26 มิ.ย. เวลา 16:32 • ความคิดเห็น
ก่อนที่เราจะสรุปว่า การปกครองแบบไหนดีที่สุด เรามาดูชื่อประเทศในแต่ละประเทศกันก่อนดีกว่าครับ เพื่อเจาะลึกและสะท้อน “ความจริงกับภาพลักษณ์” เพื่อดูความชัดเจนกันก่อน เพราะชื่อเต็มของประเทศบางประเทศ ประกาศว่าตัวเองเป็นประชาธิปไตย หรือ เป็นของประชาชน แต่ในความเป็นจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไปครับ
ในที่นี้ผมจะขอยกตัวอย่าง
เอาสัก 6 ประเทศก็แล้วกันนะครับ
🇰🇵 1. เกาหลีเหนือ
ชื่อเต็ม: The Democratic People's Republic of Korea
(สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี)
อุดมคติที่ประกาศ
เป็น “ประชาธิปไตย” และ “ของประชาชน”
แต่ความเป็นจริง:
ปกครองแบบ เผด็จการเบ็ดเสร็จ (Totalitarian Dictatorship) โดยตระกูลคิมมาตั้งแต่รุ่นปู่ ไม่มีเสรีภาพ ไม่มีการเลือกตั้งจริง ทุกอย่างควบคุมโดยรัฐ
🇱🇦 2. ลาว
ชื่อเต็ม: Lao People's Democratic Republic
(สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว)
อุดมคติที่ประกาศ
ประเทศประชาธิปไตยที่ประชาชนมีอำนาจ
แต่ความเป็นจริง
ปกครองโดย พรรคคอมมิวนิสต์พรรคเดียว (พรรคประชาชนปฏิวัติลาว) ไม่มีการเลือกตั้ง
การควบคุมเข้ม เสรีภาพจำกัด
🇰🇭 3. กัมพูชา
ชื่อเต็ม: Kingdom of Cambodia
(ราชอาณาจักรกัมพูชา)
อุดมคติที่ประกาศ
ระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ + ประชาธิปไตยแบบเลือกตั้ง
แต่ความเป็นจริง
เป็นระบอบอำนาจนิยมเลือกตั้ง (Electoral Autocracy) พรรคฝ่ายค้านถูกยุบ ผู้นำครองอำนาจยาวนานกว่า 30 ปี (ฮุนเซนส่งต่ออำนาจให้ลูก) เลือกตั้งก็จริง แต่ไม่เสรี ไม่ยุติธรรม
🇻🇳 4. เวียดนาม
ชื่อเต็ม: The Socialist Republic of Vietnam
(สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม)
อุดมคติที่ประกาศ
สังคมนิยม ประชาธิปไตยของประชาชน
ความเป็นจริง
ปกครองโดย พรรคคอมมิวนิสต์พรรคเดียว
ไม่มีฝ่ายค้านหรือการเลือกตั้งแข่งขัน แต่เปิดเศรษฐกิจแบบทุนนิยมบางส่วน
🇹🇭 5. ไทย
ชื่อเต็ม: Kingdom of Thailand
(ราชอาณาจักรไทย)
อุดมคติที่ประกาศ
ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ (Monarchy under Constitution) มีระบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา เลือกตั้งผู้นำได้
แต่ความเป็นจริง
(โดยเฉพาะในช่วงหลังรัฐประหาร 2557)
มีโครงสร้างรัฐสภาแบบ ครึ่งประชาธิปไตยครึ่งเผด็จการ เช่น
วุฒิสภาแต่งตั้ง
อำนาจตุลาการ-องค์กรอิสระที่ไม่อิสระจริง
มีการยุบพรรคฝ่ายค้านซ้ำซาก
เสรีภาพการแสดงออกจำกัด
🇨🇳 จีน
ชื่อเต็ม: “People’s Republic of China”
(สาธารณรัฐประชาชนจีน)
