1 ก.พ. 2025 เวลา 05:59 • หุ้น & เศรษฐกิจ

เปรียบเทียบกองทุน S&P500 ทั่วฟ้าเมืองไทยครับ

ค่าธรรมเนียมต่อปีเจ้าไหนถูกที่สุดดดดด
ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ลุย
** เกณฑ์การตัดสินด้านล่างนี้จะใช้เกณฑ์เดียวเท่านั้น คือ ค่าธรรมเนียมต่อปี **
📍ยกที่ 1 กองทุนรวมไทย
SCBS&P500A ค่าธรรมเนียม 1.11% กองแม่ IVV
KFUSINDX-A ค่าธรรมเนียม 1.0021% กองแม่ IVV
K-US500X-A(A) ค่าธรรมเนียม 0.6175% กองแม่ IVV
KKP US500-H ค่าธรรมเนียม 0.6741% กองแม่ IVV
B-USPASSIVE ค่าธรรมเนียม 0.8062% กองแม่ SPY
TISCOUS-A ค่าธรรมเนียม 1.279% กองแม่ SPY
ยกที่ 1 >> K-US500X-A(A) จากกสิกร ชนะไปด้วยค่าธรรมเนียม 0.6175%
📍ยกที่ 2 กองทุน ETF
VOO ค่าธรรมเนียม 0.03% จาก Vanguard
IVV ค่าธรรมเนียม 0.03% จาก BlackRock
SPY ค่าธรรมเนียม 0.09% จาก State Street
SPLG ค่าธรรมเนียม 0.02% จาก State Street
ยกที่ 2 >>> SPLG จาก State Street ชนะไปด้วยค่าธรรมเนียม 0.02%
แถม
📍กองทุนรวมไทย
ข้อดี :
1. หากคุณซื้อกองที่ไม่ปันผล คุณจะไม่ต้องจ่ายภาษีทั้งในส่วนเงินปันผลและส่วนต่างราคา
ข้อเสีย :
1. แลกมาด้วยค่าธรรมเนียมที่แพงกว่าการลงกองแม่โดยตรง
2. คุณอาจจะได้รับผลกระทบจากค่าเงินทางอ้อม แต่อาจมีการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินจากบางกองทุน (ซึ่งนั่นก็จะไปทำให้ผลตอบแทนของการลงทุนลดลงอยู่ดี)
📍กองทุน ETF
ข้อดี :
1. ค่าธรรมเนียมถูกมาก คุณได้รับผลตอบแทนเต็มเม็ดเต็มหน่วย
ข้อเสีย :
1. คุณถูกบังคับเสียภาษีเงินปันผล 30% (ทำ W-8BEN เหลือ 15%) ทันทีที่มีจากจ่ายเงินปันผลออกมา
2. และหากคุณนำเงินกลับเข้ามาในประเทศไทยภายในปีนั้น คุณจะต้องเสียภาษีอีกรอบทั้งในส่วนของเงินปันผลและส่วนต่างราคา
3. คุณรับความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินด้วยตัวเองทั้งหมด
✅ บทสรุปก็คือ
1. หากคุณต้องการผลประโยชน์ทางด้านภาษี และไม่อยากปวดหัวกับค่าเงิน กองทุนรวมน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี
2. แต่ถ้าหากคุณต้องการผลตอบแทนที่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ETF จะเป็นคำตอบของคุณครับ
โฆษณา