23 มิ.ย. 2025 เวลา 07:54 • ท่องเที่ยว

ไคตั๊กสเตเดียมผ่านทะลุมิติสนามบินเดิม

สนามบินในตำนานที่เลิกร้างไปเมื่อยี่สิบกว่าปี ช่วงให้บริการจัดเข้าหมวดหมู่ความปังของเหล่าบรรดาสนามบินบนเลเวทยุคแห่งสมัยประมาณเสมือนหนึ่งมือฉมังกระบี่ไร้เทียมทานในยุทธจักร เฉกเช่น ยอดจอมยุทธกล้าแกร่งมือวางอันดับต้นๆแห่งใต้หล้า
บัดนี้พื้นที่ทั้งหมดถูกเนรมิตสรรค์สวรรค์สร้างประดับดุจดังเมืองใหม่ ไฉไลตัวเด่นหราอย่างสเตเดียมสนามกีฬาอเนกประสงค์ที่ลงทุนกว่าสามหมื่นล้านเหรียญฮ่องกง และสนามกีฬาในร่มที่แยกอาคารออกมาต่างหากอีกหนึ่งตึก ซึ่งก็หมายให้ใช้งานอเนกประสงค์ระดับนานาชาติเช่นกัน แต่มีเขตตัวอาคารระยะชิดกันกับช้อปปิ้งมอลล์และที่พักอื่นๆโดยรอบมากกว่าสเตเดี้ยมเพื่อความใช้สอยสะดวกสบาย
สรรพสิ่งบนพื้นที่สนามบินเก่าถูกพิถีพิถันเน้นตกแต่งและบรรจงสร้างอย่างสุดต๊าช แม้เจตนาการสร้างที่นี่ให้สุดคูลมุ่งให้เป็นแลนด์มาร์กใหม่ ตั้งแต่เลิกราสนามบินไคตั๊กหมาดๆ ไม่น่าเชื่อถึงการร่วมสมัยประสานแนวความคิดจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงอัพเดทได้ยังเด๋วเนี่ย สุดไหลลื่นจัง และแทบจะเป็นเรื่องมิน่าเชื่ออีกแหละ งานอีเว้นท์ระดับโลกแทบทุกสันทนาการประเภท จ่อคิวลงโรงที่นี่ยาวเหยียดตั้งแต่ทุกอย่างยังสร้างไม่เสร็จที
สะท้อนรับอารมณ์สืบทอดจิงจังรุ่นต่อรุ่นได้จากคำกล่าวบางท่อนบางประโยคเมื่อต้นปี 2025 ของท่านผู้ว่าคนปัจจุบันที่มากล่าวเปิดงานพร้อมคณะอย่างยิ่งใหญ่ภายในไคตั๊กสเตเดียม ซึ่งภาพและสารก้อกระจายไปทั่วโลก 'ทุกคนคงประจักษ์แก่สายตา ได้เห็นเวทีสุดล้ำในสเตเดี้ยมแห่งใหม่ หลังคาพับเก็บได้ ไม่มีอะไรจะหยุดยั้งฮ่องกงอีกต่อไปแล้ว...'
*ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนที่ได้ไปสัมผัสสเตเดียมใหม่ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับคำกล่าวทั้งหมดของท่านผู้ว่า
(เมื่อทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ สเตเดี้ยมใหม่เนี๊ยบกริบสุดปังดูราวกับว่า พร้อมจะใช้เป็นสังเวียนประลองยุทธในมหกรรมเกมส์ทัวร์นาเมนท์ของมวลมนุษย์ชาติอย่าง 'ฟุตบอลโลก' เลยทีเดียว)*
อีเวนท์แรกปรากฏกายในรูปแบบคอนเสิร์ตหลังการกล่าวเปิดงานของคณะผู้ว่าอย่างเป็นทางการราวไม่ถึงสัปดาห์ สเตเดี้ยมใหม่ต้อนรับการมาเยือนของวงดนตรีระดับโลกอย่าง Co Play
ต่อจากนั้น ไม่กี่วันดีดัก สเตเดี้ยมใหม่เอี่ยมอ่องอเนกประสงค์โดยแทร่ทรูก็ถือโอกาสเสนอตัวเปิดศึกแดงเดือดกับยอดทีมอย่างแมนยูที่มีนัดกันล่วงหน้าว่าจะมาทัวร์เอเชีย นัดนั่น ถือว่าประเดิมอย่างไม่เป็นทางการ แฟนๆหลั่งไหลมาเต็มความจุในสนามที่ถือว่าใหญ่ที่สุด
แต่แมตช์ระดับชาติสำคัญสุดจิงจังบังเกิดขึ้นในวันที่ 10 มิถุนายน 2025 แฟนๆส่วนใหญ่ใส่สีเสื้อแดงเต็มสนาม ทว่า อากัปกิริยาของเหล่ากองเชียร์สุดแตกต่างซุ้ดขั้ว แฟนๆมาดมั่นเร้าใจและสนุกสนานเต็มพิกัด พร้อมทั้งพกพาความภาคภูมิใจในแลนด์มาร์คใหม่และการเชียร์ที่ไม่เคยปรากฏบนเกาะที่นี่มาก่อน ทั้งการร้องเพลงในสนามและหน้าสนาม โดยเฉพาะในสนามดูแสนว่า จะดุดัน โห่ร้องฮึกเหิมทุกนาทีไม่เหมือนกองเชียร์ทีมชาติเมื่อวันวาน
ลีลาปลุกเร้าสอดคล้องคล้ายคลึงสร้างบรรยากาศกองเชียร์สโมสรฟุตบอลบิ๊กเนมในยุโรปทั้งหลายยังงั้นยังนั้น
ภายในสเตเดี้ยม อัฒจันทร์ทุกด้านจึงเด่นหราไปด้วยเสื้อสีแดงเต็มพรือ และเสียงร้อง "we are Hong Kong!" ก้อกระหึ่มลั่นก้องทั้งในสนามที่หลังคาพับเปิดปิดได้ตลอดเวลา
เกมระดับเอเอฟซี ในรอบแบ่งกลุ่ม เพื่อคัดเลือกไป เอเชียนคัพ 2027 ที่ ซาอุดีอาระเบีย
ทีมชาติฮ่องกงพบกับทีมมาเยือนในสายแบ่งกลุ่มเดียวกัน คือ ทีมชาติอินเดีย เกมนัดเปิดสนามสเตเดี้ยมแห่งใหม่ในระดับชาติของเจ้าบ้านอย่างเป็นทางการ และช่างบังเอิญเหลือคณานับผนวกลงตัวกับเป็นเกมที่ทั้งคู่ต้องการชัยชนะอย่างยิ่งยวด
แม้ทีมชาติฮ่องกงจะใช้นักเตะบางส่วนโอนสัญชาติตามเทรนด์สมัยนิยม แต่ก็ไม่เห็นถึงความแตกต่าง เพราะฮ่องกงทุกด้านก็ระบุมิติรูปแบบอินเตอร์เนชั่นแนลยังงี้มานานแล้ว และจะว่าไป ลีกฟุตบอลอาชีพเต็มรูปแบบในเอเชียก็เกิดขึ้นที่นี่เป็นแห่งแรกๆ หากนัดทีมชาติสำคัญยังงี้ ดูเหมือนผู้เล่นและทีมงานสตาฟฟ์โค้ชทุกคนต่างแสดงถึงความภาคภูมิใจสนามเหย้าแห่งใหม่เด่นชัด และโชว์พลังถึงความหมายมั่นอันชัดเจนอันล้นออกมาว่า ต้องการจะไปเอเชี่ยนคัพที่ซาอุดิอาระเบีย
การผสมผสานความภาคภูมิใจและมุ่งมั่นกระจายฟุ้งบิ้วเต็มสเตเดี้ยมแห่งใหม่ ทั้งเหล่า ทีมชาติและกองเชียร์
เกมของทั้งคู่เน้นหนักแพลตฟอร์มการเล่นแบบคุมโซนเป็นหลัก หากด้วยบรรยากาศการเชียร์ในสนาม การจู่โจมรวดเร็วและการเข้าปะทะจึงแอบมีเดือดอยู่ในที บอลเลยกลายภาคเป็นดูสนุกอย่างเหลือเชื่อ แม้เวลาส่วนใหญ่ของทั้งสองทีมจะพยายามอดกลั้นเล่นตามแทคติกที่ถูกวางไว้แน่นปึก สุดท้ายและแทบจะท้ายสุดของเวลาในครึ่งหลัง ฮ่องกงมาได้ประตูชัยจากจุดโทษที่ฝ่ายแนวรับของอินเดียพลั้งเผลอทำผิดเพียงนิดเดียว ทั้งที่รักษาระดับการเล่นได้ดีมาโดยตลอด
เหมือนทุกคนรอคอยประตูนี้มาเนิ่นนาน เสียงตะโกนโห่ร้องดีใจปลดปล่อยกึกก้องยิ่งกว่าตอนเริ่มเกมเสียอีก และเมื่อสุดท้ายจิงๆมาถึง เสียงนกหวีดหมดเวลาจากกรรมการในสนามดังขึ้น เสียงกระหึ่มในสเตเดี้ยมแห่งใหม่ยิ่งดังลั่นยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว
หลังจบเกม นักเตะและเหล่าทีมงานสตาฟฟ์โค้ชต่างเดินขอบคุณกองเชียร์ทีมชาติรอบสนาม เหล่าแฟนๆสีเสื้อแดงก็งั้นแหละ ต้องยอมเลย ไม่มีใครยอมหนีหายกลับบ้านไปไหน ทุกคนยังคงยืนส่งเสียงโห่ร้องร่วมดีใจกับบรรดานักเตะและทีมงานสตาฟฟ์โค้ชของตนที่เดินวนรอบสเตเดี้ยม เวลาตอนนั้น ไม่รู้ยาวนานขนาดไหน แต่ทุกคนต่างรู้สึกดังเหมือนไม่มีเวลาที่จะสิ้นสุดยุติลงได้โดยง่าย-จิงๆหล่ะนะ...!
ไคตั๊กสเตเดี้ยมโดยรอบ
โฆษณา