Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
วรภพ วิริยะโรจน์
•
ติดตาม
27 มิ.ย. 2025 เวลา 02:26 • การเมือง
[ “เสียไม่จ่าย ได้จะเอา” ตอน 2 ทำธุรกิจแบบเจ้าสัวไทย...
[ “เสียไม่จ่าย ได้จะเอา” ตอน 2 ทำธุรกิจแบบเจ้าสัวไทย จ้างอดีตผู้บริหาร AOT มาเป็น CEO เพื่อเจรจาแก้ไขสัญญาสัมปทานกับ AOT ]
จากประเด็น การขอยื่นเจรจายกเลิกสัญญา Duty Free 5 สนามบิน ต่อ AOT ที่อาจจะกระทบรายได้ของ AOT ที่กระทรวงการคลังถือหุ้น 70% ถึง 5,000 ล้านบาทต่อปี! ซึ่งเป็นอีกครั้งที่ย้ำวิธีการเดิมๆของการทำธุรกิจของเจ้าสัวไทย คือ ประมูลให้ได้สัญญาสัมปทานมาก่อน แต่ถ้าจะขาดทุนก็หาเหตุผลมาขอเจรจาแก้ไขสัญญาเอาทีหลัง หรือ “เสียไม่จ่าย ได้จะเอา”
แต่มหากาพย์นี้ ฉายให้เห็นอีกวิธีการทำธุรกิจของกลุ่มทุนไทย ตอน 2 คือ การจ้างอดีตผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจ AOT เพื่อมาเป็น CEO ของบริษัทเอกชน ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเป็นคนมาเจรจาแก้ไขสัญญาสัมปทานกับ AOT ซึ่งรักษาการ MD ของ AOT คนปัจจุบัน ก็เป็นอดีตลูกน้องเก่าของ CEO ของบริษัทเอกชนที่ว่านี้ด้วย
ซึ่ง CEO คนเดียวกันนี้ เป็นผู้บริหาร MD ของ AOT ถึง 8 ปี ปี 58 - 66 ย่อมรู้ข้อมูลภายในเชิงลึกและมีความสัมพันธ์กับคนในองค์กร AOT เป็นอย่างดี นี่คือความได้เปรียบในการเจรจาแก้ไขสัญญาสัมปทาน Duty Free ครั้งนี้
และ CEO คนเดียวกันนี้ ก็เป็น ผู้บริหารคนเดียวกับที่ แก้ไขสัญญาสัมปทานและผ่อนยันเงื่อนไขให้กับกลุ่มทุน Duty Free ช่วงโควิดมามากกว่า 8 ครั้ง เช่น การเปลี่ยนเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนขั้นต่ำ Minimum Guarantee จากเงินก้อนรวมที่ชนะประมูลมา (23,548 ล้านบาท ต่อปี) เป็น ผลตอบแทนขั้นต่ำต่อจำนวนผู้โดยสาร ก็ทำมาแล้ว
และ CEO คนเดียวกันนี้ ก็เป็น ผู้บริหารคนเดียว กับช่วงที่เปิดประมูล สัมปทาน Duty Free ในช่วง ปี 62 ที่กำหนดเงื่อนไขที่ชวนสงสัย ตั้งแต่ว่า ต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ Duty Free มาก่อน ซึ่งประเทศไทยก็มีอยู่เพียงรายเดียว!
และ ตอนประมูล ปี 62 ก็ยังกำหนดให้รวมสัญญาสัมปทาน Duty Free ทุกประเภทสินค้าเป็นสัญญาเดียวกัน แทนที่จะแยกสัมปทาน แต่ละประเภทสินค้าที่แตกต่างกัน เพราะ เอกชนย่อมมีความเชี่ยวชาญในการขายแต่ละประเภทสินค้าที่แตกต่างกัน ซึ่งจะทำให้การประมูลผลตอบแทนให้รัฐแตกต่างกันได้ถ้ามีการแยกสัญญาสัมปทาน ดังเช่นที่ เกาหลีใต้ มีการแบ่งสัมปทาน ออกเป็น 6 สัญญา ตามแต่ละประเภทสินค้า ซึ่งทำให้มีรายได้ต่อหัวผู้โดยสารจาก Duty Free ที่มากกว่าไทยถึง 5.5 เท่า (ข้อมูลจาก TDRI, 2562)
และ CEO คนเดียวกันนี้ก็ได้สัมภาษมาแล้ว ว่าต้องการที่จะเจรจาแก้ไขสัญญาให้กับกลุ่มทุน Duty Free ให้เป็นธรรมและเหมาะสมกับบริบท ทั้งๆที่ CEO คนเดียวกันนี้ เป็น ผู้บริหาร AOT ที่แก้ไขสัญญาเมื่อตอนโควิด เป็น ผลตอบแทนขั้นต่ำต่อจำนวนผู้โดยสาร มาแล้ว
ดังนั้นจึงชวนทุกคนติดตาม มหากาพย์ การเจรจาแก้ไขสัญญาสัมปทาน Duty Free ครั้งนี้ ว่าภายใต้การบริหารของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยกำลังจะแก้ไขสัญญาเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนผูกขาด เจ้าสัวไทย กันอีกครั้งหรือไม่อย่างไร และ เทคนิคการทำธุรกิจของเจ้าสัวไทย ที่จ้างอดีตผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ มาเป็นผู้เจรจาแก้ไขสัญญาสัมปทานกับรัฐ จะทำให้ประเทศชาติเสียผลประโยชน์มากแค่ไหน?
1 บันทึก
3
1
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย