28 ม.ค. 2025 เวลา 15:00 • ไลฟ์สไตล์

เป็นเด็กจบใหม่เงินเดือน 20,000 แบ่งให้แม่เดือนละ 5,000 น้อยไปไหม?

ไปเจอคำถามนี้มาในกระทู้หนึ่ง (ลิงก์ในคอมเมนต์ครับ)
น่าสนใจมาก เพราะเรื่องนี้เหมือนอยู่คู่กับคนไทยเลยก็ว่าได้
“ความกตัญญูเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทย” ล่าสุดจากผลการสำรวจพฤติกรรมคนไทย ปี 2567 โดยกระทรวงวัฒนธรรมชี้ให้เห็นว่า คุณธรรมที่คนไทยถือปฏิบัติมากที่สุด คือ “การตอบแทนผู้มีพระคุณ” อยู่ที่ร้อยละ 93.29 แสดงถึงคนไทยยังมีความกตัญญู เคารพต่อบุพการีและผู้อุปการะ
และถ้าให้พูดถึงนิยามของความกตัญญูนั้น จริงๆ แล้วน่าจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละคน ยกตัวอย่าง ในมุมมองของ โค้ชจักรพงษ์ เมษพันธุ์ ที่ได้มองความกตัญญูเป็น 2 มุม ได้แก่
📍 1. มุมพ่อที่มีต่อลูก:
โค้ชหนุ่มเล่าว่า ในมุมของการเป็นพ่อมองว่า ความกตัญญูของลูก คือ การไม่ทำให้พ่อแม่เดือดร้อน สามารถเลี้ยงดูตัวเองและใช้ชีวิตเป็นของตัวเองได้ โดยที่ไม่ได้คาดหวังว่าลูกจะต้องมาเลี้ยงดู เพราะในฐานะพ่อแม่ก็จะดูแลตัวเองไป
📍 2. มุมลูกที่มีต่อพ่อแม่:
คุณพ่อเคยบอกกับโค้ชหนุ่มว่า ใช้ชีวิตให้ป๊าภูมิใจ ไม่ทำผิดกฎหมาย ไม่ผิดศีลธรรมก็เพียงพอแล้ว เรื่องเงินไม่ต้องการให้โค้ชหนุ่มช่วยเหลือ แต่สำหรับโค้ชหนุ่ม ด้วยความรักไม่อยากเห็นพ่อแม่ลำบากก็ได้ช่วยดูแลเรื่องเงินให้ด้วยตามกำลังและความสามารถ
ดังนั้น หากเราจะพูดถึงเรื่องของความกตัญญู ที่หมายถึงการเลี้ยงดูด้วยกำลังเงินนั้น (การเลี้ยงดูพ่อแม่เป็นได้ทั้งกำลังกาย กำลังใจ และกำลังทรัพย์) ผู้เขียนมองว่า ในมุมของพ่อแม่จะเป็นเรื่องของ “ความคาดหวัง” ที่เป็นได้ได้ทั้งความคาดหวังว่า “ไม่อยากให้ลูกต้องมาดูแล” กับ คาดหวังว่า “ลูกหลานต้องมาเลี้ยงดูยามแก่เฒ่า” ส่วนในมุมของลูกก็จะเป็นเรื่องของ “ความสามารถ” ที่จะเลี้ยงดูพ่อแม่ได้หรือไม่
🎯 ขอแบ่งเป็น 4 กรณี
➡️ กรณี 1 : ลูกเลี้ยงดูพ่อแม่ได้ และพ่อแม่ไม่ได้คาดหวังให้ลูกเลี้ยง
กรณีนี้น่าจะเป็นกรณีไม่มีปัญหา เนื่องจากพ่อและแม่อาจมีการวางแผนทางการเงินมาอย่างดีแล้ว ว่าบั้นปลายท่านจะใช้ชีวิตอย่างไร โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาการเงินของลูกหลาน แต่ในส่วนของลูกก็มีกำลังทรัพย์ และยินดีที่จะเลี้ยงพ่อแม่ด้วย ซึ่งเคสนี้จะคล้ายกับกรณีของโค้ชหนุ่มที่ได้เล่าไป
➡️ กรณี 2 : ลูกเลี้ยงดูพ่อแม่ได้ และพ่อแม่คาดหวังให้ลูกเลี้ยง
กรณีนี้พ่อแม่หวังจะได้การเลี้ยงดูจากลูกๆ ในยามแก่เฒ่า และลูกๆ เองก็มีความยินดี และมีกำลังทรัพย์ที่จะเลี้ยงพ่อแม่เช่นกัน ดังนั้น กรณีถือว่าสมหวังทั้งคู่ แต่ในส่วนของลูกๆ อาจต้องวางแผนอย่างรอบคอบ และควรกำหนดสัดส่วนการใช้จ่ายในด้านต่างๆ ให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้การเงินที่ใช้ส่วนตัวมีปัญหาตามมา
➡️ กรณี 3 : ลูกเลี้ยงดูพ่อแม่ไม่ได้ และพ่อแม่คาดหวังให้ลูกเลี้ยง
กรณีนี้เป็นปัญหาใหญ่ และน่าเห็นใจที่สุด เนื่องจากพ่อแม่คาดหวังให้ลูกเลี้ยง แต่ลูกเองไม่มีกำลังที่จะเลี้ยงดูพ่อแม่ได้ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น การมีรายได้น้อย หรือการมีรายจ่ายที่ต้องดูแลครอบครัวของตัวเอง ซึ่งอาจเป็นภาระที่หนักอยู่แล้ว
ปัญหานี้ทางออกอาจต้องจับเข่าคุยกันในครอบครัวร่วมกับพ่อแม่อย่างจริงจัง ว่าสถานะการเงินของลูกๆ เป็นอย่างไร และพ่อแม่สามารถซัพพอร์ตอย่างไรได้บ้าง เช่น หากพ่อและแม่อายุยังไม่สูงมาก อาจเลือกทำงานอดิเรกพอจะเป็นไปได้หรือไม่ เพราะนอกจากจะมีรายได้เข้ามา ยังช่วยเรื่องของสุขภาพกายและสุขภาพใจได้ด้วย เป็นต้น
➡️ กรณี 4 : ลูกเลี้ยงดูพ่อแม่ไม่ได้ และพ่อแม่ไม่ได้คาดหวังให้ลูกเลี้ยง
ข้อนี้ผลลัพธ์คล้ายกับข้อ 3 คือ พ่อแม่ไม่ได้คาดหวังให้ลูกเลี้ยง และลูกเองเลี้ยงดูพ่อแม่ไม่ได้ ซึ่งเคสนี้เริ่มพบเจอมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากพ่อแม่สมัยใหม่ เมื่อลูกหาเงินมาได้ ก็อยากให้ลูกได้ใช้ส่วนตัว และในส่วนของพ่อแม่ก็มีการเก็บเงินไว้เองอยู่แล้ว และสาเหตุที่ลูกเองที่อาจจะยังเลี้ยงดูไม่ได้ อาจเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตที่ค่อนข้างสูง สวนทางกับรายได้
กรณีนี้แม้พ่อและแม่จะไม่ได้มีปัญหา แต่ตัวลูกอาจต้องมีการวางแผนการเงินเพิ่มเติม เพื่ออย่างน้อยก็ให้พ่อและแม่เห็นว่าเราสามารถดูแลตัวเองได้ เป็นต้น
🎯 ในหนังสือ ‘You Are Your Money Coach’ พี่หนุ่มสรุปเรื่องนี้ไว้ได้อย่างดีว่า
“ความกตัญญูที่แท้จริงนั้น ไม่ใช่การเสียสละทุกอย่างเพื่อพ่อแม่จนละเลยการดูแลตัวเอง แต่เป็นการสร้างสมดุลระหว่างการดูแลท่าน และการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตของเราเองด้วย
สำหรับทุกคนที่กำลังเผชิญกับความท้าทายในการดูแลครอบครัวผมอยากบอกว่า อย่าท้อ จงเชื่อมั่นในตัวเอง พูดคุยกับคนในครอบครัวอย่างเปิดใจ และร่วมกันหาทางออกที่ดีที่สุดเพราะสุดท้ายแล้วความกตัญญที่ยั่งยืนนั้น เกิดจากการที่เราสามารถดูแลทั้งครอบครัวและตัวเองได้อย่างมั่นคง”
สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ยังคงมีความอ่อนไหว และวิธีจัดการกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจะต้องมีการพูดคุยกันในครอบครัว และที่ดี่สุดที่ทุกคนควรต้องทำไว้ คือ การวางแผนเกษียณเพื่อตัวเราเอง เพราะสุดท้าย หากเรามีลูก ถ้าลูกดูแลเราก็ถือว่าเป็นเรื่องบวก แต่ถ้าไม่เลี้ยงก็ไม่เป็นไร เพราะก็ดูแลตัวเองได้ แต่ถ้าเราไม่วางแผนเกษียณตัวเองไว้เลย ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงที่สุดก็อาจจะเป็นเหมือนกรณีที่ 3 ได้
#aomMONEY #MoneyQandA #การเงิน #ความกตัญญู #เรื่องการเงินสำหรับเด็กจบใหม่
โฆษณา