Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สงคราม story
•
ติดตาม
29 พ.ค. 2025 เวลา 10:00 • ประวัติศาสตร์
เปิดประวัติ F-5 เสือร้ายไม่สิ้นลาย
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ช่วงนี้ใครๆต่างก็พูดถึงชายแดนฝั่งตะวันออกไม่แพ้ทางฝั่งตะวันตกที่มี F-16 ขึ้นบินรักษาความสงบ ในช่วงทหารไทยกับทหารกัมพูชาปะทะกันเป็นเวลา 30 นาที ผลปรากฎว่ามีทหารกัมพูชา 1 เสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่
ต่อมาทางระดับผู้บังคับกองพันก็มีการต่อสายโทรศัพท์คุยกัน เหตุการณ์จึงเป็นอันยุติ วันนี้จะเป็นการหารือกันระหว่างท่านผู้บัญชาการทหารบกไทยและท่านผู้บัญชาการทหารบกกัมพูชา เพื่อหายุติในเรื่องนี้ให้ได้ เมื่อวานนี้ทางเพจของกองทัพอากาศไทยเปิดเผยภาพเครื่องบินขับไล่ F-5 พร้อมระบุว่า
F-5TH พญาอินทรี แห่งอุบลราชธานี ฝึกเตรียมพร้อมรบ หากเกิดสถานการณ์ด้านความมั่นคง
โดยวันที่ 28 พฤษภาคมก็คือเมื่อวานนี้ F-5TH ฝูงบิน 211 กองบิน 21 อุบลราชธานี ได้ดำเนินการ ฝึกบินยุทธวิธีการรบทางอากาศ และการโจมตีเป้าหมายภาคพื้นตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมา เพื่อเตรียมพร้อมรับมือหากมีสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่จำเป็นต้องใช้กำลัง ทางอากาศในการพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติ และความสงบสุขของพี่น้องประชาชนชาวไทย
ใช่แล้วครับ วันนี้เราจะมาพูดถึง F-5 ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ซึ่งผู้เขียนก็พยายามรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาเสนอให้ท่านได้อ่านกันในวันนี้ เรื่องราวจะเป็นเช่นไรไปติดตามกันครับ
>>F-5A/B
ย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2509 เมื่อโครงการช่วยเหลือทางทหารของสหรัฐอเมริกาเกิดขึ้น กองทัพอากาศไทยจึงรับมอบเครื่องบินขับไล่แบบ F-5 คือเครื่องบินไอพ่นความเร็วเหนือเสียงแบบแรกที่เข้าประจำการ เพื่อทำการป้องกันและเข้าต่อตีกับเครื่องบินรบของกองทัพอากาศค่ายคอมมิวนิสต์
ประเทศไทยเริ่มต้นรับมอบเครื่องบิน F 5B (รหัส B ต่อท้ายจะเป็นเครื่องสองที่นั่ง) เมื่อวันที่ 29 มีนาคมพ.ศ. 2509 ต่อมาปีพ.ศ. 2510 กองทัพอากาศไทยได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ F-5A จำนวน 8 เครื่อง ตามมาด้วยปี 2513 ได้รับเครื่องบินขับไล่ลาดตระเวน RF-5A จำนวน 4 เครื่อง เพื่อใช้ในการปฏิบัติการถ่ายภาพทางอากาศ ปี พ.ศ.2517 ก็ได้รับ F-5A เพิ่มเติมจากสหรัฐอเมริกาอีกเป็นจำนวน 5 เครื่อง
หนึ่งปีหลังจากนั้น นักบินของกองทัพอากาศเวียดนามใต้นำเครื่องบินขับไล่ F-5A บินลัดเลาะลี้ภัยในช่วงที่ไซ่ง่อนแตก โดยมาขอลงจอดที่สนามบินกองบิน 4 ตาคลี จังหวัดนครสวรรค์อีก 1 เครื่อง
