Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สงคราม story
•
ติดตาม
5 ก.ค. 2025 เวลา 05:37 • การเมือง
บิ๊กตุ๋ย ท.ทหารอดทน
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ก่อนที่จะไปอ่านบทความนี้ ผู้เขียนขอให้ทุกท่านโปรดช่วยกดไลก์ กดติดตาม และกดแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนในการทำบทความต่อๆไป
สำหรับท่านใดที่มีเรื่องใดน่าสนใจ ท่านสามารถส่ง inbox ข้อความมาได้ที่ Facebook Supakrit Falcon หากเรื่องใดโดนใจผู้เขียนจะนำเรื่องราวไปศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อเตรียมการเสนอครั้งต่อไป
"มันก็เลยต้องปีน ปีนให้สูงขึ้นไป
ไม่ว่าสูงเท่าใด (ลาลาลา ล้าลาลาลา)
มันก็เลยต้องปีน ปีนให้สูงขึ้นไป
จะยากเย็นเท่าไร (ลาลาลา ล้าลาลาลา)
จะต้องเจ็บกี่ครั้ง ตกลงมากี่หน
สิ่งเดียวที่ต้องอดทน
ลำบากลำบน เพื่อใฝ่และฝัน
จะต้องเจ็บกี่ครั้ง และต้องเจ็บกี่ครั้ง"
เนื้อเพลงนิทาน วง Musketeers
เนื้อเพลงข้างเพลงต้นสามารถใช้ในการสอบของโรงเรียน สอบเข้ามหาวิทยาลัย หรือเปิดฟังเพื่อให้มีกำลังใจก็สามารถทำได้ กำลังใจอาจไม่ได้มาจากคนหรือสิ่งของ อาจมาจากเพลงๆหนึ่งที่เราฟังแล้วมีกำลังใจขึ้นในการใช้ชีวิตหรือทำงานใดๆก็แล้วแต่ เพลงนี้ผู้เขียนฟังตอนช่วงเด็กจนมีกำลังใจขึ้นมาเพื่อจะไปสอบเตรียมทหาร
เพื่อไปเป็นทหารแบบบุคคลที่จะกล่าวถึงในวันนี้ บุคคลท่านนี้อาจเป็นแรงบันดาลใจสำหรับน้องๆที่อยากเป็นทหารตามท่าน ไม่ว่าจะได้เป็นทหารเหล่าใดขอให้ท่านเป็นไอดอลของน้องๆว่าที่นักเรียนเตรียมทหารอีกท่านหนึ่งเหมือนกับศิลปินที่เราชอบ บัดนี้เรื่องราวที่ผู้เขียนจะถ่ายทอดได้ถูกเปิดม่านขึ้นแล้ว ขอเชิญพบกับบุคคลต้นแบบ พลเอก อิสระพงศ์ หนุนภักดี
พลเอก อิสระพงศ์ หนุนภักดี
พลเอก อิสระพงศ์ หนุนภักดี หรือ “บิ๊กตุ๋ย” เกิดเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2476 ท่านเป็นบุตรชายของ พลตำรวจโท ฉัตร หนุนภักดี อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธร และนางประยง หนุนภักดี จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนอำนวยศิลป์ แล้วเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 5
(จปร.5),
▶️ชีวิตทหาร
ในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า หรือนายร้อยจปร. ตั้งอยู่ที่ถนนราชดำเนินนอก ไม่ได้ตั้งอยู่อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก แบบที่เราๆท่านๆคุ้นเคย ชีวิตที่นี่ไม่ได้มีแค่ฝึกระเบียบวินัย แต่ยังมีการเล่นกีฬาผ่อนคลาย ซึ่งตัวท่านเอวก็เคยผ่านจุดๆนั้นมาก่อน ในจปร.5 มีเพื่อนรุ่นเดียวกันเช่น "บิ๊กสุ" พลเอกสุจินดา คราประยูร "บิ๊กจ๊อด" พลเอกสุนทร คงสมพงษ์