อุดมคติที่ประกาศ
เป็น "ของประชาชน" (People's Republic)
เป็น "สาธารณรัฐ" ไม่ใช่กษัตริย์ ไม่ใช่เผด็จการ
ปกครองด้วยระบบที่ประชาชนมีส่วนร่วม
แต่ความเป็นจริง
ปกครองโดย พรรคคอมมิวนิสต์จีนพรรคเดียว (CCP)
ไม่มีการเลือกตั้งผู้นำ ไม่มีพรรคฝ่ายค้าน
ควบคุมเสรีภาพในการพูด เข้มงวดสื่อ อินเทอร์เน็ต และการประท้วง
แม้จะบอกว่า “ประชาชนมีอำนาจ” แต่ในทางปฏิบัติ
อำนาจอยู่ในมือชนชั้นนำของพรรคเท่านั้น
เศรษฐกิจแบบทุนนิยมเปิดกว้าง แต่การเมืองเป็นอำนาจนิยมอย่างเข้มข้น
สรุปเปรียบเทียบ
ชื่อเต็มประเทศ
อุดมคติและความจริงที่ปกครองอยู่
🇰🇵 เกาหลีเหนือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ประชาธิปไตยของประชาชน เผด็จการเบ็ดเสร็จโดยตระกูลคิม
🇱🇦 ลาว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประชาธิปไตยของประชาชน คอมมิวนิสต์พรรคเดียว
🇻🇳 เวียดนาม สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สังคมนิยมประชาธิปไตย คอมมิวนิสต์พรรคเดียว + เปิดตลาด
🇰🇭 กัมพูชา ราชอาณาจักรกัมพูชา ราชาธิปไตยประชาธิปไตย เผด็จการเลือกตั้ง (ฮุนเซนครองอำนาจ)
🇹🇭 ไทย ราชอาณาจักรไทย ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ประชาธิปไตยแบบควบคุม เสรีภาพจำกัด
🇨🇳 จีน สาธารณรัฐประชาชนจีน(People’s Republic of China) ประเทศเป็นของประชาชน มีระบบสาธารณรัฐที่เน้นความเท่าเทียมและอำนาจประชาชน พรรคคอมมิวนิสต์พรรคเดียว ควบคุมอำนาจทุกด้าน ไม่มีการเลือกตั้งแข่งขัน เสรีภาพจำกัด เป็นเผด็จการพรรคเดียวแบบอำนาจนิยม
คำถามคือ ทำไมหลายประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตย กลับใส่คำว่า “ประชาธิปไตย” หรือ “ของประชาชน” ไว้ในชื่อประเทศของตัวเองอย่างภูมิใจ
1. เพื่อสร้าง “ภาพลักษณ์” ว่าตัวเองชอบธรรม การมีคำว่า “ประชาธิปไตย” หรือ “ของประชาชน” สร้างความรู้สึกว่ารัฐนี้ไม่มีการกดขี่ ประชาชนมีส่วนร่วมเสมอ ถึงแม้ในความจริงประชาชน ไม่มีอำนาจจริง เลยก็ตาม
อย่างเช่น เกาหลีเหนือ = สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี แต่ผู้นำสืบทอดอำนาจแบบราชวงศ์ ไม่เคยเลือกตั้งจริง
2. เพื่อ “ชุบความ正当 (ชอบธรรม)” ของระบอบเผด็จการ ในยุคสงครามเย็น ฝั่งคอมมิวนิสต์ต้องการบอกว่า “ของเราเองก็เป็นประชาธิปไตย”แต่เป็น ประชาธิปไตยของชนชั้นแรงงาน ไม่ใช่แบบเสรีนิยมของตะวันตก พวกเขาเรียกระบบตนว่า “ประชาธิปไตยประชาชน” (People’s Democracy) แต่ความจริงคือ พรรคเดียวควบคุมทุกอย่าง
3. เพื่อหลอกประชาชนในประเทศตัวเอง เมื่อประชาชนไม่ได้รับการศึกษาทางการเมืองอย่างเปิดกว้าง การใส่คำว่า “ประชาธิปไตย” ทำให้คนเชื่อว่า “ประเทศของฉันก็เป็นประชาธิปไตยแล้ว”
สื่อถูกควบคุม คนไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบ
เหมือนคุณตั้งชื่อบริษัทว่า “อาหารคลีนเพื่อสุขภาพ” ทั้งที่ขายของทอดน้ำมันดำปี๋ แต่ลูกค้าไม่รู้
1
4. เพื่อใช้ต่อสู้เชิงอุดมการณ์ในเวทีโลก
การที่ประเทศมีคำว่า “ประชาธิปไตย” ทำให้ดูดีบนเวทีโลก ทำให้ยากที่ชาติอื่นจะโจมตีตรงๆ ว่า “คุณเป็นเผด็จการ” เพราะเขาจะตอบกลับว่า เราก็ประชาธิปไตย แต่เป็นในแบบของเรา
อย่างเช่น จีน เรียกระบบตัวเองว่า “ประชาธิปไตยแบบจีน” (Chinese-style democracy) ทั้งที่ไม่มีการเลือกตั้งเสรีเลยก็ตาม
1
ประชาธิปไตย" ที่อยู่ในชื่อประเทศหลายแห่ง = เป็นแค่ชื่อแฟนซี ไม่ใช่ความจริง แต่มันคือการเอาคำว่าประชาธิปไตยมาบังระบบเดิมของตัวเองไว้ เพื่อให้ดูชอบธรรมและน่าภาคภูมิใจ ทั้งต่อคนในและนอกประเทศ
ทีนี้ก็มาถึงคำถามที่ว่า
ระบบการปกครองแบบไหนที่ดีที่สุด คำตอบก็คือระบบปกครองที่ตายตัวมันไม่มีครับ ในแต่ละประเทศก็นำระบบการปกครองแต่ละแบบมาผสมรวมกันหมดเลยครับ จะยกตัวอย่างให้ดูนะครับ
ประเทศที่มีลักษณะ
เอาประชาธิปไตยมาผสมกับคอมมิวนิสต์
คือ ประเทศกลุ่มนอร์ดิก (สวีเดน นอร์เวย์ ฟินแลนด์ )
ใช้ระบบประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ + รัฐสวัสดิการหนัก เช่น การศึกษา-สุขภาพฟรี ภาษีสูง กระจายรายได้
แต่ไม่ใช่คอมมิวนิสต์ แต่มีแนวคิด “สังคมนิยมประชาธิปไตย” (Social Democracy)
ประเทศที่มีลักษณะ
เอาคอมมิวนิสต์มาผสมประชาธิปไตย
จีน พรรคคอมมิวนิสต์ปกครองเด็ดขาด
แต่มีระบบ “ประชาธิปไตยภายในพรรค” (ตามที่พรรคอธิบาย) เปิดเสรีบางด้านทางเศรษฐกิจ แต่ควบคุมการเมือง
เวียดนาม มีพรรคเดียว คือพรรคคอมมิวนิสต์
แต่เปิดเศรษฐกิจ (Socialist-oriented market economy) ประชาชนเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นได้ พยายามรักษา “ภาพลักษณ์ประชาธิปไตยแบบจำกัด” ไว้ในระบบคอมมิวนิสต์
จีนกับเวียดนาม เรียกว่า “รัฐสังคมนิยมแบบตลาด” (Market Socialism) ซึ่งต่างจากคอมมิวนิสต์แบบสุดโต่งแบบเกาหลีเหนือ หรือโซเวียตที่เคยล่มสลายไป
สรุปก็คือไม่มีการปกครองแบบใดที่ดีที่สุด มันขึ้นอยู่กับแต่ละท้องถิ่นภูมิภาค ว่าจะจับเอาการปกครองที่เหมาะสมกับวัฒนธรรมของตัวเองมาใช้อย่างไร จับเล็กผสมน้อยในแต่ละระบอบ เพื่อให้เหมาะสมกับประเทศตัวเอง
อย่างเช่น การปกครองที่คนทั้งโลกอยากได้ที่สุดก็คือการเอาประชาธิปไตยมาผสมคอมมิวนิสต์ ได้ออกมาเป็น ประชาธิปไตยสังคมนิยม ที่มี เสรีภาพเต็ม / เลือกตั้ง เศรษฐกิจตลาด + ภาษีเพื่อความเท่าเทียม อย่างเช่นประเทศ สวีเดน ฟินแลนด์ ฯลฯ เป็นต้นครับ
โฆษณา