29 พ.ค. 2025 เวลา 08:26 • อาหาร

🫚ขมิ้นชันกับผลกระทบต่อตับ: ประโยชน์ vs. ความเสี่ยงที่ต้องระวัง

🥶กรณีศึกษาที่น่าสนใจเกิดขึ้นเมื่ออดีตนักรังสีเทคนิคคนหนึ่งเริ่มกินอาหารเสริมขมิ้นชนิดน้ำ หลังจากเห็นโฆษณาบนโซเชียลมีเดียที่อ้างสรรพคุณบำรุงตับ เพียงหนึ่งสัปดาห์ต่อมา เขามีอาการปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้ เบื่ออาหาร และคันตามตัว ซึ่งนำไปสู่การตรวจพบโรคตับอักเสบจากยา (Drug-Induced Liver Injury หรือ DILI) จากการบริโภคขมิ้นเกินขนาด
ผู้ป่วยรายนี้กินอาหารเสริมขมิ้นพร้อมสารสกัดพริกไทยดำ ที่มีสารเคอร์คูมินสูงถึง 2,250 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งมากกว่าปริมาณที่แนะนำถึง 4 เท่า (เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ทั่วไปที่มักมี 500 มิลลิกรัมต่อเม็ด) แพทย์ระบุว่าแม้จะหยุดใช้ทันที แต่พิษสะสมได้ทำลายตับไปแล้ว
✏️มีงานวิจัยจำนวนมากแสดงให้เห็นว่าขมิ้นอาจช่วยบำรุงตับโดยลดการอักเสบ ลดการสะสมของไขมัน และช่วยล้างพิษในตับ
แต่ในทางกลับกัน ก็มีงานศึกษาบางชิ้นชี้ว่าอาหารเสริมจากขมิ้นอาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อตับได้เช่นกัน
รายงานผู้ป่วยที่เกิดภาวะตับอักเสบจากขมิ้น
😱หญิงวัย 43 ปี มีอาการตัวเหลืองและปวดท้อง หลังกินยาแคปซูลขมิ้น พบว่าเกิดภาวะตับอักเสบเฉียบพลัน
😰หญิงวัย 66 ปี เกิดภาวะตับวายเฉียบพลันหลังใช้ขมิ้นเสริม ผลตรวจชิ้นเนื้อตับพบภาวะตับแข็งและเนื้อตับตาย
😨หญิงอายุ 70 ปี เกิดภาวะตับอักเสบรุนแรง จากการกินขมิ้นสกัดขนาด 1,500 มก./วัน สำหรับข้ออักเสบ และ ฉีดยา Semaglutide (2mg/3mL) สำหรับลดน้ำหนัก
‼️ปัจจัยเสี่ยงจากขมิ้นชันกับผลกระทบต่อตับ:
1. ปริมาณสูงเกินไป และ กินต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน
2. สูตรเพิ่มการดูดซึม - ไพเพอรีนในพริกไทยดำเพิ่มการดูดซึมเคอร์คูมินสูงขึ้น 20 เท่า → ตับทำงานหนักมากขึ้น
3. ปฏิกิริยากับยา - มีรายงานการทำปฏิกิริยากับยาบางชนิด เช่น ยาฉีดลดน้ำหนัก เซมากลูไทด์ (semaglutide)
4. ความแตกต่างทางพันธุกรรม - บางคนอาจไวต่อผลข้างเคียงของขมิ้นมากกว่าคนอื่น เนื่องจากปัจจัยทางพันธุกรรม
🖍️จากการศึกษาของ JAMA Network ในปี 2024 พบว่าขมิ้นเป็นอาหารเสริมที่นิยมบริโภคมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา รองลงมาคือสารสกัดจากชาเขียว โสมอินเดีย (ashwagandha) ส้มแขก (Garcinia cambogia) ข้าวยีสต์แดง และ black cohosh โดยส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
🇹🇭สำหรับประเทศไทย อย.กำหนดให้ “ยาสารสกัดขมิ้นชัน” เป็นยาอันตราย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาอันตราย ฉบับที่ 36 (11 ธันวาคม 2567) ซึ่งจำหน่ายได้เฉพาะในร้านยาประเภทขย.1 ซึ่งเป็นร้านยาที่มีเภสัชกรประจำเท่านั้น
คำแนะนำการใช้อย่างปลอดภัย:
✔️ ใช้ในอาหารปกติเช่นแกงเหลืองได้อย่างปลอดภัย
⚠️ อาหารเสริมควรใช้ไม่เกิน 2,000 มก./วัน ส่วนยาสูตรผสมพริกไทยดำควรให้ความระวังเมื่อต้องกินอย่างต่อเนื่อง
❌ ผู้ป่วยตับหรือใช้ยาต่อเนื่องต้องปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้
📝ทิศทางการวิจัยในอนาคต
ประเมินผลดีผลเสียอย่างครอบคลุม
กำหนดแนวทางการใช้ที่ปลอดภัย
กำหนดปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการใช้ในระยะยาว
❗ทุกอย่างเป็นเหรียญ​สองด้านเสมอ​ ไม่ได้มีข้อดีเพียงอย่างเดียว​ และไม่ได้มีแต่ข้อเสีย
‼️ขณะที่ขมิ้นมีประโยชน์ในการต้านการอักเสบและล้างพิษตับ แต่กรณีศึกษานี้ตอกย้ำว่า "ของดีก็อาจเป็นพิษได้หากใช้ไม่เหมาะสม"
✅การบริโภคอย่างรู้เท่าทัน และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด
😀ใช้ยาระวังพิษ รักชีวิตอย่าคิดลองยา
มีปัญหาเรื่องการใช้ยา เชิญปรึกษาเภสัชกรประจำร้านยา
.
.
.
💢Supplements taken by millions linked to deadly liver disease as victims share warning to others, May 29, 2025
Rates of liver injuries rise in the U.S. as supplements grow in popularity, May 28, 2025
Turmeric-induced acute liver failure – A case report of an idiosyncratic drug-induced liver injury (DILI), Mehrl et al., 2024
Curcumin (Turmeric): A Carcinogenic, Miscarriage and Cirrhosis Causing Agent, Zahra et al., 2024
Turmeric-Induced Liver Injury in a Patient with Concurrent Semaglutide Use, Zhang, 2024
💠ภาพจาก
What are the side effects of turmeric?
monograph สารสกัดขมิ้นชัน 29Oct24.pdf โมโนกราฟนวัตกรรมสมุนไพร - กองยา - กระทรวงสาธารณสุข
สธ. ประกาศเพิ่มรายการยาอันตราย ‘ยาสารสกัขมิ้นชัน-ยารักษาต้อหิน’
.
BETTERCM 2025.05.29
บทคววามอื่น​
👁️‍🗨️ สาร curcumin ในขมิ้นชัน ช่วยปกป้องร่างกายจากมลพิษได้อย่างไร
วิธีเลือกผลิตภัณฑ์เสริมขมิ้นชัน
โฆษณา