•
19 มิ.ย. 2025 เวลา 01:49 • ข่าวรอบโลก

Game of States: จีนและตะวันตก ศึกเหนือทรัพยากร เทคโนโลยี และชะตาของโลกในกำมือใคร ภาค1

เมื่อเราพูดถึง ‘ศึกของรัฐ’ หรือ Game of States ในยุคปัจจุบัน สิ่งที่เราเห็นอาจเป็นแค่ผิวเผินว่าเป็นเรื่องของสงครามการค้า หรือภาษีนำเข้า แต่ในความจริงลึกลงไปกว่านั้นคือ สงครามแย่งชิงอนาคตของโลกผ่านทรัพยากร เทคโนโลยี สกุลเงิน และคนเก่ง…
⸻
🇨🇳 มุมมองจากฝั่งจีน: กำหนดเกมแทนการเล่นเกม
จีนไม่เพียงแค่ “ร่วมเล่น” ในระบบโลกอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “คนตั้งกฎ” ผ่านสามเรื่องหลัก:
1. ทรัพยากรหายาก (Rare Earths)
2. เทคโนโลยีฐานรากและการผลิตระดับโลก
3. การเมืองระหว่างประเทศผ่าน BRICS+ และกลุ่มเงินตราใหม่
จีนถือครองการผลิตและแปรรูป แร่หายากมากกว่า 90% ของโลก แม้บางประเทศจะมีแหล่งแร่เหล่านี้ แต่ไม่มีประเทศไหนมีทั้ง ห่วงโซ่การผลิต-ความชำนาญทางเทคโนโลยี-ต้นทุน-ขนาดตลาด เท่าจีน ซึ่งใช้เวลากว่า 5 ปีในการพัฒนาเครื่องมือสกัดในประเทศ จนปัจจุบันควบคุม Supply Chain แร่หายากอย่างเบ็ดเสร็จ
อีกทั้ง การผนึกพลังใน BRICS+ และการผลักหยวนเป็นสกุลหลักในข้อตกลงการค้าพลังงาน (เช่น กับซาอุฯ, อิหร่าน, รัสเซีย) ทำให้จีนหลุดพ้นจากดอลลาร์ และกำลังกระชากโลกออกจากการผูกขาดของระบบตะวันตกแบบเก่า
⸻
🌍 ฝั่งตะวันตก (อเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย แคนาดา): สู้เพื่อรักษาโลกที่ตัวเองสร้าง แต่ไม่แน่ใจว่าจะควบคุมได้ต่อไปหรือไม่
ฝั่งตะวันตกตระหนักดีว่า “จีนกำลังกำหนดโลกใหม่” จึงพยายามใช้ 4 วิธีหลักเพื่อชะลอการเติบโต:
1. แยก Supply Chain – โดยย้ายฐานการผลิตสำคัญ (เช่น semiconductor, battery, rare earth) ออกจากจีนไปยังอินเดีย เวียดนาม เม็กซิโก หรือแม้แต่กลับไปผลิตในประเทศ แต่ต้องใช้เวลา 5–10 ปี และต้องเจอปัญหาเรื่องต้นทุน, ทักษะแรงงาน, และเทคโนโลยีเครื่องมือ
2. อัดงบลงทุนในเทคโนโลยีล้ำหน้า – สหรัฐอัดงบ CHIPS Act, IRA และ Green Tech เพื่อดึงบริษัทออกจากจีน และพัฒนาเทคโนโลยีแบบ “Made in America” แต่กระบวนการพัฒนาช้าเพราะคนในประเทศไม่พอและไม่พร้อม
3. ตั้งกำแพงทางการค้า – โดยตั้งภาษีสินค้าจีนเพิ่มขึ้นสูงถึง 100% ในบางกลุ่ม แต่สินค้าจีนยังแข่งขันได้อยู่ดี และประเทศอื่นในโลกยังซื้อจีน เพราะ “ของดีราคาถูก” กับ “การส่งมอบที่เชื่อถือได้”
4. ใช้สื่อและสงครามข้อมูล – เพื่อสร้างภาพว่าจีนคือ “ภัย” และทำให้คนรุ่นใหม่ในประเทศพันธมิตรกลัวจีน หลีกเลี่ยงการพึ่งพา แต่วิธีนี้กำลังเริ่มล้มเหลว เพราะโลกออนไลน์วันนี้เปิดกว้าง และภาพจีนแบบ “คนร้าย” กลับเริ่มถูกตั้งคำถามจากคนรุ่นใหม่
⸻
🤝 ความสัมพันธ์เปลี่ยนขั้ว: เมื่อยุโรป แคนาดา และออสเตรเลียเริ่ม “ไม่เล่นเกมอเมริกา”
แม้ฝั่งตะวันตกจะดูเหมือน “ทีมเดียวกัน” แต่ในความเป็นจริง ปัจจุบันเริ่มเห็นรอยร้าว:
• ยุโรป (โดยเฉพาะฝรั่งเศส-เยอรมนี) เริ่มเจรจาเชิงบวกกับจีน ทั้งในเรื่องพลังงาน เทคโนโลยี และลดดอลลาร์ในระบบการเงินระหว่างประเทศ
• แคนาดา ที่เคยตามสหรัฐทุกเรื่อง ปัจจุบันเริ่มแสดงท่าทีประนีประนอมกับจีนมากขึ้นในหลายเวที
• ออสเตรเลีย แม้ยังร่วมมือด้านทหารกับ AUKUS แต่ด้านการค้า “พึ่งพาจีนสูงมาก” โดยเฉพาะสินค้าเกษตร เหล็ก และแร่
ผลลัพธ์คือ พันธมิตรหลักของสหรัฐกำลังลังเลว่าจะร่วมมืออย่างแน่นแฟ้นดีไหม เพราะการพยายามสกัดจีนหมายถึง “หั่นอนาคตเศรษฐกิจของตัวเอง” ไปพร้อมกัน
⸻
🧮 แล้วถ้ามองจากแผนที่ใหญ่จริง ๆ ล่ะ?
ถ้าคุณคือผู้วางแผนระดับรัฐบาล คุณต้องตอบคำถามนี้ให้ได้ว่า:
“ถ้าไม่ตามจีนให้ทัน ก็ต้องทำให้จีนชะลอ — แล้วระหว่างนั้นเราต้องดึงยุโรปกับพันธมิตรไว้ให้แน่นที่สุด”
แต่ปัญหาคือ:
• แรงงานในสหรัฐและยุโรป กำลังเสื่อมคุณภาพ (คนอยากทำงานในแอป ไม่อยากย้ายโรงงาน)
• การผลิตกลับประเทศเองแพงเกินไป
• ประชาชนในชาติพันธมิตรเริ่มต่อต้านอเมริกา ในหลายกรณี โดยเฉพาะในฝรั่งเศส เยอรมนี และแคนาดา
• จีนเองไม่ได้หยุดนิ่ง และเดินหน้าเต็มกำลัง: ทั้งใน AI, semiconductor, defense tech, space, quantum และ energy
⸻
🎯 สรุปสุดท้าย: ไม่ว่าคุณจะเป็น “ฝั่งไหน” ต้องเผชิญความจริงให้ได้
จีน “ชนะรอบแรก” ไปแล้วในเรื่องแร่หายาก, ห่วงโซ่อุปทาน, และ BRICS แต่ยังไม่สามารถครองโลกได้ทั้งหมดในเวลานี้
ขณะเดียวกัน ฝั่งตะวันตก แม้มีทรัพยากร คนเก่ง และเทคโนโลยี แต่ติดกับดักในประเทศตัวเอง และ “ความขัดแย้งภายในกลุ่มพันธมิตร” ที่ทำให้รวมตัวกันไม่ได้จริง
ดังนั้น…
⸻
“ไม่ว่าคุณจะเป็นติ่งประเทศใดก็ตาม การปฏิเสธความจริงไม่ได้ทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้นหรอก
แต่การรู้ แล้วเตรียมพร้อมไว้ ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่จริง… นั่นแหละ คือสิ่งที่ดีกว่า
การถกเถียงในเรื่องที่ไร้สาระ
แต่การดูให้เข้าใจ และคำนึงว่ามันมีมุมมองแบบนี้เกิดขึ้นจริง ๆ
หากเกิดขึ้น… คุณจะเตรียมตัวยังไง?”
โฆษณา