต่ศพเต็มไปหมด (มีเหยื่อรอดมาเล่ารวมถึงนักข่าวท้องถิ่นและฝ่ายดายักเองบางคนที่โดนบีบบังคับให้ไม่มีทางเลือก)
ไล่ล่า
นี้คือ คำบอกเล่าของภรรยาคนดายักหนึ่งในผู้สังหารมาดูเรส “ก่อนไล่ฆ่ามีคนบอกให้เขาดื่มของเหลวที่ทำให้เขากล้าได้กล้าเสีย จากนั้นจึงทาคิ้วด้วยน้ำมัน
ของเหลวทำให้สับสนเห็นมาดูเรสเป็นเพียงสุนัขและต้องถูกล่าฆ่าในที่สุด ชาวดายัคจึงไม่กลัว ไม่สงสาร การได้ดื่มและทาน้ำมันไว้เพื่อให้มีลักษณะคล้ายกับจารันเกปังJaran Kepang(นักรบขี่ม้า**) บางทีพวกเขาอาจถูกวิญญาณของบรรพบุรุษครอบงำสังหารตามคำสั่งของขุนศึกเผ่า”
ภาพประกอบตัวอย่างพิธีจารันเกปังJaran Kepang(นักรบขี่ม้า)
หนึ่งในผู้ที่กินเนื้อคนดายัค “บอกว่าเขากินเพราะเกลียดพวกมันมาก” (ปกติเขาก็กินแบบคนป่าทั่วไป มีอะยัมและผลไม้พืชหัว)
ความจริงเราไม่รู้ว่าต้นต่อมาจากไหน ทั้ง2เผ่านี้มีข้อตกลงกันว่าถ้าฝ่ายใดทำผิดก่อนต้องออกไปจากเมือง ก่อนที่มาดูเรสฆ่าคนดายัก พวกเขาพูดประกาศว่าเขาคือเจ้าของหมู่บ้านเมืองนี้ แต่ดายัคจะอยู่ก็ได้(มันทำให้ดายักโกรธมากขึ้นไปอีก เพราะดายักอยู่ในป่าที่นี้มาก่อน
ไล่ล่า
ชาวมาดูเรสเข้ามาที่หลังแต่ได้สิทธิ์เข้ามาอาศัยทำงานมากมายและได้สิทธิถางป่าตัดไม้ มาดูเรสเป็นชาวเผ่าที่ขยันมากและได้เป็นเจ้ากิจการ ดายักเคยรวมกับคนมาเลย์มาฆ่ามาดูเรสด้วย ตอนที่มาดูเรสมาอยู่แรกๆ
//ย้ำว่าแต่ละฝ่ายก็เล่าคนละแบบ//
กาลิมันตันตะวันตกมีกลุ่มชาติพันธุ์ ได้แก่ ดายัก มาเลย์ จีน ชวา บูกิส และมาดูเรส พรมแดนของกาลิมันตันตะวันตกทอดยาวไปตามเทือกเขาที่ล้อมรอบลุ่มน้ำอันกว้างใหญ่ของแม่น้ำ Kapuas
ข้อมูลเพิ่มเติมจากคำว่า**ม้าถัก(จารันเกปัง)มีจุดประสงค์อะไร? พิธีที่เห็นในปัจจุบัน
Jaran Kepang เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมปฏิเสธความชั่วร้าย เอาชนะภัยพิบัติต่างๆ ขอความอุดมสมบูรณ์ในที่ดินเกษตรกรรม หวังเก็บเกี่ยวผลสำเร็จ และเพื่อให้ชุมชนปลอดภัยและสงบสุข
ยุคโบราณ(ชวา) จารันเกปัง เพลงและการแสดงละคร
เพลง Eling-eling siro manungso, elingono sholat ngaji
mumpung durung ketekanan malaikat juru pati,
Panggilane Kang Moho Kuoso, gelem ora bakal digowo,
diturokno ndek padusan, diadusi banyu kembang,
disalini sandhangan putih, yen wes budhal ora biso muleh,
tumpakane kereto dowo, rudo papat rupo menungso.
เพลงชวาชื่อ "เอลิง - เอลิง" จะคอยย้ำเตือนให้ผู้คนที่นั้นตระหนักอยู่เสมอว่าเราจะไม่อยู่ในโลกนี้ตลอดไปเพลงนี้เป็นเพลงสอนใจที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างมีสติและปฏิบัติตามหลักศาสนา เพื่อเตรียมตัวสำหรับชีวิตหลังความตาย(บทกวีของชาวชวา )
จารันเกปังเป็นสัญลักษณ์ของทหารม้าคือจิตวิญญาณการต่อสู้ดิ้นรนของบรรพบุรุษ “ด้วยการจ้องมองที่เฉียบคมพร้อมที่จะโจมตีศัตรูเพื่อปกป้องดินแดนบรรพบุรุษของตนจากการรุกราน” พลังของเพนิมบุล/เจ้าเสน่ห์ที่นำดวงวิญญาณของบรรพบุรุษมาเข้าสิงนักเต้นรำ บ่งบอกถึงการต่อสู้ในสนามรบเพื่อปกป้องดินแดนหมู่เกาะต่อไปทุกตารางนิ้ว
ถ้าถามว่าตำรวจหายไปไหน วันแรกตำรวจเข้ามาและจับกุมคนฆ่าเอาไปขัง แต่โดนล้อมด้วยนักล่ามากมาย คนเล่ากล่าวว่าจำได้ในคืนนั้นมีบางครอบครัวโดนเผาไฟคอกทั้งเป็นในบ้าน แล้วเรื่องก็เริ่มบานปลายจนตำรวจต้องพาชาวบ้านหนีเอาชีวิตรอด วันต่อมาการฆ่ายังไม่หยุด มันดำเนินไปเรื่อยๆ จนในที่สุดทหารก็เข้ามายับยั้ง
เหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาลิมันตันตะวันตก สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งที่ซับซ้อนระหว่างชาวดายักและชาวมาดูเรส ซึ่งมีรากฐานมาจากการแย่งชิงทรัพยากรและอำนาจในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทั้งสองเผ่าและชุมชนในพื้นที่ ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของรัฐในการจัดการความขัดแย้งที่ซับซ้อนและหลากหลายมิติ ล้มเหลวในการรักษาความสงบเรียบร้อยและปกป้องประชาชน
และเหตุการณ์นี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างสันติภาพในระดับชุมชนและการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและการสร้างความปรองดองเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต นี้เป็นบทเรียนสำคัญ ที่เตือนให้เราตระหนักถึงอันตรายของความขัดแย้งและความรุนแรง
ความแตกต่างทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จุดชนวนความรุนแรง การเผยแพร่ข่าวลือที่บิดเบือนทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว
หมึกลังของปู่
โฆษณา