หลังจากที่ F-5A/B ที่เข้าประจำการที่ ฝูงบิน 13 กองบินที่1 ดอนเมือง มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 โดยใช้นามเรียกขานว่า ไลท์นิ่ง ( Lightning) ต่อมาการย้ายบ้านครั้งสำคัญก็มาถึงเมื่อปี 2519 กองทัพอากาศไทยได้ย้ายฝูงบินขับไล่ F-5 จากฝูงบิน 13 กองบิน 1 เดิมที่ดอนเมือง ไปยังจังหวัดนครราชสีมาโดยเปลี่ยนเลขฝูงบินจากฝูงบิน 13 เป็นฝูงบิน 103 กองบิน 1 ใช้นามเรียกขานคงเดิม
>>บ้านใหม่ที่อุดรฯ
และในปี 2525 กองทัพอากาศได้ทำการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ F-5B แบบสองที่นั่งจากมาเลเซียเพื่อใช้ในการฝึกนักบิน โดยเครื่องบินเครื่องดังกล่าวเข้าร่วมอยู่ในฝูงบิน 103 ต่อมาในปี 2530 กองทัพอากาศไทยได้จัดซื้อเครื่องบินขับไล่ F-5B สองที่นั่งอีก 2 เครื่องจากสหรัฐอเมริกา และรับโอนเครื่องบินขับไล่ F-5E อีกจำนวน 5 เครื่องเข้าไปประจำการในฝูงบิน 231 กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี
การย้ายไปอุดรฯบันทึกไว้โดยเรืออากาศตรีรัชต์ รัตนวิจารณ์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2529 นาวาอากาศโท ชลิต พุกผาสุข ผู้บังคับฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราช (ยศครั้งสุดท้าย พลอากาศเอก ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศ/องคมนตรี ) ได้รับมอบหมายให้นำนักบิน และเครื่องบินขับไล่ F-5 จำนวน 17 เครื่อง ย้ายไปประจำที่ฝูงบิน 231 กองบิน 23 อุดรธานี
โดยมีพิธีรับโอนเครื่องบินเหล่านี้ ระหว่าง นาวาอากาศเอก อำพล อินทรไทยวงศ์ ผู้บังคับการกองบิน 1 (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น) กับ นาวาอากาศเอก ประพิณ ทองพูนศักดิ์ ผู้บังคับการกองบิน 23 (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น) เป็นผู้รับมอบเครื่องบินขับไล่แบบดังกล่าว พร้อมนี้ให้ นาวาอากาศโท ชลิต พุกผาสุข ทำหน้าที่เป็นผู้บังคับฝูงบิน 231 คนใหม่
ช่วงแรก ยังไม่มีการติดเครื่องหมายที่แพนหาง ต่อมาใช้เครื่องหมาย “เหยี่ยว” และ “เครื่องหมายกองบิน 23” ภายหลังมีการกำหนดเครื่องหมายที่หางเป็นรูป “คนยิงธนู” หรือ “HUNTER” เนื่องจากกองบินนี้มีการเรียกชื่อกันเล่นๆว่า “ทุ่งราชสีห์”
กำเนิด F-5E/F
ย้อนกลับไปในปีพ.ศ.2521 กองทัพอากาศไทยได้รับงบประมาณจากรัฐบาลในการจัดซื้ออาวุธเพื่อป้องกันประเทศ ทางกองทัพอากาศไทยจึงจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ F-5E จำนวน 13 เครื่องเพื่อนำเข้าประจำการเนื่องจากในขณะนั้นเครื่องบินขับไล่/โจมตีขนาดเบาแบบ F-5E ถูกมองว่าเป็นเครื่องบินรบที่มีความเหมาะสมกับภูมิประเทศในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
จากการที่มีพื้นที่เป็นป่าทึบและภูเขาตลอดจนมีชายฝั่งที่ยาวกว่า 1200 กิโลเมตร เครื่องบินขับไล่ชนิดนี้จึงมีความเหมาะสมมากที่สุดเนื่องจากมีน้ำหนักเบา ความคล่องตัวสูงและมีความเร็วสูงในระดับเหนือเสียง ในปีพ.ศ. 2531 กองทัพอากาศไทยได้รับมอบเครื่องบินรุ่นใหม่เป็นเครื่องบินขับไล่ที่ปราดเปรียวว่องไวแบบ F-16 มาประจำการที่กองบิน 1 โคราช ดังนั้นฝูงบินเครื่องบินขับไล่ F-5A/B จึงได้ย้ายไปประจำการที่ฝูงบิน 231 ตามที่ได้กล่าวไป
กองทัพอากาศไม่ได้มี F-5 แค่ที่อุดรฯและโคราชในสมัยนั้นถ้าท่านใดมีอายุจะจำได้ว่าตอนนั้นเรามีเครื่องบินขับไล่ F-5E/F อีกหนึ่งฝูงบิน คือรุ่น Shark Nose เข้าประจำการในฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ใช้นามเรียกขานคอบบร้า "COBRA"
ต่อมากองทัพอากาศไทยในสมัยของพลอากาศเอกกันต์ พิมานทิพย์ (ผู้บัญชาการทหารอากาศในขณะนั้น) ท่านมองว่ามีความจำเป็นต้องยกระดับเทคโนโลยีและความทันสมัยเพื่อให้ทันกับสถานการณ์ของโลกและการป้องกันประเทศในยุคปัจจุบัน ฉะนั้นถ้าใช้ F-5 มากกว่า F-16 อาจเสียเปรียบระยะยาว
จึงได้ทำการซื้อเครื่องบินขับไล่ F-16 ฝูงใหม่ป้ายแดงเพิ่มเติมเป็นฝูงที่ 2 และทำการย้ายเครื่องบินขับไล่ F-5 จากกองบิน 4 ตาคลี นครสวรรค์ไปประจำการแทนเครื่องบินโจมตี A-37B ดราก้อนฟลาย ที่ปลดประจำการลงในปีพ.ศ. 2537 เนื่องจาก A-37B มีอายุการใช้งานยาวนาน ณ ฝูงบิน 211 กองบิน 21 จังหวัดอุบลราชธานี และต่อมาฝูงบินนี้ก็ได้เปลี่ยนสัญลักษณ์ของฝูงเป็นรูปนกอินทรีมาจนถึงปัจจุบัน
>>F-5 ที่ปลายด้ามขวาน
อ๋อ ผู้เขียนลืมบอกไปว่ามีอีกฝูงที่เคยมี F-5 นั่นคือฝูงบิน 701 กองบิน 7 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มีเครื่องบินขับไล่ JAS-39C/D Gripen ประจำการในปัจจุบัน แต่ก่อนไม่ได้ใช้เลขฝูงบิน 701 นะฮะ ตอนนั้นเป็นฝูงบิน 711 กองบิน 71 สุราษฎร์ธานีตามที่หลายๆท่านเคยเห็นในนิตยสารแนวการทหารสมัยโน้น
เรื่องมีอยู่ว่า F-5E ย้ายจากฝูงบิน 102 กองบิน 1 โคราชมาแทนที่ OV-10C ที่เคยประจำการ ณ ฝูงบิน 711 กองบิน 71 สุราษฎร์ธานี มาตั้งแต่ปี 2525 และย้าย OV-10C ไปอยู่ ณ ฝูงบิน 411 กองบิน 41 ในปี 2535 ส่วน F-5 ก็รับใช้ชาติปลายด้ามขวานเรื่อยมา
จนกระทั่งเครื่องบินขับไล่แบบ F-5 หาง SRT ของฝูงบิน 711 กองบิน 7 สุราษฎร์ธานี มีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยเมื่อ 1 ตุลาคม พ.ศ.2541 นาวาอากาศเอก ทักษพล ณ ลำปาง ผู้บังคับการกองบิน 23 (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น) เป็นประธานส่งมอบเครื่องบินขับไล่แบบ F-5 จำนวน 11 เครื่อง ของฝูงบิน 231 อุดรฯ ให้กับ ฝูงบิน 711 สุราษฎร์ฯ
โดยมี นาวาอากาศเอก สุจินต์ แช่มช้อย ผู้บังคับการกองบิน 71 เป็นประธาน รับมอบ ณ กองบิน 23 อุดรธานี ต่อมาวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2542 กองทัพอากาศยกฐานะ “กองบิน 71” จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นกองบินหลัก เปลี่ยนชื่อเป็น “กองบิน 7” และเปลี่ยนชื่อ “ฝูงบิน 711” เป็น “ฝูงบิน 701” มาจนถึงทุกวันนี้
อย่างไรก็ดี เมื่อ SAAB เปิดเผยข้อมูลว่าเครื่องบินขับไล่กริพเพน (มีต่อบทความหน้า) จะเข้าประจำการทดแทนเครื่องบินขับไล่แบบ F-5 ของกองทัพอากาศไทยที่ใช้งานมานาน กริพเพนจะทำให้กองทัพอากาศไทยมีเครื่องบินขับไล่ที่มีศักยภาพในการเป็นเครื่องบินขับไล่พหุบทบาทซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนภารกิจได้ตลอดเวลา (Multi role/Swing role) ด้วยระบบควบคุมการบินรุ่นใหม่ ระบบสื่อสารรุ่นใหม่ ระบบอิเล็กทรอนิกส์การบินรุ่นใหม่ และระบบอาวุธรุ่นใหม่ ซึ่งระบบที่ว่ามานี้ F-5 ยังไม่มี
>>UBON The Last F-5 Squadron
ต่อมาฉลามแดนใต้ สู่ อินทรีแดนอีสาน ราวๆปี 2554-2555 F-5E โอนย้ายจาก ฝูงบิน 701 กองบิน 7 สุราษฎร์ธานี สู่ฝูงบิน 211 กองบิน 21 อุบลราชธานี เพราะการมาของ Gripen ทั้งนี้หมายเลขเครื่องและสัญลักษณ์ประจำฝูงบิน 701 (สัญลักษณ์ฉลาม) ถูกเปลี่ยนให้เป็นสัญลักษณ์ของฝูงบิน 211 (สัญลักษณ์อินทรี) แต่ช่วงแรกๆจะยังใช้สีพรางเดิมจากฝูงบิน 701
วันที่ 19 พฤศจิกายนพ.ศ.2564 หลังจากย้าย F-5 จากสุราษฎร์ฯมาอุบลฯได้ 10 ปีทางกรุงเทพธุรกิจรายงานว่า F-5TH สังกัดฝูงบิน 211 จ.อุบลราชธานี ที่ประจำการมานานกว่า 40 ปี เป็นฝูงสุดท้ายที่มีในประจำการของกองทัพอากาศไทย และนำมาปรับปรุงเข้าสู่มาตรฐานเป็น F-5TH ด้วยการเปลี่ยนระบบเรดาร์ ติดตั้งระบบ Avionic ใหม่ ๆ และใช้งานจรวดแบบใหม่ เช่น จรวดอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้แบบ IRIS-T จรวดอากาศสู่อากาศพิสัยกลางแบบ I-Derby และ Datalink แบบ Link-T โดยมีอายุใช้งาน 15-20 ปี หลังจากปรับปรุงเสร็จ
และนี่ก็เป็นเรื่องราวของ F-5 กองทัพอากาศไทยที่จะเรียกว่าสมบูรณ์ก็คงจะไม่ใช่ เพราะเรื่องราวของ F-5 มีมากมายจนผู้เขียนเเทบจเล่าไม่หมดในวันเดียว สำหรับตอนต่อไปท่านใดที่เป็นสายเครื่องบินรบโปรดติดตามเรื่องราวของ Gripen ได้ในวันพรุ่งนี้ ขอบคุณทุกท่านที่ที่เข้ามาอ่าน หากบกพร่องประการใด ผู้เขียนก็ขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วย สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Chittapon Kaewkiriya
เรืออากาศตรี รัชต์ รัตนนวิจารณ์
We Love F-5
กองทัพอากาศไทย
Thairath
กรุงเทพธุรกิจ
เรียบเรียงบทความ : จ่าหวาน เกรียงไกร
บันทึก
1
2
1
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย