Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สงคราม story
•
ติดตาม
30 พ.ค. 2025 เวลา 07:33 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
GRIPEN เจ้าเวหาสุดล้ำ
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ (29 พฤศจิกายน ค.ศ.2025) ยังอยู่กันที่เรื่องราวของเครื่องบินรบอีกวันหนึ่ง เพียงแต่ว่าวันนี้จะเป็นเรื่องราวของเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน และกำลังจะมีการแถลงการณ์จัดซื้อเพิ่มอีก 1 ฝูงอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 4 มิถุนายนที่จะถึงนี้
ซึ่งเครืองบินขับไล่แบบนี้ไม่ต้องบอกใครๆก็รู้ชื่อเป็นอย่างดี และนี่คือเรื่องราวของ SAAB JAS-39 GRIPEN นั่นเอง แต่ก่อนจะไปอ่าน รบกวนทุกท่าน ช่วยกัน กดไลค์ กดแชร์และกดติดตามให้ผู้เขียนด้วยนะครับ
>>Gripen ฝูงแรกแห่งสยาม
ปีค.ศ.2007 โดยประมาณ กองทัพอากาศไทยได้วางแผนที่จะบรรจุเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D สัญชาติสวีเดนจำนวน 12 เครื่อง ณ ฝูงบิน 701 กองบิน 7 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่ F-5 ในการนี้นาวาอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย (ยศในขณะนั้น)
ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหัวหน้าชุดนำนักบินชุดแรกของกองทัพอากาศไทย ไปเข้ารับการฝึกบินในหลักสูตรครูการบินกับเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D ณ ราชอาณาจักรสวีเดน ซึ่งเป็นภาระหน้าที่และ ความรับผิดชอบที่สำคัญอย่างยิ่ง ทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับ การเรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการปฏิบัติงานกับเครื่องบิน Gripen
ท่านถือว่าเป็นตัวแทนและเป็นหน้าเป็นตาให้กับกองทัพอากาศ ผลการ ฝึกอบรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ประสบความ สำเร็จตามแผนที่วางไว้ ทั้งยังได้รับคำชื่นชม จากกองทัพอากาศสวีเดนถึงผลสำเร็จในการ ฝึกบิน
วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2011 ท่านจึงได้กลับมาปฏิบัติ หน้าที่เป็นผู้บังคับฝูงบิน 701 กองบิน 7 จังหวัด สุราษฎร์ธานี โดยท่านเป็นผู้บังคับฝูงบิน Gripen คนแรกของกองทัพอากาศไทย ท่านทำหน้าที่ปกครองบังคับบัญชา ควบคุม กำกับดูแล และบริหารงานในฝูงบิน 701 ที่มีเครื่อง บินขับไล่ 2 แบบบรรจุประจำการ คือ F-5 และ Gripen รวมทั้งต้องทำหน้าที่วางแผน และกำหนดแนวทางในการใช้งานเครื่องบิน Gripen C/D
ทั้งในการปฏิบัติภารกิจการฝึกอบรมนักบิน และการบริหารจัดการฝูงบินทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับงานยุทธการ การซ่อมบำรุงและการส่งกำลังบำรุง ทั้งยังต้องประสานการปฏิบัติกับฝ่ายอำนวยการ สายวิทยาการและหน่วยเกี่ยวข้องอื่น ๆ เพื่อให้การ ดำเนินโครงการจัดซื้อเครื่องบิน Gripen ทั้งในส่วนยุทธการและการฝึกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สำเร็จตามเป้าประสงค์ที่กองทัพอากาศกำหนด
