27 พ.ค. 2025 เวลา 09:02 • การเมือง

จริงหรือไม่ ครั้งหนึ่งเวียดนามเกือบจะทำสงครามใหญ่กับไทย

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ผู้เขียนก็มีบทความมานำเสนอให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน เหตุการณ์นี้เป็นช่วงยุคสงครามเย็น ตอนนั้นก็มีเหตุการณ์ปะทะกันที่ช่องบกระหว่างเรากับเวียดนามด้วย แต่ผู้เขียนจะขอนำเสนอภาพรวมของการปะทะกันในครั้งนั้นว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร แล้วทำไมจึงไม่ปะทุเป็นสงครามใหญ่ วันนี้ผู้ขออนุญาตนำข้อมูลจากทางช่อง History World มานำเสนอให้ทุกท่านได้อ่านกันเสียบ้าง เนื้อหาจะน่าสนใจสักเพียงใดไปติดตามกันครับ
>>ที่มาของความขัดแย้ง
หลังสงครามเวียดนามจบลง ประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว และกัมพูชาต่างกลายเป็นคอมมิวนิสต์ โดยเฉพาะกัมพูชาที่กองทัพเวียดนามเข้ายึดครอง และขับไล่เขมรแดงรวมถึงกลุ่มอื่นๆ ออกไป
จนเป็นผลให้กลุ่มกองกำลังเหล่านี้บางส่วนได้หนีมาตั้งฐานที่มั่นทางทหารบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และ บางส่วนข้ามเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งไทยได้ให้การสนับสนุนกลุ่มเหล่านี้อย่างลับๆ แม้จะขึ้นชื่อความโหดร้ายทารุณในการฆ่าชาวเขมรด้วยกันเอง แต่มันจำเป็นต้องทำเลยใช้งานทหารพวกนี้ เพื่อใช้เป็นแนวกันชนระหว่างกองทัพไทยกับกองทัพเวียดนามในกัมพูชา
การปะทะใหญ่ระหว่างทหารไทยกับเวียดนามเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่กองทัพเวียดนามและรัฐบาลเขมรที่นำโดย เฮง สัมริน ในกัมพูชา ต้องการกำจัดฐานที่มั่นของกลุ่มต่อต้านตามแนวชายแดน ดังนั้นทหารกลุ่มนี้จึงมีความพยายามรุกล้ำเข้ามาในดินแดนไทย จนนำไปสู่การปะทะชายแดนไทย-เวียดนาม หรือที่รู้จักในชื่อ สงครามช่องบกนั่นเองครับ สำหรับการปะทะนี้กินเวลายาวนานถึง 10 ปี ตั้งแต่ปีค.ศ. 1979 ถึงปีค.ศ. 1989
>>ศักยภาพกองทัพใครเหนือกว่ากัน
ด้านกำลังพลทุกท่านจะเห็นว่าเวียดนามมีกำลังพลเกือบ 900,000 นาย ขณะที่ไทยมีประมาณ 250,000-300,000 นาย ซึ่งต่างกัน มากกว่า 3 เท่า ถ้ามาดูด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ ท่านคิดว่าใครจะได้เปรียบครับ ผู้เขียนขอเริ่มจากเวียดนาม โดยพวกเขาได้รับการสนับสนุนจากโซเวียตและเพิ่งผ่านสงครามมาหมาดๆทำให้มีอาวุธ ยานเกราะ และรถถัง จำนวนมาก มากกว่าไทยหลายสิบเท่า
แล้วอีกเรื่องที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้นั่นคือประสบการณ์การรบ ท่านผู้อ่านเชื่อไหมครับ ทหารเวียดนามผ่านสงครามมาทั้งประเทศ มีประสบการณ์การรบมากกว่าทหารไทยอย่างเห็นได้ชัด
ทางช่อง History World  กล่าวเพิ่มอีกว่า ยุทธวิธีที่ทหารไทยใช้นั้นเราอิงยุทธวิธีแบบตะวันตกที่ต้องอาศัยการสนับสนุนทางอากาศและปืนใหญ่ ซึ่งการสนับสนุนนี้อาจไม่เพียงพอหลังจากที่อเมริกาถอนตัวออกไป ในขณะที่ทหารเวียดนามใช้การรบแบบกองโจรที่เหมาะกับการสู้กับจำนวนทหารที่มากกว่าโดยรวมแล้วไทยเป็นรองเวียดนามในทุกด้าน
>>เกือบจะเป็นสงครามใหญ่
สำหรับเหตุผลที่เวียดนามไม่บุกไทยอย่างเต็มรูปแบบ ผู้เขียนก็ขอนำเสนอในที่นี้เผื่อบางท่านที่พึ่งมาติดตามจะได้เข้าใจมากขึ้น แม้ว่ากองทัพเวียดนามจะเหนือกว่า อีกทั้งการปะทะกันตามแนวชายแดนไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
อย่างไรก็ตามเวียดนามก็ไม่ได้บุกไทยแบบเต็มสเกล ด้วยเหตุผลหลายประการตามนี้ เรื่องแรกคือ ภัยคุกคามจากจีน เพราะเวียดนามในช่วงนั้นมีศัตรูตัวฉกาจอยู่ทางตอนเหนือคือจีน ซึ่งมีจำนวนทหารมากกว่าทหารเวียดนามหลายเท่า ประกอบกับกองทัพเวียดนามเคยทำสงครามกับกองทัพจีนมาแล้วในปี 1979
ฉะนั้นหากเวียดนามทุ่มกำลังบุกไทยเต็มที่ การป้องกันชายแดนทางภาคเหนือของฝ่ายตนก็จะอ่อนแอลง จากนั้นทหารจีนนับล้านทีกำลังรอจ่อคอหอยก็จะทะลักเข้าเวียดนามจนประเทศไม่เหลือชิ้นดี เวียดนามจึงไม่กล้าเสี่ยงที่จะดึงทรัพยากร (เช่น รถถัง จำนวนมากที่ใช้ป้องกันจีน) มาใช้บุกไทย เพราะหากทำเช่นนั้นฮานอยก็จะไม่รอดเงื้อมมือจีน เหตุผลนี้ถูกระบุว่าเป็น เหตุผลหลักที่สุด
เหตุผลต่อมานอกการใช้กำลังทหารนั่นคือเรื่องการทูต การทูตไทยแข็งแกร่งเพราะ ไทยได้รับการสนับสนุนจากประเทศตะวันตก และจีน ความสัมพันธ์ไทย-จีนพัฒนา ขึ้นอย่างรวดเร็วหลังปี 1978 การที่เวียดนามบุกไทยจะไม่ได้รับการเห็นด้วย จากประเทศทั่วโลก ด้านเวียดนาม ในฐานะคอมมิวนิสต์แบบมาร์กซิสต์ ต้องการมีที่ยืนบนเวทีโลก พวกเขาไม่ได้ต้องการอยู่อย่างโดดเดี่ยวตัวเองแบบลัทธิเหมา
เหตุผลถัดมาคือความกังวลว่าการรวมกลุ่มประเทศอาเซียนจะไมสัมฤทธิ์ผล เพราะอะไรครับ เพราะกองทัพเวียดนามเองอาจกังวลว่าการบุกไทยจะทำให้ประเทศอาเซียนอื่นๆ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซียและ ฟิลิปปินส์ มองเห็นเวียดนามเป็นภัยคุกคามที่แท้จริง และชาติเหล่านี้อาจรวมตัวกันช่วยเหลือไทยรุมกินโต๊ะเวียดนามก็ได้
เหตุผลสุดท้ายคือเรื่องทางเศรษฐกิจ ต่อให้เวียดนาม ชนะสงคราม สุดท้ายต้องการกลับมาใช้ทรัพยากรอันมีค่าในการพัฒนาและซ่อมแซมประเทศ อีกทั้งกำลังพลเกือบ 900,000 นาย ถือเป็นแรงงานสำคัญในการฟื้นฟูประเทศ หากนำกำลังพลไปรบจะทำให้ประเทศ ขาดแคลนแรงงานและเศรษฐกิจถดถอยลงไปอีก
นี่คือเรื่องราวที่ว่าทำไมประเทศไทยจึงรอดจากการบุกของกองทัพเวียดนามตามที่ผู้เขียนนำมาเสนอแก่ท่านผู้อ่านในวันนี้ ปัจจุบันเวียดนามกับไทยก็เป็นพันธมิตรกันแล้ว จะให้กลับไปรบกันเองเหมือนแต่ก่อน ก็เป็นไปได้ยาก เพราะอิทธิพลจีนแผ่ขยายมาถึงทะเลจีนใต้เวียดนามจึงโฟกัสไปที่เรื่องหมู่เกาะมากกว่า
ส่วนไทยก็มีเรื่องปราสาทกับกัมพูชาและปัญหาชายแดนไทย-พม่า ดังนั้นจึงเป็นไปได้ยากที่เหตุการณ์ปะทะกันระหว่าง 2 ชาติอดีตคู่กรณีจะหวนกลับมาอีกครั้ง บทความนี้มีเนื้อให้สาระความรู้ ไม่ได้มีเจตนาจะยุยงให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแตกคอกันเอง หากเนื้อหาใดในบทความนี้มีเนื้อหาที่ทำให้ประเทศเพื่อนเกิดความไม่สบายใจ ผู้เขียนก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะฮะ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
เดืนดิน คน เดินดิน
Military Weapons อาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหาร
โคตรทหาร
flimfin99
เชิดชูเกียรติทหารกล้า
Smiling Cat
กองทัพภาคที่ 2
History World
เรียบเรียงบทความ : อัศวิน
โฆษณา