Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ธรรมะ คือ คุณากรณ์
•
ติดตาม
6 ก.พ. 2025 เวลา 08:04 • ปรัชญา
watthakhanun
หลังจากนั้นก็มาฟังผู้บังคับบัญชาในคณะปกครองบรรยายถวายความรู้และให้กำลังใจแก่บุคคลที่เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย
พระเดชพระคุณหลวงพ่อเจ้าคุณชัยวัฒน์ - พระธรรมวชิรเจติยาจารย์ (ชัยวัฒน์ ปญฺญาสิริ ป.ธ. ๙) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๔
พระเดชพระคุณพระเทพปริยัติโสภณ, ดร. (ปัญญา วิสุทฺธิปญฺโญ ป.ธ. ๙) เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี
พระเดชพระคุณพระราชวชิรสุตาภรณ์ (พนม รตนาโภ - หลวงพ่อเจ้าคุณแก้ว) เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม
พระเดชพระคุณพระราชวัชรสาครคณี (ดิเรก ปิติทานนฺโท - หลวงพ่อเจ้าคุณดิเรก) เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร
และท้ายสุดก็คือเพื่อนซี้กัน ท่านเจ้าคุณประไพ - พระสุพรรณวชิราภรณ์, ดร. (ประไพ ปุญฺญกาโม ป.ธ. ๓) เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี
กระผม/อาตมภาพจดจำสิ่งที่ท่านทั้งหลายพยายามตอกย้ำว่า ให้ทุกคนมีวิชชาจะระณะสัมปันโน ก็คือต้องมีความรู้คู่คุณธรรม หรือว่า ความรู้ดี - ความประพฤติดี โดยเฉพาะพระเดชพระคุณหลวงพ่อเจ้าคุณชัยวัฒน์นั้น ท่านยืนบรรยายอยู่เกือบชั่วโมง ทั้ง ๆ ที่อายุ ๘๐ กว่าปีแล้ว จนกระทั่งกระผม/อาตมภาพต้องไปประคองท่านกลับที่นั่ง เนื่องเพราะว่าผู้ชราเมื่อยืนนาน ๆ แล้วขาจะแข็ง ถ้าไม่มีคนรู้ใจไปให้เกาะ อาจจะล้มตอนหมุนตัวก็ได้..!
หลวงพ่อเจ้าคุณชัยวัฒน์ท่านบรรยายหลายเรื่อง แต่บอกว่านักศึกษาบาลีของเรานั้น การเรียนรู้จะประสบความสำเร็จ ก็ต้องประกอบไปด้วย ๔ สิ่ง ถ้าขาด ๔ อย่างนี้เมื่อไร ท่านทั้งหลายต่อให้เรียนจนจบประโยค ๙ ก็ไม่แน่ว่าจะประสบความสำเร็จในชีวิต
ก็คือประการที่ ๑ บุคลิกดี ซึ่งคำว่าบุคลิกดีนี้ ในสมัยหนึ่งมีวัดดังบางวัด ถึงขนาดกำหนดว่า ถ้าพระภิกษุสามเณรหน้าตาไม่ดี จะไม่รับเข้าสังกัด ซึ่งในยุคนั้นสมัยนั้น
ทุกคนก็ร่ำลือกันว่า วัดใหญ่ในกรุงเทพฯ วัดนั้น มีแต่พระภิกษุสามเณรหล่อ ๆ ทั้งสิ้น แล้วก็มีตัวอย่างของท่านเจ้าคุณพระอุดมปิฎก (สอน พุทฺธสโร) หรือหลวงพ่อเจ้าคุณสอนที่ไม่ได้สอบบาลี เนื่องเพราะว่าในสายตาผู้อื่นก็คือท่านหน้าตาขี้เหร่ แต่เมื่อถึงเวลามีผู้รับรองให้เข้าสอบ ซึ่งในยุคนั้นเป็นการสอบปากเปล่า ท่านเจ้าคุณสอนสามารถสอบรวดเดียวได้ทั้ง ๙ ประโยคเลย ดังนั้น..ถ้าหากว่าอันดับแรก มีบุคลิกดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง
ประการที่ ๒ มีคุณ คำว่ามีคุณในที่นี้ก็คือมีคุณธรรมความดีงามประจำตัว ประมาณว่ารู้ละอายชั่วกลัวบาป ต่อหน้าและลับหลังไม่กล้าทำบาปเหมือนกัน หรือว่าเรามีคุณธรรมความดีอื่น ๆ เป็นเครื่องประกอบไปด้วย ก็จะเสริมให้ชีวิตของเรามีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น
ประการที่ ๓ มีความรู้ เมื่อเรียนแล้วต้องรู้จริง และนำไปบอกกล่าวให้ผู้อื่นรู้ตามได้ด้วย ไม่ใช่มีความรู้แต่ไม่สามารถที่จะแสดงออกให้คนอื่นเห็นได้ ว่าเราเป็นผู้มีความรู้ ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าท่านเรียนรู้ไปก็ไม่มีประโยชน์ ไม่มีโอกาสที่จะได้แสดงออกให้คนอื่นเห็นว่า ความรู้ความสามารถของเราเป็นอย่างไร ก็จะไม่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา
ประการสุดท้าย ต้องมีความอดทน ซึ่งพอกระผม/อาตมภาพได้ยินข้อนี้ก็ไปนึกถึงหลวงปู่ทอง - พระพรหมมงคล วิ. (ทอง สิริมงฺคโล) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ ครูบาอาจารย์ใหญ่ของสายปฏิบัติธรรมภาคเหนือ
หลวงปู่ทองท่านบอกว่า อดได้ ทนได้ เย็นได้ คอยได้ ดีได้ ก็แปลว่าเราต้องมีความอดทนตั้งแต่การศึกษาเล่าเรียน มีความอดทนต่อหน้าที่การงานที่ผู้บังคับบัญชารับผิดชอบได้ มีความอดทนต่อสิ่งดีและไม่ดีที่เกิดขึ้นในชีวิต สิ่งที่ดีเกิดขึ้น ก็อย่าตื่นเต้น เฟื่องฟู และประมาทหลงระเริง สิ่งที่ชั่วชั่วเกิดขึ้น ก็ต้องไม่เสียอาการ รู้จักนิ่ง ระงับยับยั้ง เก็บเอาไว้ภายใน
ถ้าหากว่าใครมีคุณสมบัติครบทั้ง ๔ ข้อ คือ บุคลิกดี มีคุณ มีความรู้ มีความอดทน ก็จะทำให้การศึกษาบาลีของท่านก็ดี การศึกษาอย่างอื่น ๆ ก็ตาม ประสบความสำเร็จตามที่ได้มุ่งมาดปรารถนาเอาไว้
ท่านอื่น ๆ ที่ออกมาให้โอวาทก็อยู่ในแนวเดียวกันว่า ให้ทุกท่านพากเพียรพยายาม เนื่องเพราะว่าการเรียนบาลีในปัจจุบันนี้ อยู่ภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งสนับสนุนการเรียนบาลีอย่างเต็มที่ เราท่านทั้งหลายต้องไม่ทำให้พระองค์ท่านผิดหวัง
ถ้าทุ่มเทกับการเรียนบาลี เราจะไม่มีเวลาที่ไปคิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่วเลย เนื่องเพราะว่าบาลีนั้น ถ้าขาดความสนใจแม้แต่นาทีเดียว ครูบาอาจารย์อาจจะก้าวเลยจุดนั้นไป แล้วเราต่อไม่ติดก็ได้ จากนั้นก็ได้อำนวยอวยพรให้กับทุกคนประสบความสำเร็จ
พอดีกับพระเดชพระคุณท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เดินทางมาถึง ท่านจึงได้จุดธูป
เทียนนำบูชาพระรัตนตรัย ให้โอวาทและอำนวยอวยพรแก่ผู้เข้าสอบทุกคนเช่นกัน
เมื่อนายปรีชา ดิลกพรเมธี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม และนายบุญเชิด กิตติธรางกูร รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เข้าถวายเครื่องไทยธรรม กระผม/อาตมภาพก็ลากลับ เพราะว่าต้องไปให้หมอช่วยดูเสีย
หน่อยว่า ตนเองที่เจ็บไข้ได้ป่วยนั้น จะต้องรับยาอะไรบางอย่างเพิ่มขึ้นหรือไม่ ?
แล้วก็ต้องมาวุ่นวายกับการทำหนังสือต่าง ๆ เพื่อขอความอนุเคราะห์สารพัดหน่วยงาน มาช่วยจัดนิทรรศการหรือว่าออกบูธแสดงสินค้าของตน ในงานทำบุญประจำปีปิดทองรอยพระพุทธบาทวัดท่าขนุน และทำบุญอุทิศอดีต ๗ เจ้าเมืองหน้าด่าน ซึ่งใกล้จะมาถึงในไม่กี่วันนี้แล้ว
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย