Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
kaopoon Talk
•
ติดตาม
18 ก.พ. 2025 เวลา 08:07 • ข่าว
สรุป #ตบพยาบาล
ชายหัวร้อนบุกตบหน้าพยาบาลถึงเคาน์เตอร์
อ้างไม่พอใจพยาบาลพูดไม่ดีใส่ลูก-ภรรยา
เริ่มเรื่อง
1. จุดเริ่มต้นของเรื่องราวนี้เริ่มจากเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2025 มีผู้ใช้เฟสบุ๊คคนหนึ่งออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า "กรณีโดนญาติคนไข้ตบหน้า ขอทนายฝีมือเก่ง ๆ หน่อยค่ะ"
2. ข้อความนี้กลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ภายหลังเจ้าของโพสต์จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า
น้องสาวเธอทำงานเป็นพยาบาล
ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง
น้องสาวเธอถูกชายซึ่งเป็นญาติผู้ป่วย
บุกเข้ามาตบหน้าอย่างแรงถึงในเคาน์เตอร์พยาบาล
ด้วยเหตุผลว่า โกรธที่น้องสาวเธอห้ามไม่ให้ลูกและภรรยาของชายคนนี้เข้าไปเยี่ยมยายในห้อง ICU เพราะเกรงว่าเด็กและแม่ของเด็กจะติดเชื้อ
3. เรื่องราวนี้กลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว ชาวเน็ตจำนวนมากต่างช่วยกันแชร์เรื่องราวนี้ออกไป เพื่อหวังให้ข่าวนี้กลายเป็นจุดสนใจ ให้พยาบาลผู้เสียหายอยู่ภายใต้สปอร์ตไลท์ และได้รับความยุติธรรมคืนในท้ายที่สุด
กล้องวงจร
4. จากนั้นไม่นานได้มีการเผยภาพจากกล้องวงจรปิด ในช่วงเวลาเกิดเหตุสู่สาธารณะ เนื้อหาภายในกล้องวงจรปิดยืนยันชัดเจนว่า ชายผู้ก่อเหตุได้ลงมือตบหน้าพยาบาลสาวจริง ๆ
5. ชายคนนี้เดินเข้ามาพูดคุยกับพยาบาลคนหนึ่งในส่วนเคาน์เตอร์พยาบาล ก่อนที่พยาบาลผู้เสียหายจะเดินเข้ามาหา จากนั้นเขาก็ทำการง้างสุดแขน และใช้มือตบเข้าบริเวณใบหน้าของพยาบาลอย่างแรง 2 ครั้ง ก่อนจะเดินหนีออกไป
มุมผู้ก่อเหตุ
6. หลังจากเรื่องราวนี้กลายเป็นข่าวใหญ่โต ทางด้านของกลุ่มคนที่อ้างตัวว่าเป็นญาติผู้ก่อเหตุ ได้พากันออกมาแสดงความคิดเห็นทำนองว่า "อยากให้ฟังความสองข้าง" เข้าใจว่าฝ่ายตนผิด แต่ถึงอย่างนั้นก็อยากให้เปิดใจฟังดู
7. เนื้อความโดยสรุประบุว่า
■
ครอบครัวผู้ก่อเหตุมีสมาชิกทั้งหมด 6 คน คือ ชายผู้ก่อเหตุ ภรรยา ลูกสามคน และคุณยาย (แม่ของภรรยา) ซึ่งเป็นคนรับหน้าที่ดูแลหลานทั้งสาม ในช่วงเวลาที่พ่อแม่ไปทำงาน
■
เด็กทั้งสามติดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A จากโรงเรียน และจากนั้นคุณยายก็ติดไข้หวันตัวนี้จากหลานทั้งสาม
■
ถึงแม้จะพาคุณยายไปหาหมอมาแล้ว แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น และหมดที่ไปหาที่แรกก็ให้แค่ยามากิน พอผ่านไป 1 วัน อาการของคุณยายกลับไม่ดีขึ้น ครอบครัวจึงพาคุณยายมารักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ก่อนจะถูกส่งตัวมาโรงพยาบาลที่ใหญ่กว่า ในจังหวัดระยอง
■
คุณยายอาการหนักกว่าที่คิด จนสุดท้ายต้องส่งตัวเข้า ICU เพราะไวรัสลงปอดทั้งสองข้าง
■
ตอนนั้นภรรยาที่อยู่กับคุณยายเพียงลำพังจึงติดต่อสามีให้มาหาที่โรงพยาบาล และด้วยความที่ไม่มีใครดูแลลูกทั้งสาม สามีจึงพาลูกทั้งสามมาโรงพยาบาลด้วย
■
ในช่วงเวลาเข้าเยี่ยม สามีได้พาลูกหนึ่งคนเข้าไปเยี่ยมคุณยาย เพราะคิดว่าหากคุณยายได้เจอหลานรัก อาการของคุณยายก็คงจะดีขึ้น
■
พยาบาลที่อยู่ในห้อง ณ ตอนนั้นได้บอกกับสามีว่าไม่อยากให้เด็กเข้ามา เพราะมันเสี่ยงต่อการติดเชื้อ แต่พ่อเด็กก็ได้ตอบกลับไปว่า คุณยายติดมาจากลูกของตน และตอนนี้ลูกของตนหายแล้ว ไม่เป็นไรหรอก
■
ทางพยาบาลที่อยู่ ณ ตอนนั้นจึงตอบกลับไปว่า งั้นขอเช็ดตัวคุณยายก่อน แล้วยังไงค่อยกลับมาใหม่อีกครั้ง
■
ในการกลับเข้าไปครั้งที่สอง คนที่พาลูกเข้าไปคือภรรยา เพราะตอนนั้นสามีต้องอยู่เป็นเพื่อนลูกอีก 2 คนที่พามาด้วย ส่วนพยาบาลที่อยู่ในห้อง ICU ณ ตอนนั้นไม่ใช่พยาบาลคนเดิม คนเดียวกับที่สามีเจอ แต่เป็นพยาบาลที่หลังจากนี้จะถูกฝั่งสามีทำร้ายร่างกาย
■
ฝั่งภรรยาอ้างว่า ในตอนนั้นพยาบาลที่กำลังเช็ดตัวคุณยายได้เดินออกมาหาเธอนอกห้อง พร้อมกับปิดประตูห้องด้วยความแรง และตะคอกใส่เธอด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตรว่า "สูญเสียแม่อีกคนยังไม่พอ อยากจะสูญเสียลูกอีกคนหรอ ยอมรับได้ใช่ไหมพาเด็กออกไปเดี๋ยวนี้"
■
ภรรยาที่ถูกตะคอกเดินออกมาพร้อมกับลูก และหลังจากนั้นลูกน้อยก็บอกกับพ่อว่า "พยาบาลด่าหนู แล้วพี่เค้าก็ไม่ขอโทษหนูเลย เค้าตะคอกใส่หนู"
■
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นก็เป็นไปตามหลักฐานจากกล้องวงจรปิด สามีเดินเข้าไปในเคาน์เตอร์พยาบาล ก่อนจะทำการตบหน้าพยาบาลด้วยความรุนแรง และเดินออกไป
8. ญาติของผู้ก่อเหตุทิ้งท้ายว่า ทางฝั่งพวกตนไม่ได้สนับสนุนความรุนแรง และยอมรับว่าสิ่งที่ทำ ๆ ไปเพราะบันดาลโทสะ แต่หากทางคู่กรณีจะดำเนินการให้ถึงที่สุด พวกตนก็พร้อมน้อมรับมัน
โซเชียล
9. ถึงแม้จะมีมุมมองจากฝั่งผู้ก่อเหตุออกมาให้ชั่งน้ำหนัก แต่ชาวเน็ตจำนวนมากก็เห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า "ไม่ว่ายังไงฝั่งผู้ก่อเหตุก็ผิด"
10. แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องปกติที่จะไม่พอใจ หากพยาบาลพูดไม่ดีใส่ แต่ถึงอย่างนั้นผู้ก่อเหตุก็ไม่มีสิทธิไปทำร้ายร่างกายพยาบาลแบบนี้ สิ่งที่ผู้ก่อเหตุทำได้ในเวลานั้นคือ ร้องเรียนไปยังหน่วยงานต้นสังกัดตามช่องทางที่เขาเปิดให้ร้องเรียน
11. นอกจากนั้นการที่พยาบาลออกมาเตือนเรื่องการเข้าออกห้อง ICU ตามอำเภอใจมันก็สมเหตุสมผล เพราะห้อง ICU มันไม่ใช่พื้นที่สำหรับเดินเข้าเดินออกมั่วซั่วอยู่แล้ว แถมคนที่พาเข้าออกยังเป็นเด็กเล็กอีก ยิ่งไม่ควรเข้าไปใหญ่
เรื่องราวก็ประมาณนี้ครับ
ส่วนใครคิดเห็นอย่างไรก็มาแชร์กันในคอมเมนท์นะ
อ้างอิง
https://www.facebook.com/share/p/1EwcPTtS1W/
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1156498285854440&set=a.791821822322090&type=3&ref=embed_post
https://www.thairath.co.th/news/society/2842522
https://www.facebook.com/share/p/18G4y9VUUu/
https://x.com/RedSkullxxx/status/1891452333047030173
ข่าว
1 บันทึก
20
8
6
1
20
8
6
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย