12 เม.ย. 2025 เวลา 12:52 • ข่าวรอบโลก

กลุ่มฮูตี (Houthi) เป็นกลุ่มชีอะห์ที่ตั้งอยู่ในประเทศเยเมน

มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า **อันศ็อรุลลอฮ์**
(Ansar Allah) ซึ่งแปลว่า "ผู้สนับสนุนพระเจ้า" กลุ่มนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1990 โดยฮุเซน บัดรุดดีน อัล-ฮูตี และมีบทบาทสำคัญในความขัดแย้งในเยเมนตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา
### **จุดเด่นของกลุ่มฮูตี:**
1. **ความเชื่อและอุดมการณ์**:
- ฮูตีเป็นกลุ่มชีอะห์นิกายซัยดีย์ (Zaidi Shia) ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มซุนนีที่ครองส่วนใหญ่ในเยเมน
- ใช้สโลแกนต่อต้านสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล รวมถึงสนับสนุนปาเลสไตน์
2. **บทบาทในสงครามเยเมน**:
- ปี 2014: ฮูตียึดเมืองหลวงซานา และขับไล่รัฐบาลเยเมนที่สนับสนุนโดยซาอุดีอาระเบีย
- ปี 2015: ซาอุดีอาระเบียนำพันธมิตรอาหรับเข้าโจมตีฮูตี ทำให้เกิดสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อ
- ฮูตีได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในด้านอาวุธและยุทธศาสตร์
3. **การโจมตีระหว่างประเทศ**:
- ฮูตีมักโจมตีเป้าหมายในทะเลแดงและอ่าวเอเดน โดยใช้โดรนและขีปนาวุธ
- เป้าหมายมักเป็นเรือสินค้าที่เชื่อมโยงกับอิสราเอลหรือชาติตะวันตก
- ปี 2024: เพิ่มการโจมตีเรือในทะเลแดงเพื่อตอบโต้สงครามกาซ่า
4. **ความสัมพันธ์กับอิหร่าน**:
- ถูกกล่าวหาว่าได้รับอาวุธและเทคโนโลยีจากอิหร่าน แม้ฮูตีจะปฏิเสธ
### **สถานการณ์ล่าสุด (2024)**:
- ฮูตียังคงควบคุมพื้นที่ทางเหนือของเยเมน
- มีการเจรจาสันติภาพเป็นระยะ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจน
- ยังคงเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงการเดินเรือระหว่างประเทศ
### **สงครามเยเมน (Yemen War): ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อและวิกฤตมนุษยธรรมที่เลวร้ายที่สุดในโลก**
สงครามเยเมนเริ่มต้นในปี 2014 เมื่อกลุ่ม **ฮูตี (Houthi)** ก่อกบฏและยึดครองเมืองหลวง **ซานา (Sana'a)** ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างกลุ่มต่างๆ และการแทรกแซงจากนานาชาติ นำโดย **ซาอุดีอาระเบีย** และ **สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)** ปัจจุบัน สงครามได้กลายเป็นสมรภูมิตัวแทนระหว่าง **ซาอุดีอาระเบีย (สนับสนุนรัฐบาลเยเมน)** และ **อิหร่าน (สนับสนุนฮูตี)**
---
## **ภูมิหลังของสงครามเยเมน**
### **1. สาเหตุของสงคราม**
- **ความขัดแย้งภายในเยเมน**:
- เยเมนแบ่งแยกทางเชื้อชาติและศาสนามานาน (ส่วนใหญ่เป็นซุนนี นิกายซาฟีอี, ส่วนฮูตีเป็นชีอะห์ นิกายซัยดีย์)
- การปกครองที่ล้มเหลวของประธานาธิบดี **อาลี อับดุลลาห์ ซาเลห์** (ถูกโค่นล้มในปี 2012 จากการประท้วงอาหรับสปริง)
- รัฐบาลใหม่ของ **อับด รับโบ มันซูร์ ฮาดี** อ่อนแอ และถูกมองว่าตกอยู่ภายใต้อิทธิพลซาอุดีอาระเบีย
- **การลุกฮือของกลุ่มฮูตี**:
- กลุ่มฮูตี (Ansar Allah) ก่อตั้งในปี 1990 โดย **ฮุเซน อัล-ฮูตี** เพื่อต่อต้านรัฐบาลและอิทธิพลจากซาอุดีอาระเบีย
- ปี 2014: ฮูตียึดกรุงซานา และขับไล่รัฐบาลฮาดีออกไป
### **2. การแทรกแซงจากต่างชาติ (2015)**
- **พันธมิตรอาหรับนำโดยซาอุดีอาระเบีย** รุกรานเยเมนในปี 2015 เพื่อคืนอำนาจให้รัฐบาลฮาดี
- สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรสนับสนุนทางทหาร (ขายอาวุธและให้ข้อมูลข่าวกรอง)
- อิหร่านให้การสนับสนุนฮูตีทางอาวุธและเงินทุน
---
## **สถานการณ์สงคราม (2015–ปัจจุบัน)**
### **1. ฝ่ายต่างๆ ในสงคราม**
| **ฝ่าย** | **ผู้สนับสนุน** | **เป้าหมาย** |
|-----------|----------------|----------------|
| **รัฐบาลเยเมน (ฮาดี)** | ซาอุดีอาระเบีย, UAE, สหรัฐฯ | ฟื้นฟูอำนาจรัฐบาล |
| **กลุ่มฮูตี (Ansar Allah)** | อิหร่าน | ยึดครองเยเมน สร้างรัฐชีอะห์ |
| **สภาทรานซิชันัลใต้ (STC)** | UAE | แยกภาคใต้เป็นอิสระ |
| **อัลกออิดะห์ในคาบสมุทรอาหรับ (AQAP)** | - | สร้างรัฐอิสลาม |
### **2. เหตุการณ์สำคัญ**
- **2015–2017**:
- ซาอุดีอาระเบียเริ่มการทิ้งระเบิดครั้งใหญ่ในเยเมน
- ฮูตียึดเมืองสำคัญ เช่น **เอเดน, ตาอิซ** แต่เสียบางส่วนให้ UAE และพันธมิตร
- **2018–2020**:
- การสู้รบรอบ **เมืองฮодейดะห์ (Hodeidah)** ซึ่งเป็นท่าเรือสำคัญ
- สหรัฐฯ เพิ่มการโจมตีโดรนต่ออัลกออิดะห์
- **2021–2024**:
- ฮูตีเริ่มโจมตีซาอุดีอาระเบียและ UAE ด้วยโดรนและขีปนาวุธ
- **สงครามทะเลแดง**: ฮูตีโจมตีเรือพาณิชย์ (2023–2024) เพื่อกดดันอิสราเอลและตะวันตก
---
### **การโจมตีของกลุ่มฮูตีในทะเลแดง (2023–2024)**
กลุ่มฮูตี (Houthi) จากเยเมน ได้เพิ่มการโจมตีทางเรือใน **ทะเลแดง** และ **อ่าวเอเดน** ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2023 เป็นต้นมา โดยอ้างว่าเป็นการตอบโต้การสนับสนุนของอิสราเอลและตะวันตกต่อสงครามในฉนวนกาซา การโจมตีเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือระหว่างประเทศ และนำไปสู่การตอบโต้ของสหรัฐฯ และพันธมิตร
---
## **รายละเอียดการโจมตี**
### **1. เป้าหมายและวิธีการ**
- **เป้าหมายหลัก**: เรือสินค้าที่เชื่อมโยงกับ **อิสราเอล, สหรัฐฯ, และอังกฤษ** หรือเรือที่แล่นผ่านไปยังท่าเรือของอิสราเอล
- **อาวุธที่ใช้**:
- **โดรนโจมตี** (UAVs)
- **ขีปนาวุธครุยส์** (Ballistic & Cruise Missiles)
- **เรือเร็วติดอาวุธ** (Fast Attack Boats)
- **อาวุธนำวิถีต่อต้านเรือ** (Anti-Ship Missiles)
### **2. เหตุการณ์สำคัญ**
- **พฤศจิกายน 2023**: ฮูตีเริ่มโจมตีเรือในทะเลแดง โดยยึดเรือ **Galaxy Leader** (เรือขนยานพาหนะที่เชื่อมโยงกับอิสราเอล)
- **ธันวาคม 2023 – มกราคม 2024**:
- โจมตีเรือหลายลำ รวมถึงเรือของ **Maersk, MSC, และ CMA CGM**
- สหรัฐฯ ประกาศปฏิบัติการ **"Prosperity Guardian"** เพื่อคุ้มครองการเดินเรือ
- ฮูตียิงขีปนาวุธใส่เรือรบสหรัฐฯ (USS Carney และ USS Mason)
- **กุมภาพันธ์–มีนาคม 2024**:
- ฮูตีโจมตีเรือ **MV Rubymar** (เรือบรรทุกปุ๋ย) จนเรืออับปาง
- เรือบรรทุกน้ำมัน **Marlin Luanda** ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ
### **3. ผลกระทบ**
- **การขนส่งโลกหยุดชะงัก**:
- บริษัทเรือใหญ่ๆ เช่น **Maersk, Hapag-Lloyd, และ BP** ระงับการเดินเรือผ่านทะเลแดง
- ค่าใช้จ่ายการขนส่งเพิ่มขึ้น เนื่องจากเรือต้องอ้อมผ่าน **แหลมกู๊ดโฮป** (เพิ่มระยะทาง ~6,000 กม.)
- **ความเสี่ยงด้านพลังงาน**:
- ทะเลแดงเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ (~12% การขนส่งน้ำมันโลก)
- ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอาจพุ่งสูงขึ้นหากความขัดแย้งยืดเยื้อ
---
## **การตอบโต้ของสหรัฐฯ และพันธมิตร**
1. **ปฏิบัติการ Prosperity Guardian (ธ.ค. 2023)**
- นำโดยสหรัฐฯ เพื่อคุ้มครองเรือพาณิชย์
- มีประเทศร่วม เช่น อังกฤษ, ฝรั่งเศส, และแคนาดา
2. **การโจมตีตอบโต้ด้วยขีปนาวุธ (ม.ค.–เม.ย. 2024)**
- สหรัฐฯ และอังกฤษโจมตีฐานทัพและสถานที่เก็บอาวุธของฮูตีในเยเมน
- ใช้เครื่องบิน F/A-18, เรือรบ, และขีปนาวุธ Tomahawk
3. **การประกาศกลุ่มฮูตีเป็น "ผู้ก่อการร้าย" (ม.ค. 2024)**
- สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีฮูตีเป็น **องค์กรก่อการร้ายระหว่างประเทศ (Specially Designated Global Terrorist - SDGT)**
## **อนาคตและความเสี่ยง**
- **ฮูตียืนยันจะโจมตีต่อไป** หากสงครามกาซ่ายังไม่ยุติ
- **ความเสี่ยงสงครามขยายตัว** หากอิหร่านเพิ่มการสนับสนุนฮูตี
- **เศรษฐกิจโลกอาจได้รับผลกระทบ** หากการโจมตีทำให้วิกฤตการขนส่งยืดเยื้อ
### **สรุป**
การโจมตีของฮูตีในทะเลแดงไม่เพียงส่งผลต่อความมั่นคงทางทะเล แต่ยังกระทบเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการค้าและราคาพลังงาน สหรัฐฯ และ NATO พยายามควบคุมสถานการณ์ แต่หากความขัดแย้งในกาซ่ายังไม่คลี่คลาย การโจมตีอาจดำเนินต่อไป
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์เฉพาะหรือผลกระทบด้านใด สามารถสอบถามได้ครับ!
## **ผลกระทบของสงครามเยเมน**
### **1. วิกฤตมนุษยธรรมที่เลวร้ายที่สุดในโลก (UN)**
- **กว่า 377,000 คนเสียชีวิต** (ทั้งจากการสู้รบและภาวะขาดอาหาร)
- **21.6 ล้านคน** (2ใน3ของประชากร) ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
- **การขาดอาหารรุนแรง**: เกือบ 50% ของเด็กเยเมนขาดสารอาหาร
### **2. เศรษฐกิจล่มสลาย**
- สกุลเงินเยเมน (เรียล) ลดค่าลงกว่า **600%**
- ประชาชนกว่า **80%** อยู่ใต้เส้นความยากจน
### **3. การแบ่งแยกดินแดน**
- **ภาคเหนือ**: ภายใต้การควบคุมของฮูตี
- **ภาคใต้**: พยายามแยกตัวโดย STC (สนับสนุนโดย UAE)
---
## **ความพยายามในการเจรจาสันติภาพ**
- **2018**: การเจรจาที่สวีเดน นำสู่ข้อตกลงหยุดยิงใน **ฮодейดะห์** (แต่ล้มเหลวในทางปฏิบัติ)
- **2022**: ฮูตีและซาอุดีอาระเบียเจรจาหยุดยิงชั่วคราว (แต่ยังไม่มีสันติภาพถาวร)
- **2023–2024**: การโจมตีในทะเลแดงทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้น
---
## **อนาคตของสงครามเยเมน**
- **ฮูตียังแข็งแกร่ง** และควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของเยเมน
- **ซาอุดีอาระเบียเริ่มเหนื่อยล้า** และต้องการถอนตัวจากสงคราม
- **อิหร่านยังคงสนับสนุนฮูตี** เพื่อกดดันซาอุดีฯ และสหรัฐฯ
- **วิกฤตมนุษยธรรมยังคงเลวร้าย** หากไม่มีทางออกทางการเมือง
### **สรุป**
สงครามเยเมนไม่เพียงเป็นสงครามกลางเมือง แต่ยังเป็น **สงครามตัวแทน** ระหว่างซาอุดีอาระเบียและอิหร่าน ที่ส่งผลให้เกิดความหายนะทางมนุษยธรรม การแก้ไขอาจต้อง依靠การเจรจาและการยุติการสนับสนุนจากต่างชาติ
### **ผลกระทบของซาอุดีอาระเบียจากสงครามเยเมน**
สงครามเยเมนส่งผลกระทบต่อซาอุดีอาระเบียทั้งในด้าน **ความมั่นคง เศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศ และภาพลักษณ์** แม้ซาอุดีฯ จะเป็นฝ่ายที่มี资源优势但在长时间的冲突中也付出了巨大代价。
---
## **1. ด้านความมั่นคงและทหาร**
### **(1) การโจมตีจากกลุ่มฮูตี**
- **โดรนและขีปนาวุธ**:
- ฮูตีใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีซาอุดีอาระเบียบ่อยครั้ง เช่น **ท่าอากาศยาน Abha, น้ำมัน Aramco, และเมืองชายแดน**
- ปี 2019: การโจมตีโรงงานน้ำมัน Aramco ใน **อับไกค์ (Abqaiq)** ทำให้ผลผลิตน้ำมันลดลง **50%** ชั่วคราว (กระทบตลาดน้ำมันโลก)
- **ความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐาน**:
- ซาอุดีฯ ต้องลงทุนมหาศาลในระบบป้องกันขีปนาวุธ (เช่น **Patriot missiles**)
### **(2) ค่าใช้จ่ายทางทหาร**
- ซาอุดีอาระเบียใช้เงิน **กว่า 100 พันล้านดอลลาร์** ในการรบในเยเมน (2015–2023)
- ความสูญเสีย:
- ทหารซาอุดีฯ เสียชีวิต **หลายพันคน**
- อุปกรณ์ทหารถูกทำลาย (รวมถึงรถถังและเครื่องบินรบ)
---
## **2. ด้านเศรษฐกิจ**
### **(1) ค่าใช้จ่ายทางการทหารและความช่วยเหลือ**
- ซาอุดีฯ ต้องสนับสนุน **รัฐบาลเยเมน (ฮาดี)** ทางการเงินและอาวุธ
- ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูเยเมนหากสงครามสิ้นสุด
### **(2) ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมน้ำมัน**
- การโจมตี Aramco โดยฮูตี (2019) ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งชั่วคราว
- ความเสี่ยงที่ฮูตีอาจโจมตีท่อส่งน้ำมันหรือท่าเรือสำคัญ
### **(3) การลงทุนที่ลดลงเนื่องจากความไม่แน่นอน**
- นักลงทุนต่างชาติอาจกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงความมั่นคง
---
## **3. ด้านการเมืองระหว่างประเทศและภาพลักษณ์**
### **(1) การถูกวิจารณ์จากนานาชาติ**
- **สหประชาชาติ (UN)** และ **องค์กร人权** กล่าวหาซาอุดีฯ ว่า **ทิ้งระเบิดพลเรือน** และทำให้วิกฤตมนุษยธรรมในเยเมนเลวร้าย
- สหรัฐฯ และยุโรปบางส่วนลดการสนับสนุน (เช่น สหรัฐฯ หยุดขายอาวุธบางส่วนให้ซาอุดีฯ ในยุคไบเดน)
### **(2) ความสัมพันธ์กับอิหร่านและกลุ่มกบฏ**
- สงครามเยเมนทำให้ความขัดแย้งระหว่าง **ซาอุดีฯ vs. อิหร่าน** รุนแรงขึ้น
- ฮูตีใช้เยเมนเป็นฐานโจมตีซาอุดีฯ โดยตรง
### **(3) การปรับนโยบายหลังปี 2021**
- ซาอุดีฯ เริ่มมองหาทางออกทางการเมืองในเยเมน เพื่อลดความสูญเสีย
- ปี 2022: เริ่มเจรจาหยุดยิงกับฮูตี ( mediated by โอมาน)
- ปี 2023: ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอิหร่าน ( mediated by จีน) เพื่อลดความตึงเครียด
---
## **4. ผลกระทบต่อสังคมภายในซาอุดีอาระเบีย**
### **(1) ความไม่พอใจในหมู่ประชาชน**
- คนหนุ่มสาวบางส่วนไม่เห็นด้วยกับสงครามที่ยืดเยื้อ
- การสูญเสียทหารทำให้เกิดความโกรธแค้นในสังคม
### **(2) การเปลี่ยนแปลงภายใต้ MBS**
- มกุฎราชกุมาร **โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน (MBS)** พยายามลดบทบาทในเยเมนเพื่อโฟกัสนโยบายภายใน เช่น **Vision 2030**
---
## **สรุป: ซาอุดีอาระเบียได้อะไรและเสียอะไร?**
| **สิ่งที่ได้** | **สิ่งที่เสีย** |
|--------------|---------------|
| - ลดอิทธิพลของอิหร่านในเยเมนบางส่วน | - เสียเงินและทรัพยากรมหาศาล |
| - รักษารัฐบาลเยเมนที่สนับสนุนซาอุดีฯ (แม้ไม่แข็งแกร่ง) | - ภาพลักษณ์ระหว่างประเทศเสียหาย |
| - ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และ GCC บางส่วน | - ความเสี่ยงความมั่นคงจากฮูตี |
### **อนาคต**
ซาอุดีอาระเบียกำลังมองหาวิธี **ถอนตัวจากสงครามเยเมนอย่างสมเกียรติ** โดย:
- การเจรจากับฮูตี
- การสร้างสมดุลกับอิหร่าน
- การโฟกัสนโยบายเศรษฐกิจภายใน
หากสงครามยังยืดเยื้อ อาจทำให้ซาอุดีฯ เสียเปรียบทั้งด้านการเงินและความมั่นคงในระยะยาว
ข้อมูล deep seek
โฆษณา