5 พ.ค. เวลา 01:00 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

🪐 ELT กล้องโทรทรรศน์ ที่อาจตรวจจับ “สิ่งมีชีวิตต่างดาว” ได้จริง

คำถามที่ว่า “เรามีเพื่อนร่วมจักรวาลหรือไม่?” เคยวนเวียนในหัวคุณบ้าง นี่คือจุดเปลี่ยนที่อาจเปลี่ยนจากคำถามเป็นคำตอบ — เพราะตอนนี้ มนุษย์กำลังสร้างกล้องโทรทรรศน์ที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ และมันอาจตรวจจับ ร่องรอยของสิ่งมีชีวิตนอกโลกได้
ชื่อของมันคือ The Extremely Large Telescope (ELT) — กล้องโทรทรรศน์ภาคพื้นดินขนาดยักษ์ที่กำลังก่อสร้างอยู่ทางตอนเหนือของประเทศชิลี
🔭 ELT คืออะไร? ทำไมถึง “ทรงพลัง” กว่าทุกกล้องที่ผ่านมา
กล้องโทรทรรศน์ ELT จะมีกระจกหลักขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 39 เมตร ใหญ่กว่ากล้องโทรทรรศน์ภาคพื้นใด ๆ ที่มนุษย์เคยสร้างมา ด้วยขนาดของพื้นที่รับแสงที่มากกว่ากล้องโทรทรรศน์เดิม “นับสิบเท่า” ให้ภาพที่ “คมชัดกว่า” กล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลถึง 16 เท่า และมีกำหนดการเปิดใช้งานในปี 2028
เมื่อเริ่มทำงาน ELT จะสามารถมองเข้าไปในใจกลางของทางช้างเผือกได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมถ่ายทอดภาพจักรวาลด้วยความละเอียดสูงที่สุดแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนจากพื้นโลก
🌍 ELT กับภารกิจค้นหา “สิ่งมีชีวิต” บนดาวเคราะห์อื่น
หนึ่งในความสามารถที่ “ทรงพลังที่สุด” ของ ELT คือ การตรวจจับชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (exoplanet) โดยเฉพาะ “โมเลกุลสำคัญ” อย่าง น้ำ (H₂O) และ ออกซิเจน (O₂)
เทคนิคที่ใช้คือการตรวจวัด “สเปกตรัมของชั้นบรรยากาศ” ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อดาวเคราะห์เคลื่อนผ่านหน้าดาวฤกษ์ของมัน (จากมุมมองของโลก) แสงจากดาวฤกษ์บางส่วนจะผ่านชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ และสารต่าง ๆ ที่มีอยู่จะดูดกลืนแสงในรูปแบบเฉพาะ
และผลลัพธ์ที่ได้จะทำให้นักดาราศาสตร์สามารถบอกได้ว่าชั้นบรรยากาศนั้นมี “องค์ประกอบแบบโลก” หรือไม่ เช่น มีน้ำ มีออกซิเจน มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตที่ใช้การสังเคราะห์แสงหรือไม่ เป็นต้น
🛰️ แล้วทำไมกล้องรุ่นก่อนถึงยังบอกได้ไม่ชัดเจน?
แม้ว่ากล้อง James Webb Space Telescope (JWST) จะตรวจจับข้อมูลเหล่านี้ได้บางส่วน แต่ก็ยังมีข้อจำกัดเรื่องความไวต่อสัญญาณและความละเอียด โดยเฉพาะกับโลกที่อาจมี “ชั้นบรรยากาศบางมาก” ตัวอย่างเช่น เมื่อ JWST สังเกตดาวเคราะห์ในระบบ TRAPPIST-1 และพบว่า ดาว b และ c อาจไม่มีชั้นบรรยากาศ แต่ข้อมูลก็ยัง “ไม่แน่ชัดพอ” ที่จะฟันธง
ELT จึงเป็นความหวังสำคัญ เพราะมัน ไวพอ ที่จะจับสเปกตรัมอันแสนเบาบางที่กล้อง JWST อาจพลาดไปได้
🧬 แบบจำลองที่พิสูจน์ศักยภาพของ ELT
เพื่อทดสอบความสามารถของ ELT ทีมนักวิจัยได้สร้างแบบจำลองผลลัพธ์ที่ ELT จะได้หากตรวจสอบ “โลกจำลอง” 4 แบบรอบดาวแคระแดง (ดาวฤกษ์ที่พบบ่อยที่สุดในจักรวาล):
  • 1.