สำหรับ Gripen นั้นมีภารกิจหลักประกอบด้วยการป้องกันทางอากาศ การสนับสนุนการปฎิบัติการร่วมกับเหล่าทัพอื่นและการคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเลโดยแบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ระยะสำหรับระยะที่ 1 ประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่ Gripen จำนวน 6 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ การปรับปรุงอาคารสถานที่
รวมทั้งเครื่องบิน SAAB 340AEW ระบบแจ้งเตือนทางอากาศลอยฟ้าและเครื่องฝึกบิน 2 เครื่องด้วยงบประมาณ 19,000 ล้านบาท ส่วนระยะที่ 2 ประกอบด้วยเครื่องบิน Gripen จำนวน 6 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ และเครื่องบิน SAAB 340 ระบบแจงเตือนทางอากาศลอยฟ้าและเครื่องฝึกบิน 2 เครื่องโดยบรรจุประจำการครบฝูงบินทั้ง 12 เครื่องเมื่อกลางปีค.ศ.2013
>>เกิดอุบัติเหตุครั้งแรก
เมื่อกองทัพอากาศไทยกำลังเติบโตไปได้สวย แต่ทว่าในวันที่ 14 มกราคม 2017 เกิดอุบัติเหตุครั้งแรกของ Gripen ที่ทำให้มีนักบินตุยนับตั้งแต่เข้าประจำการในกองทัพอากาศของเรา
เรื่องมีอยู่ว่าระหว่างการแสดงการบินที่ กองบิน 56 หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เครื่องบินขับไล่ บ.ข.20 (Gripen C) หมายเลข 70108 สังกัดฝูงบิน 701 เกิดอุบัติเหตุตกขณะทำการบินผ่านสนามบินในการแสดงการบินครั้งสุดท้ายก่อนจะไปลงจอดที่กองบิน 7 สุราษฎร์ธานี โดยเครื่องตกกระแทกพื้นที่บริเวณหัวทางวิ่งที่ 26 ฝั่งท่าอากาศยานหาดใหญ่
ทำให้นักบินคือ นาวาอากาศตรี ดิลกฤทธ์ ปัทวี วัย 33 ปี เสียชีวิต ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าอุบัติเหตุครั้งนี้นับเป็นอุบัติเหตุครั้งแรกของ Gripen C/D นับตั้งแต่เข้าประจำการในกองทัพอากาศไทยเมื่อปี ค.ศ.2011 และเป็นอุบัติเหตุทางอากาศของกองทัพอากาศไทยครั้งร้ายแรงที่สุดที่เกิดขึ้นในงานแสดงการบินวันเด็กในรอบหลายสิบปี
ด้านท่านผบ.ทอ.เน้นย้ำว่า "กองทัพอากาศจะไม่กลัวการบิน การแสดงการบินไม่ใช้การบินด้วยท่าทางรุนแรง แต่เป็นแสดงภาพให้เด็กเยาวชนเห็นภาพถึงศักยภาพด้านกำลังรบทางอากาศและแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศเสรีมีเอกราชมีกองทัพของตนเอง การบินผาดแผลงจริงๆจะใช้นักบินที่ฝึกและมาทำการบินโดยเฉพาะ ซึ่งการแสดงการบินของ Gripen ที่เกิดอุบัติเหตุนั้นไม่ใช่การบินผาดแผลงเป็นการแสดงกำลังตามการฝึกบินปกติ แต่จะมีการกำชับให้มีความระมัดระวังในการบินมากขึ้น"
>>กริพเพนติดอาวุธอะไรบ้าง
วันที่ 26 ตุลาคมค.ศ.2021 มีการเผยแพร่ภาพที่ท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ ท่านผู้บัญชาการทหารอากาศ ยังได้ร่วมทำการบินสังเกตการณ์ในตำแหน่งที่นั่งหลังของเครื่องบินขับไล่แบบที่ 20 (GRIPEN C/D) ในภารกิจการโจมตีเป้าหมาย Time Sensitive Target และภารกิจการบินรบในอากาศเหนือพื้นที่อ่าวไทย เพื่อรับทราบสมรรถนะ และขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางอากาศโดยใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง
ทาง AAG_TH บันทึกประจำวัน รายงานว่ามีเครื่องบินขับไล่ Gripen ประกอบด้วย หมายเลข 70101 70102 และ 70110 จากฝูงบิน 701 และเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab 340 AEW/B Erieye ฝูงบิน 702 ร่วมทำการบินเหนืออ่าวไทย ตามภาพจะมีการติดตั้งขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยไกล AIM-120 AMRAAM และขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ AIM-9 SIDEWINDER รวมถึงกระเปาะชี้เป้า LITENING ใต้ห้องนักบิน (ที่จริงสามารถติดตั้ง IRIS-T ได้ แต่ไม่มีปรากฎในภาพข้างต้น)
ด้านการรบทางทะเลในช่วงที่กองทัพอากาศไทยได้จัดหาเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D พร้อมอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำแบบ RBS-15F มาติดตั้งเช่นเดียวกับกองทัพอากาศสวีเดน ทั้งนี้เพื่อให้มีอากาศยานแบบดังกล่าวมีความสามารถในการใช้งานเหนือทะเลและมีขีดความสามารถในการใช้อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ
ThaiArmedForce.com
รายงานว่าในวันที่ 19 ธันวาคมค.ศ. 2017 กองทัพอากาศเปิดตัวและสาธิตการใช้งานกระเปาะชี้เป้า LITENING บนเครื่องบินขับไล่ Gripen ภายในงานสาธิตการปฏิบัติการทางอากาศของแข่งขันใช้อาวุธของกองทัพอากาศ
ซึ่งทางกองทัพอากาศได้นำเครื่องบินขับไล่แบบ Gripen ที่ติดตั้งกระเปาะชี้เป้าแบบ LITENING ควบคู่กับการติดตั้งระเบิดนำวิถีด้วยแสงเลเซอร์ใต้ลำตัว สำหรับ LITENING เป็นกระเปาะชี้เป้าที่มีความสามารถสูง ติดตั้งกับอากาศยานได้หลายชนิด โดยกองทัพอากาศจัดหาเข้าประจำการจำนวน 6 ชุด
>>The first 1,000 Hrs. Pilot who flown with Gripen
วันที่ 14 กันยายนค.ศ.2020 Facebook พี่เล็ก Wassana Nanuam รายงานว่า “บิ๊กนัต” พลอากาศเอก มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้ร่วมแสดงความยินดีกับนักบินผู้ทำการบินครบ 1,000 ชั่วโมงบินกับเครื่องบินขับไล่ Gripen และนักบินผู้สำเร็จหลักสูตรนักบินพร้อมรบ
ที่ลานจอดอากาศยานทหาร กองบิน 7 สุราษฎร์ธานี นักบินผู้ทำการบินครบ 1,000 ชั่วโมงบิน กับเครื่องบินขับไล่Gripen คนแรกของกองทัพอากาศไทย ได้แก่ นาวาอากาศเอก ศุภวัจน์ จิตรมนตรี “รองผู้บังคับการกองบิน 7 (ปัจจุบันเป็นผู้บังคับการกองบิน 7)
โดยมี นายสุขสวัสดิ์ สุขวรรณโณ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี และ นายวิสุทธิ์ นาคภู่ ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมการบินสุราษฎร์ธานี นาวาอากาศเอก แมนสรวง สุวรรณ ผู้บังคับการกองบิน 7 พร้อมด้วย รองผู้บังคับการกองบิน 7 เสนาธิการกองบิน 7 หัวหน้าหน่วยขึ้นตรง กองบิน 7 และข้าราชการ ฝูงบิน 701 ร่วมพิธีฯ
>>แจ้งเกิด Gripen E/F (บ.ข.20 ข./ค.)
ในช่วงเดือนสิงหาคมปี 2024 มีข่าวใหญ่แพร่สะพัดเมื่อกองทัพอากาศตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องบินขับไล่โจมตีจากเดิมที่ใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 มาเป็นเวลาเกือบ 40 ปี โดยได้หันมาเลือกเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่เป็น JAS-39 Gripen E/F ที่ผลิตในประเทศสวีเดน
โดยมีการจัดซื้อจำนวน 12 เครื่อง มูลค่ารวมเกือบ 6 หมื่นล้านบาท โดยกองทัพอากาศให้เหตุผลว่า เครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทนต้องเป็นเครื่องบินที่มีขีดความสามารถดีกว่าเครื่องบินขับไล่โจมตี ที่กองทัพอากาศมีใช้งานในปัจจุบัน มีความเหมาะสมในด้านคุณสมบัติร่วมและความต่อเนื่อง (Commonality & Continuity) สามารถพัฒนาต่อยอดตามยุทธศาสตร์ของกองทัพอากาศและกองทัพไทยได้ในอนาคต
รวมถึงต้องมีการดำเนินการตามนโยบายชดเชยการนำเข้ายุทโธปกรณ์ (Offset Policy) เพื่อพัฒนาไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน เสริมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ
สำหรับ Gripen E/F มีขีดความสามารถที่ตอบสนองความต้องการทางยุทธการตามหลักนิยมและยุทธศาสตร์ของกองทัพอากาศ อีกทั้งยังมีอิสระในการใช้งาน และสามารถพัฒนาต่อยอดนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพการปฎิบัติการร่วมหลายมิติ (Multi-Domain Operations) ระหว่างกองทัพอากาศร่วมกับเหล่าทัพอื่นๆและหน่วยงานความมั่นคงต่าง ๆ
ภายใต้แนวความคิดการปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลางได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต รวมถึงสอดคล้องกับกรอบงบประมาณที่กองทัพอากาศได้รับการจัดสรร ตลอดจนมีข้อเสนอตามนโยบายชดเชยการนำเข้ายุทโธปกรณ์ทั้งทางตรงในการสร้างโอกาสการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศนำไปสู่การพึ่งพาตนเอง
เพื่อยกระดับมาตรฐานเข้าสู่ในระดับสากลและการชดเชยทางอ้อมในการให้ทุนการศึกษาแก่บุคลากรในต่างประเทศทั้งภายในกองทัพอากาศและประชาชนทั่วไปให้มีความรู้และทักษะความชำนาญขั้นสูง รวมไปถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีในด้านสิ่งแวดล้อมและด้านเกษตรกรรม ตลอดจนการสร้างศูนย์นวัตกรรมที่นำไปสู่การเสริมสร้างผลผลิตในการสร้างรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ประเทศไทย เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในด้านต่าง ๆ ในระยะยาวต่อไป
>>กริพเพนแลนดิ้งถนนครั้งแรก
กองทัพอากาศรายงานว่าเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2025 กองทัพอากาศทดสอบการบินขึ้น-ลงบนถนนหลวงครั้งแรกของเครื่องบินขับไล่ Gripen หมายเลข 70103 ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ของกองทัพอากาศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการวางกำลังและการปฏิบัติภารกิจได้จากทุกสนามบินและในพื้นที่ที่มีความเหมาะสมทั่วประเทศ
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบขีดความสามารถและเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจโดยไม่ใช้สนามบินให้เป็นไปด้วยความปลอดภัย และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถเชิงยุทธศาสตร์ในการวางกำลัง รวมทั้งเพื่อการระดมสรรพกำลังสำหรับภารกิจด้านความมั่นคงของชาติ
การทดสอบครั้งนี้ กองทัพอากาศเลือกใช้ถนนทางหลวง หมายเลข 4287 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เนื่องจากผลการสำรวจและตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เทคนิค กองทัพอากาศ และเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง พบว่า สภาพทางกายภาพของถนนทางหลวงดังกล่าว มีลักษณะเป็นถนนทางตรงและมีความยาวต่อเนื่อง สามารถรองรับการขึ้นลงของเครื่องบินแบบขับไล่ได้ ซึ่งการทดสอบได้ดำเนินการตามขั้นตอนในการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
