17 เม.ย. 2025 เวลา 12:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ

"คนรวยใช้เงินทำงาน" รู้จัก 'นักลงทุน 5 ระดับ' จาก Robert Kiyosaki ผู้เขียน "พ่อรวยสอนลูก"

📖 เมื่อกล่าวถึงหนังสือการเงินสุดคลาสสิกอย่าง “พ่อรวยสอนลูก” (Rich Dad, Poor Dad) ประโยคหนึ่งที่ถูกหยิบขึ้นมาพูดเสมอคือ "คนรวยใช้เงินทำงาน"
1
❓มันหมายความว่ายังไง?
ในหนังสือเล่มนี้ โรเบิร์ต คิโยซากิ (Robert Kiyosaki) เขียนถึงพ่อที่แท้จริงของเขาที่มีการศึกษาสูง ทำงานหนัก และมีรายได้ดี อย่างไรก็ตาม พ่อก็มีมุมมองแบบดั้งเดิมเกี่ยวกับเงิน และส่งผลให้เขาต้องดิ้นรนทางการเงินตลอดชีวิต - คิโยซากิเรียกเขาว่า "พ่อจน"
ในหนังสือเล่มเดียวกัน คิโยซากิยังเขียนถึง "พ่อรวย" อีกคนหนึ่ง พ่อรวย (พ่อของเพื่อนเขา) ไม่มีวุฒิการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย แต่ก็ทำงานหนักเช่นกัน แต่เขาประสบความสำเร็จทางการเงิน ต่างจากพ่อจน เขามีกรอบความคิดแบบคนรวยและมีมุมมองเกี่ยวกับเงินที่แตกต่างออกไปมาก ส่งผลให้เขากลายเป็นหนึ่งในคนที่รวยที่สุดในฮาวาย
คนรวยใช้เงินทำงานคือการนำเงินที่มีไปต่อยอด ลงทุนในทรัพย์สินที่สร้างรายได้เป็นกระแสเงินสดกลับมาเพื่อจะได้นำไปต่อยอดเป็นทรัพย์สินวนไปเรื่อยๆ ให้เงินมันทำงานแทนที่เราจะไปทำงานเพื่อหาเงินนั่นเอง
แน่นอนครับมันพูดง่าย แต่ก็ทำได้ไม่ง่าย และหนังสือ ‘พ่อรวยสอนลูก’ ของเขาก็มีทั้งคนที่ชื่นชมและก็มีคนที่ไม่เห็นด้วย (อันนี้ลองอ่านในอ้างอิงได้ครับ อธิบายแล้วเดี๋ยวอาจจะหลุดประเด็นและยาวเกินไป)
แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ในหนังสือของเขาชื่อ “พ่อรวยสอนลูกเงินสี่ด้าน” ได้พูดถึงเรื่อง 5 ระดับของนักลงทุนไว้อย่างน่าสนใจ
ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยกับแนวทางในหนังสือของเขาหรือไม่ก็ตาม เชื่อว่าเราทุกคนน่าจะรู้แหละว่าการลงทุนเป็นเรื่องสำคัญและค่อนข้างจำเป็น
การเก็บเงินไว้ด้วยการออมเพียงอย่างเดียวนั้นไม่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ เงินที่เราฝากเอาไว้ในธนาคารมูลค่าของมันก็จะลดลงเรื่อยๆ ตามกาลเวลา
ยกตัวอย่างง่ายๆ 5 ปีก่อนเราอาจจะซื้อข้าวผัดจานละ 40 บาทได้ แต่มาตอนนี้ราคาขึ้นมาอยู่ที่ 50-60 บาทแล้ว เพราะของทุกอย่าง ค่าครองชีพเราแพงขึ้น
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องลงทุน เพื่อให้เงินของเราเติบโตและต่อยอดไปในอนาคตด้วย
แต่การจะเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องการลงทุน สิ่งสำคัญคือการซื่อสัตย์กับตัวเอง แต่ละคนมีระดับความรู้ ประสบการณ์ และเป้าหมายเกี่ยวกับการลงทุนที่แตกต่างกัน การพิจารณาว่าตอนนี้เราอยู่ในระดับนักลงทุนระดับไหนสำคัญมาก เพราะมันส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการตัดสินใจและผลลัพธ์ที่จะตามมาด้วย
📌[ 5 ระดับของนักลงทุนโดย โรเบิร์ต คิโยซากิ]
✅ ระดับ 1: มือใหม่ (The Novice)
นักลงทุนระดับนี้ยังไม่มีสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ และอาจมีหนี้สินมาก การลงทุนที่ดีที่สุดในขณะนี้คือการปลดหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง
ไม่ควรรู้สึกแย่กับการมีหนี้ แต่ควรเรียนรู้จากความผิดพลาดและรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตน
การลงทุนที่สำคัญอีกอย่างคือการศึกษาทางการเงิน เช่น อ่านหนังสือ เข้าร่วมสัมมนา อ่านข่าวการเงิน และหาที่ปรึกษาหรือพี่เลี้ยง ในระดับมือใหม่ คุณอาจมีความรู้เกี่ยวกับเงินและการลงทุนน้อยมากหรือไม่มีเลย ดังนั้นการลงทุนที่ดีคือการเริ่มลงทุนในการศึกษาทางการเงินของคุณเอง
✅ ระดับ 2: นักออม (The Saver)
คิโยซากิแย้งว่าคนส่วนใหญ่ถูกสอนว่าการมีความรับผิดชอบทางการเงินหมายถึงการเป็นนักออม
อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่าแม้นักออมจะได้รับดอกเบี้ยจากเงินฝาก แต่อัตราดอกเบี้ยมักโตไม่ทันกับอัตราเงินเฟ้อ "มันเป็นเกมของผู้แพ้" คิโยซากิ กล่าว "ถ้าคุณเป็นนักออม ลองพิจารณาเรียนหลักสูตรการลงทุนไม่ว่าจะเป็นหุ้นหรืออสังหาริมทรัพย์ และดูว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง"
การออมได้อย่างสม่ำเสมอเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แสดงถึงความมีวินัย แต่มันอาจจะไม่เพียงพอ
✅ ระดับ 3: มือสมัครเล่น (The Amateur)
นักลงทุนระดับนี้เริ่มลงทุนในเครื่องมือที่มีความเสี่ยงมากขึ้น เช่น หุ้น พันธบัตร กองทุนรวม ประกัน และ ETF
คนกลุ่มนี้เข้าใจว่าการลงทุนเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่ไม่รู้จริงว่าควรลงทุนที่ไหนหรืออย่างไร จึงมักเลือกวิธีที่ง่ายและอยู่ตรงหน้า เช่น กองทุนเพื่อการเกษียณหรือกองทุนรวม มักมีที่ปรึกษาทางการเงินซึ่งอาจเป็นเพียงพนักงานขายของบริษัทการเงิน
นักลงทุนกลุ่มนี้มีความรู้ทางการเงินค่อนข้างจำกัดและต้องพึ่งพาคำแนะนำจากผู้อื่น ทำให้มีโอกาสน้อยที่จะประสบความสำเร็จทางการเงินอย่างแท้จริง
ในระดับนี้ ความเสี่ยงคือการกระจายการลงทุนไม่เพียงพอและพึ่งพาที่ปรึกษาทางการเงินมากเกินไป "ลงทุนในการศึกษาทางการเงินของคุณและเริ่มควบคุมเงินของคุณเอง เมื่อคุณพร้อมที่จะเริ่มตัดสินใจลงทุนด้วยตัวเองแทนที่จะให้ที่ปรึกษาทำให้คุณ นั่นคือเวลาที่ระดับสี่เหมาะสมสำหรับคุณ" คิโยซากิกล่าวเสริม
✅ ระดับ 4: มืออาชีพ (The Professional)
กุญแจสู่ความสำเร็จในระดับนี้คือการเรียนรู้ตลอดชีวิตและมีครูที่ยอดเยี่ยม คิโยซากิกล่าวว่า “แทนที่จะเทเงินลงในกองทุนเพื่อการเกษียณหรือกองทุนรวมแบบไม่คิดอะไร นักลงทุนมืออาชีพจะสัมภาษณ์ที่ปรึกษาด้านภาษี ทนายความ นายหน้าซื้อขายหุ้น และตัวแทนอสังหาริมทรัพย์หลายคน หาที่ปรึกษาที่ทำในสิ่งที่ตัวเองพูดได้จริงๆ และวิ่งหนีจากใครก็ตามที่ขายคำแนะนำการลงทุนและรวยจากค่าคอมมิชชันและค่าธรรมเนียมเท่านั้น นักลงทุนในระดับนี้จะมองหาที่ปรึกษาการลงทุนที่ทำเงินจากการลงทุนในสิ่งเดียวกับที่พวกเขาขาย"
นักลงทุนระดับนี้เริ่มควบคุมชีวิตของตัวเอง มองว่าความผิดพลาดคือโอกาสในการเรียนรู้และเติบโต ความกลัวการลงทุนไม่ทำให้พวกเขาหวาดหวั่น แต่มองเป็นความท้าทาย เมื่ออยู่ในระดับนี้จะเริ่มเห็นโอกาสที่คนอื่นมองไม่เห็น และความกลัวความล้มเหลวจะลดลงอย่างมาก
✅ ระดับ 5: นักลงทุนแบบนายทุน (The Capitalist)
ในที่สุด การเป็นนักลงทุนแบบนายทุน "ก็เหมือนกับการอยู่บนยอดของโลก" คิโยซากิกล่าว "นักลงทุนระดับห้าไม่เพียงแต่หาเลี้ยงชีพจากการลงทุนของพวกเขาเท่านั้น แต่พวกเขายังเพิ่มความมั่งคั่งแบบทวีคูณโดยใช้ความเร็วของเงินให้ทำงานเพื่อพวกเขาด้วย”
นี่คือระดับสูงสุดของนักลงทุน พวกเขามองโลกเป็นแหล่งโอกาสไร้พรมแดน นักลงทุนระดับนี้มองหาปัญหา โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดจากคนที่ประสบปัญหาทางการเงิน
มีรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งและมีทักษะที่จำเป็นในการประสบความสำเร็จทั้งในฐานะเจ้าของธุรกิจและนักลงทุน พวกเขาใช้ทักษะเหล่านี้ในการแก้ปัญหาที่เกิดจากคนที่ขาดทักษะดังกล่าว
ตัวอย่างเช่น เมื่อคิโยซากิเริ่มลงทุนครั้งแรกด้วยเงินเพียง 18,000 ดอลลาร์ เขามุ่งเน้นไปที่คอนโดมิเนียมและบ้านขนาดเล็กที่ถูกยึดทรัพย์ เนื่องจากปัญหาที่เกิดจากนักลงทุนที่ไม่สามารถจัดการกระแสเงินสดได้ดีและจ่ายต่อไม่ไหว
หลังจากผ่านไปไม่กี่ปี เขายังคงมองหาปัญหา แต่ครั้งนี้ตัวเลขใหญ่ขึ้น เมื่อไม่กี่ปีก่อน โรเบิร์ตกำลังทำงานในการซื้อบริษัทเหมืองแร่มูลค่า 30 ล้านดอลลาร์ในเปรู แม้ว่าปัญหาและตัวเลขจะใหญ่ขึ้น แต่กระบวนการก็ยังคงเหมือนเดิม
นักลงทุนระดับนี้ไม่เพียงแต่หาเลี้ยงชีพจากการลงทุนเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความมั่งคั่งแบบทวีคูณโดยใช้ความเร็วของเงินให้เป็นประโยชน์ พวกเขาเข้าใจวิธีการใช้เงินของคนอื่น (Other People Money) เพื่อสร้างการลงทุนที่ยิ่งใหญ่ในหลายๆ ที่ โดยรักษาให้เงินเคลื่อนที่เร็วเพื่อสร้างเงินจำนวนมาก นักลงทุนระดับนี้มักมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เพราะรู้ว่าต้องให้มากขึ้นเพื่อรับมากขึ้น
สุดท้ายครับเราต้องเตือนกันเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยง เพราะฉะนั้นต้องลงทุนในสิ่งที่คุณเข้าใจอย่างแท้จริง ในระดับความเสี่ยงที่คุณรับได้ และเริ่มลงทุนทีละนิด อย่าพยายามมองหาทางลัด ระวังเรื่องการถูกหลอกลวงกันด้วย
ถ้ายังไม่รู้ว่าจะลงทุนยังไง/อะไร ขั้นตอนแรกคือลงทุนในความรู้ก่อนครับ แล้วหลังจากนั้นค่อยเริ่มลงทุนจริงก็ยังไม่สายจนเกินไปครับ
- โสภณ ศุภมั่งมี (บรรณาธิการ #aomMONEY)
#MakeRichGeneration #การเงินส่วนบุคคล #การลงทุน #แนวทางการลงทุน #เริ่มต้นลงทุนยังไงดี #เพจการลงทุนสำหรับพนักงานเงินเดือน #ความรู้การเงิน #personalfinance
โฆษณา