1 ก.ค. 2025 เวลา 06:48 • สุขภาพ

💢ทำไมต้องระวังการใช้ PPIs นานกว่า 3 เดือน

ข้อมูลพื้นฐาน
- PPIs (Proton Pump Inhibitors) เป็นยาลดกรดที่ใช้รักษาโรคกรดไหลย้อน และแผลในกระเพาะอาหาร
- ยากลุ่มนี้รวมถึงโอมิพราโซล (omeprazole), แลนโซพราโซล (lansoprazole), แพนโทพราโซล (pantoprazole), อีโซมิพราโซล (esomeprazole)
- ยาโอมิพราโซลเริ่มใช้ครั้งแรกในปี 1988 และเป็นยาที่มีการสั่งจ่ายมากที่สุดในโลก
♉ความเสี่ยงมะเร็งจากการใช้ยาวนาน
1. หลักฐานทางวิทยาศาสตร์:
- การใช้ PPIs นานกว่า 3 เดือนเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร 1.5-2.4 เท่า
- การใช้ PPIs นานกว่า 1 ปีเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งทางเดินอาหาร 2.98 เท่า
- ในการใช้ยานานกว่า 3 เดือน ยาโอมิพราโซลและแลนโซพราโซล มีความสัมพันธ์กับมะเร็งมากกว่าแพนโทพราโซล และ อีโซมิพราโซล
(ราบีพราโซลและเดกซ์แลนโซพราโซลไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ เนื่องจากมีข้อมูลน้อย )
♉กลไกที่เป็นไปได้:
- ความเป็นด่างในกระเพาะอาหารที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ เกิดการอักเสบมากขึ้น จนเกิดสารก่อมะเร็ง (carcinogens)
- ความเป็นด่างในกระเพาะอาหารที่เพิ่มขึ้น กระตุ้นให้ร่างกายปรับสมดุลย์ด้วยการหลั่งฮอร์โมนแกสตรินเพิ่มขึ้น (hormone gastrin) จนทำให้เกิดภาวะเพิ่มจำนวนเซลล์ผิดปกติ จนเกิดเนื้องอกในที่สุด
- ความเป็นด่างในกระเพาะอาหารที่เพิ่มขึ้น ทำให้การดูดซึมวิตามิน (B12, C, D) และแร่ธาตุ (Ca, Mg, Fe, Zn) ลดลง ทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โลหิตจาง โรคตับโรคไต กระดูกพรุน ติดเชื้อต่างๆได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Clostridium difficile, non-typhoid Salmonella, Campylobacter, Enterococci, community-acquired pneumonia จนอาจก่อให้เกิดการกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ผิดปกติ
- PPI มีส่วนทำให้เกิดการแพร่กระจายของ ECL cells ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเริ่มต้นของมะเร็ง
(Enterochromaffin-like cells คือ เซลล์ประสาท-ต่อมไร้ท่อ - neuroendocrine ชนิดหนึ่งที่พบในเยื่อบุกระเพาะอาหาร ทำหน้าที่หลักในการผลิตและหลั่งฮีสตามีน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร)
♉ความเสี่ยงมะเร็งที่คาดการณ์
Omeprazole, Lansoprazole > Pantoprazole, Esomeprazole > Famotidine
⭕ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า
- ยา famotidine (ยากลุ่ม H2 blockers) การใช้ในระยะยาวมีความสัมพันธ์กับมะเร็งน้อยกว่า
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม: ควบคุมน้ำหนัก หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ไม่นอนหลังกินอาหาร
⭕คำแนะนำการใช้ยา
1. ควรใช้ PPIs เฉพาะเมื่อจำเป็นและใช้ในระยะสั้น (<3 เดือน) ซึ่งจะมีความปลอดภัย
2. สำหรับบางคน ประโยชน์ของ PPI มีมากกว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และยังคงเป็นทางเลือกการรักษาที่สำคัญสำหรับกรดไหลย้อนและอาการอื่นๆที่เกี่ยวข้อง หากต้องใช้ยาวนาน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง
3. ตรวจสุขภาพเป็นประจำหากมีอาการน่าสงสัย เช่น น้ำหนักลด อุจจาระเป็นเลือด
แม้ว่าผลลัพธ์เหล่านี้อาจยืนยันถึงความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งที่ลดลงที่เกี่ยวข้องกับแพนโทพราโซลและอีโซมิพราโซล แต่การตัดสินใจทางคลินิกควรยึดตามหลักฐานทางการแพทย์เสมอ เมื่อการวิจัย PPI ก้าวหน้าขึ้น ความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความเสี่ยงของมะเร็งก็จะก้าวหน้าตามไปด้วย
นอกจากนี้ การศึกษาทางคลินิกในระยะยาวที่เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของยากลุ่ม H2 blockers เช่น famotidine ถือเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้เห็นภาพความสัมพันธ์เหล่านี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะช่วยให้ตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคกรดไหลย้อนเรื้อรังได้อย่างมีข้อมูลมากขึ้น
🧑‍🔬บทบาทของเภสัชกรร้านยา
ควรให้ความสนใจกับผู้ที่ใช้ยากลุ่ม ppi ติดต่อกันเป็นเวลานาน รวมทั้งตั้งข้อสังเกตกับผู้ที่ใช้ยาริดสีดวงหรือยาแก้ปวดเป็นเวลานาน​
สัญญาณเตือนที่ต้องระวัง
- อุจจาระมีเลือดสีแดงเข้มหรือดำคล้ายยางมะตอย
- น้ำหนักลดฮวบโดยไม่ทราบสาเหตุ
- อ่อนเพลียเรื้อรัง
- ท้องผูกสลับท้องเสีย
- ปวดท้องหรืออาเจียนจากลำไส้อุดตัน
😀ใข้ยาระวังพิษ รักชีวิตอย่าคิดลองยา
มีปัญหาเรื่องการใช้ยา เชิญปรึกษาเภสัชกร
💢Proton Pump Inhibitors and Cancer Risk: A Comprehensive Review of Epidemiological and Mechanistic Evidence, J. Clin. Med. 2024
Warning as over-the-counter drug used by millions is linked to increase risk of bowel cancer
These over-the-counter drugs are linked to rising bowel cancer cases in young adults
.
BETTERCM 2025.07. 01
💥
FAMOTIDINE ฟาโมทิดีน
โฆษณา