สำหรับรูปแบบการทดสอบ ประกอบด้วย เที่ยวบินแรกลงถนนและเติมเชื้อเพลิง พร้อมติดตั้งอาวุธ และเที่ยวบินที่สองวิ่งขึ้นเพื่อปฏิบัติภารกิจ ผลการทดสอบครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะของเครื่องบินขับไล่ ที่สามารถขึ้น-ลงบนถนนได้ หากเกิดเหตุสนามบินถูกทำลาย
ซึ่งเครื่องบินขับไล่ Gripen หมายเลข 70103 ใช้ระยะทางวิ่งสั้นมาก 700-800 เมตร นับเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการปฏิบัติภารกิจผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน เป็นบททดสอบสำคัญหลายมิติ ได้แก่ - ความพร้อมอากาศยานต่อการตอบสนองภารกิจ ต้องรวดเร็ว ทันเวลา และมีประสิทธิภาพ - ขีดความสามารถของนักบิน ต้องมีทักษะความรู้ และได้รับการฝึกตามมาตรฐานที่กำหนด
เพื่อให้เกิดความมั่นใจและความปลอดภัยสูงสุด - ความร่วมมือร่วมใจของทุกหน่วยงานและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ได้ร่วมกันวางแผนและสร้างการมีส่วนทุกภาคส่วน - ภารกิจด้านความมั่นคง ต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและประเทศชาติ
ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้ เกิดจากการบูรณาการร่วมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสงขลา ที่สนับสนุนให้ภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศประสบผลสำเร็จ เกิดเป็นภาพของความร่วมแรงร่วมใจกันของคนในชาติ กองทัพอากาศขอให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท พัฒนาขีดความสามารถในการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติเพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ
>>จรวดเมทิเออร์ว่าที่เขี้ยวเล็บ Gripen ไทย
อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor (เมทิเออร์) มีความเร็วมากกว่า Mach 4 และพิสัยการยิงเกินกว่า 100km. เมื่อเทียบกับอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศแบบที่คล้ายกัน มันมีระยะการขับเคลื่อนจรวดขับดันที่ค่อนข้างสั้นหลังการยิง
ซึ่งหลังจากนั้นจรวดจะร่อนบินโคจรเข้าสู่เป้าหมายขณะที่สูญเสียพลังงานไปเรื่อยๆ แต่การใช้ระบบขับเคลื่อน Ramjet ของอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor นั้นมีความหมายว่าจรวดจะถูกขับเคลื่อนไปตลอดจนกว่าจะถึงจุดกระทบเป้าหมาย
สิ่งนี้จะลดโอกาสของอากาศยานฝ่ายตรงข้ามในการที่จะหลบหลีกจากอาวุธปล่อยนำวิถี และทำให้นักบินมีความมั่นใจมากขึ้นที่จะประสบความสำเร็จเมื่อทำการโจมตีเครื่องบินข้าศึก
สำหรับเรื่องราวของเครื่องบินขับไล่ Gripen ก็จบลงไปแล้ว สำหรับท่านผู้อ่านที่รอคอย Gripen E มาลงโคราชในปี 2028 โปรดรอดูแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากองทัพอากาศในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ ในอนาคต Gripen อาจรับช่วงต่อจาก F-16
ไม่แน่หากกองทัพอากาศไทยเปลี่ยนไปใช้ Gripen แทน F-16 ทั้ง 3 ฝูงบินในอนาคตต่อจากนี้ เราอาจเป็นชาติที่มีเครื่องบินขับไล่แบบนี้ประจำการมากที่สุดในเอเชียก็ว่าได้ (ถ้าไม่มีชาติใดสั่งซื้อเพิ่มในย่านนี้) เท่านั้นยังไม่พอเราอาจเห็น Gripen E ติดจรวดเมทิเออร์ขึ้นบินเหนือน่านฟ้าไทย หากนำเข้าประจำการได้เต็มที่ สำหรับวันนี้ผู้เขียนก็ขอลาไปก่อน แล้วกันใหม่บทความหน้า สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
SAAB
กองทัพอากาศไทย
รางวัลจักรดาว นาวาอากาศโทจักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย
Whutchanant Phucharinya
AAG_TH บันทึกประจำวัน
ThaiArmedForce.com
CONTHRUST
Wassana Nanuam
Thairath
THE STANDARD
เรียบเรียงบทความ : จ่าหวาน เกรียงไกร
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย