16 มิ.ย. 2025 เวลา 03:30 • ธุรกิจ

VING รองเท้าแตะวิ่งแบรนด์ไทย รายได้ 100 ล้าน ใน 5 ปี

เคยคิดไหมว่า รองเท้าแตะที่เราใส่เดินเล่นวันสบาย ๆ
จะกลายเป็นรองเท้าวิ่งมาราธอนได้
หรือมากกว่านั้น นักวิ่งมืออาชีพยังใช้ใส่ทำลายสถิติ รองเท้าแตะวิ่งมาราธอนที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยเวลา 2:18:55 ชั่วโมง จนสื่อกีฬาระดับโลกให้ความสนใจ
เรากำลังพูดถึง VING แบรนด์รองเท้าแตะสำหรับวิ่ง แบรนด์แรกของไทย จากจังหวัดขอนแก่น
ซึ่งปัจจุบันมีจุดขายกว่า 40 สาขาทั่วประเทศ และยอดขายแตะระดับ 100 ล้านบาทไปแล้ว
VING รองเท้าแตะสำหรับวิ่ง แบรนด์ไทย ทำอย่างไร ให้มียอดขายแตะระดับ 100 ล้านบาทได้ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
VING แบรนด์รองเท้าแตะสำหรับวิ่ง แบรนด์แรกของไทย เกิดจากประสบการณ์จริงของนักวิ่งคนไทย คุณวาที วิเชียรนิตย์ ที่เจอปัญหาตอนแข่งวิ่งมาราธอนเมื่อปี 2562
โดยรองเท้าวิ่งที่ใส่อยู่เกิดบีบนิ้วเท้าจนระบม ไม่สามารถวิ่งต่อได้ เขาจึงตัดสินใจแวะร้านข้างทาง เพื่อซื้อรองเท้าแตะเพื่อวิ่งต่อจนจบ
ความเจ็บปวดในวันนั้น กลายเป็นไอเดียตั้งต้นธุรกิจว่า
รองเท้าแตะที่สวมใส่สบาย ใช้งานง่าย ไม่ทำให้บาดเจ็บ สามารถใส่วิ่งได้เป็นอย่างดีได้เหมือนกัน
1
เขาจึงได้เดินหน้า ศึกษาค้นคว้าการออกแบบ และการผลิตรองเท้าแตะสำหรับวิ่ง และนำมาทดลองใส่วิ่งด้วยตัวเอง เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในการวิ่งให้ได้มากที่สุด
โดยดิไซน์ของรองเท้าแตะสำหรับวิ่ง VING ออกแบบมาเพื่อให้เท้าไม่มีอะไรมารัด หรือห่อหุ้มมากนัก
แตกต่างกับรองเท้าวิ่งตามท้องตลาดทั่วไป ที่จะมีส่วนผ้าหรือวัสดุอื่น ๆ รัดเข้ากับรูปเท้า ซึ่งเป็นสาเหตุให้นักวิ่งจำนวนไม่น้อยเกิดอาการบาดเจ็บได้
กลุ่มนักวิ่งนี้เอง ถือเป็นช่องว่างของตลาด ที่ยังมีผู้เล่นน้อยราย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้ VING สามารถเข้าไปเจาะได้
บวกกับการที่ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน คนไทยจึงคุ้นเคยกับการใส่รองเท้าแตะในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว
นอกจากนี้ การที่รองเท้าวิ่งแบรนด์ท้องตลาดมักจะมีราคาค่อนข้างสูง ยังทำให้รองเท้าแตะสำหรับวิ่ง VING ที่วางตำแหน่งราคาที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ตอบโจทย์กลุ่มนักวิ่งที่ต้องการความคุ้มค่าอีกด้วย
ทำให้สินค้าของ VING สามารถแทรกตัวเข้าไปใน
ตลาดรองเท้าวิ่งได้ แม้จะมีแบรนด์ใหญ่ระดับโลกที่ครองตลาดรองเท้าวิ่งอยู่แล้ว พร้อม ๆ กับสร้างตลาดใหม่ ที่คนมองหาคุณสมบัติแบบ 2 in 1
ต่อมาเมื่อแบรนด์กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น
VING จึงไม่ได้แค่ขายรองเท้าแตะสำหรับวิ่งอย่างเดียว แต่ต่อยอดไปยังการขายรองเท้าที่ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่นักวิ่งสมัครเล่น นักวิ่งมืออาชีพ ไปจนถึงคนทั่วไปที่รักสุขภาพ
โดยสินค้าหลักเป็นรองเท้าแตะสำหรับวิ่ง ที่ออกแบบมาให้เดินและวิ่งอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องถูกบีบจากหน้าผ้ารองเท้า
และยังมีรองเท้าสำหรับเดินเพื่อสุขภาพ เพื่อเจาะตลาดสำหรับคนทั่วไปใส่ในวันสบาย ๆ หรือพักฟื้นจากการเล่นกีฬา
ทั้งหมดนี้ สะท้อนมายังผลประกอบการของบริษัทที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยผลประกอบการที่ผ่านมา บริษัท วีอิ้ง อินเตอร์เทรด จำกัด เจ้าของแบรนด์ VING
ปี 2563
รายได้ 4.8 ล้านบาท
กำไร 1.4 ล้านบาท
ปี 2564
รายได้ 9.3 ล้านบาท
กำไร 0.5 ล้านบาท
ปี 2565
รายได้ 32.3 ล้านบาท
กำไร 0.3 ล้านบาท
ปี 2566
รายได้ 86.5 ล้านบาท
กำไร 0.1 ล้านบาท
ปี 2567
รายได้ 108.4 ล้านบาท
กำไร 2.9 ล้านบาท
ถึงตรงนี้ ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่เป็นที่น่าประทับใจ แต่สะท้อนถึงศักยภาพของคนไทย ที่ต่อยอดไอเดียจาก Pain Point ส่วนตัว มาพัฒนาสินค้า เพื่อแก้ Pain Point ของคนอื่น กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ช่องว่างตลาด
ซึ่งเป็นที่น่าสนใจในอนาคตว่า VING จะเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ไทยที่ก้าวไปผงาดบนเวทีโลกได้สำเร็จหรือไม่
หรือสุดท้ายช่องว่างตลาดนี้ ที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จะถูกเติมเต็มโดยแบรนด์ใหญ่ระดับโลก ที่หันมาลงเล่นในสนามนี้แทน..
โฆษณา