    ดาวเคราะห์เหมือนยุคปัจจุบัน — มีน้ำ มีพืชสังเคราะห์แสง
  • 2.
    ดาวเคราะห์ยุคโบราณ (Archean) — เริ่มมีชีวิตเกิดขึ้น
  • 3.
    ดาวเคราะห์แห้งแล้ง — คล้ายดาวอังคารหรือดาวศุกร์
  • 4.
    ดาวเคราะห์ก่อนสิ่งมีชีวิต — พร้อมต่อการเกิดสิ่งมีชีวิตแต่ยังไม่มี
และยังมีการเปรียบเทียบกับขนาดของดาว Neptune ซึ่งมักมีชั้นบรรยากาศหนากว่า เพื่อดูว่า ELT แยกแยะได้ไหมว่าดาวเคราะห์ไหน “มีชีวิต” หรือ “ไม่มี” เพื่อจะลดความเสี่ยงของ “การเข้าใจผิด” — เช่น มองว่าดาวเคราะห์นั้นไม่มีสิ่งมีชีวิตทั้งที่มี หรือคิดว่ามีสิ่งมีชีวิตทั้งที่ไม่มี
🌟 ผลลัพธ์ที่ได้ — น่าตื่นเต้นระดับเปลี่ยนประวัติศาสตร์
จากการทำแบบจำลอง ทีมวิจัยพบว่า ELT สามารถจำแนกดาวเคราะห์ต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะกับระบบดาวที่ใกล้เคียงกับโลก เช่น:
  • • Proxima Centauri (ดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้โลกที่สุด): หากมีดาวเคราะห์แบบโลกเราโคจรอยู่ ELT สามารถตรวจจับสัญญาณของสิ่งมีชีวิตได้ภายในเวลาเพียง 10 ชั่วโมง
  • เมื่อดาวเคราะห์มีขนาดเท่าดาว Neptune: ELT สามารถเก็บข้อมูลสเปกตรัมได้ภายใน 1 ชั่วโมงเท่านั้น
🧭 บทสรุป: จักรวาลอาจไม่ว่างเปล่าอีกต่อไป
สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นคำถามในนิยายวิทยาศาสตร์ — การมีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวดวงอื่น — กำลังจะกลายเป็น “คำถามวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้” และ ELT จะเป็นเครื่องมือแรกที่สามารถบอกเราได้ว่า… “เราคือสิ่งมีชีวิตเพียงหนึ่งเดียวในเอกภพ หรือเป็นหนึ่งในชุมชนของจักรวาลอันกว้างใหญ่?”
📌 สรุปสั้น ๆ
✅ กล้อง ELT คือกล้องโทรทรรศน์ภาคพื้นดินที่ใหญ่ที่สุด กำลังก่อสร้างในชิลี
✅ จะเปิดใช้งานในปี 2028 พร้อมภาพที่คมชัดกว่า Hubble ถึง 16 เท่า
✅ สามารถตรวจจับองค์ประกอบชั้นบรรยากาศของ exoplanet ได้แม่นยำกว่าทุกกล้อง
✅ แบบจำลองชี้ว่า ELT อาจแยกแยะดาวเคราะห์ที่ “มีสิ่งมีชีวิต” หรือ “ไม่มี” ได้แม่นยำ
✅ หนึ่งในหมุดหมายสำคัญในการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลกอย่างเป็นระบบ
🔎 แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม
โฆษณา