ว่ากันว่าจปร.5 เป็น รุ่นเดียวในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ได้ขึ้นคุมกำลังระดับแนวหน้าของกองทัพ เพราะแต่ละคนภาษาทหารเขาเรียก "มีแสงในตัวเอง" หรือ มีบารมี จึงไม่แปลกที่จะมีลูกน้องเพียบ และทั้งรุ่นค่อนข้างเป็นปึกแผ่นโดยมอบให้บิ๊กสุเป็นรับบทเป็นแกนนำของเพื่อนๆมาโดยตลอดตั้งแต่เรียน
เมื่อเข้าเป็นทหารเต็มตัวจึงไปเรียนหลักสูตรกระโดดร่ม การที่ท่านได้รับปีกโดดร่มของกองทัพบกไทยนับว่าเป็นการได้รับเครื่องหมายอันทรงเกียรติ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความเด็ดเดี่ยว กล้าหาญ และยอมเสียสละเพื่อป้องกันประเทศชาติ ท่านและเพื่อนทหารรุ่นเดียวกันอย่าง "บิ๊กจ๊อด" และ "บิ๊กสุ" รวมถึงทหารท่านอื่นๆที่ไม่ได้กล่าวถึง
เป็นทหารพลร่มที่ได้สำเร็จการฝึกและมีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจส่งทางอากาศ ตลอดจนทุกภารกิจที่ได้รับมอบในฐานะนักรบกล้าแห่งกองทัพบกที่พร้อมสละชีพเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์และประชาชน จนวินาทีสุดท้าย
ทหารไทยในสงครามเวียดนาม
เมื่อเข้าเรียนหลักสูตรจู่โจมโดยใช้ระยะเวลาฝึก 10 สัปดาห์ จึงได้รับเครื่องหมายเสือคาบดาบ สำหรับเครื่องหมายนี้ประกอบด้วย หัวเสือหมายถึงสัญลักษณ์ของอำนาจ ความเป็นเจ้าป่า และความโหดต่อศัตรูของมัน ต่อมาเป็นดาบ หมายถึงสัญลักษณ์การต่อสู้ ความแหลมคมของดาบหมายถึงสติปัญญาอันเฉียบแหลมของทหารจู่โจม ปิดท้ายด้วยช่อชัยพฤกษ์ หมายถึง สัญลักษณ์ความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า อีกทั้งเป็นตัวอย่างและผู้นำที่ดีของกองทัพบก
เมื่อจบหลักสูตรรบพิเศษ (เสือคาบดาบ) รุ่นที่ 12 ตามมาด้วยการเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบกและวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 29 จนเติบโตในหน้าที่การงาน
▶️ผลงานในการรับราชการทหาร
รับราชการครั้งแรกในปี พ.ศ.2501 ในตำแหน่งผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองพันที่ 3 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ จากนั้นได้เจริญก้าวหน้าในหน้าที่เป็นลำดับ จากผู้หมวดหนุ่มขึ้นเป็นนายพันจนได้รับแต่งตั้งเป็นรองผู้ช่วยทูตทหารบก ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน ในปี พ.ศ.2515 เมื่อกลับมาไทยจึงได้เป็นผู้บังคับกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ในปี พ.ศ.2522
เป็นผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ พ.ศ.2527 แล้วขึ้นคุมภาคอีสานด้วยตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 ในปี พ.ศ.2529 มีเรื่องเล่าในขณะที่ท่านดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 ช่วงที่เกิดสงครามช่องบก ว่าท่านเป็นคยสั่งการให้กำลังทหารไทยทั้งหมดเข้าโจมตีเพื่อขับไล่กำลังเวียดนามให้ถอนตัวจากเนินต่างๆ ให้เร็วที่สุด
ทหารไทยในสงครามเวียดนาม
ต่อมาเมื่อพบว่าเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่จนเป็นผลกองทัพไทยไม่ประสบความสำเร็จในการโจมตีระลอกแรก ท่านได้ตัดสินใจเปลี่ยนยุทธวิธีจากการเข้าตีแบบเดิมไปเป็นการ ทำงานหลังแนวข้าศึกโดยใช้ยุทธวิธีกองโจร ดังนั้นท่านได้สั่งให้พลตรี ประจักษ์ วิสุตกุล จัดตั้งค่ายฝึกประจักษ์ขึ้นที่ภูน้อยทันที เพื่อฝึกหน่วยรบขนาดเล็กสำหรับการทำงานหลังแนวข้าศึก
ท่านเคยลั่นวาจาต่อหน้าลูกน้องว่า "ถ้าพี่ทำงานนี้ ไล่มันไม่สำเร็จ พี่ขอลาออกจากแม่ทัพ" ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบอย่างสูงต่อการควบคุมกำลังพล ไม่เพียงเท่านี้ท่านไปเยี่ยมทหารที่บาดเจ็บด้วยตัวเอง และกำชับให้ดูแลเรื่องสิทธิและสวัสดิการแก่กำลังพลที่บาดเจ็บอย่างเต็มที่
ในสงครามดังกล่าวท่านได้แสดงออกถึงความเป็นผู้นำที่ไม่ทอดทิ้งลูกน้อง โดยได้ออกไปยังพื้นที่อันตรายซึ่งเต็มไปด้วยทุ่นระเบิดด้วยตนเอง เพื่อไปดูศพทหาร 3 นายที่เสียชีวิตจากกับดักทุ่นระเบิดของทหารเวียดนาม
จากคำสัมภาษณ์ของทหารพราน บัณฑิต คำศรีเมือง ที่ผ่านการสัมภาษณ์โดยพลตรี ศนิโรจน์ ธรรมยศ หรืออาจารย์หนุ่ม ได้มีการกล่าวถึงพลเอก อิสระพงศ์ หนุนภักดี ว่าท่านเป็นแม่ทัพที่เสี่ยงตายเข้าเยี่ยมลูกน้องถึงแนวที่ปะทะกับศัตรูโดยตรง โดยไม่ห่วงว่ากระสุน ปืนใหญ่ หรือระเบิดจะโดนตัวท่าน
ทหารไทยในสงครามเวียดนาม
ระหว่างทหารไทยกับทหารเวียดนามกำลังเผชิญหน้ากันในสงครามช่องบก ท่านสั่งให้เข้ายึดเนินที่ข้าศึกถอนไปทั้งหมด เพื่อให้ชัยชนะครั้งนี้เป็นชัยชนะอย่างเด็ดขาดของกองทัพไทย และท่านจะขึ้นไปเยี่ยมทหารบนเนินต่างๆ ด้วยตนเองทั้งยามสงครามและยามสงบ
กองทัพไทยได้ทำการผลักดันกองกำลังทหารเวียดนามเฮงสัมรินให้ออกจากพื้นที่เนิน 500 และพื้นที่อื่นๆ ของประเทศไทยจนกลายเป็นผลสำเร็จ ทั้งนี้เกิดจากความสามัคคีของทหารทุกหน่วยที่เข้าไปปฏิบัติการณ์ในพื้นที่ โดยมีพลเอก อิสระพงษ์ หนุนภักดี แม่ทัพภาคที่ 2 ในขณะนั้นเป็นผู้นำ
หลังผ่านด่านแม่ทัพขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการทหารบก ในปี พ.ศ.2533, ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกระหว่างวันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2535-31 กรกฎาคม พ.ศ.2535
ทหารไทยในสงครามเวียดนาม
▶️ชีวิตการเมือง
ในการรัฐประหาร พ.ศ.2534 พล.อ.อิสระพงศ์นับเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีบทบาทสำคัญ ด้วยการเป็นรองผู้บัญชาการทหารบก และมีตำแหน่งเป็นเลขาธิการคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) อันมี พลเอก สุนทร คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานด้วย จากนั้นจึงได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกต่อจาก พลเอก สุจินดา คราประยูร ที่ได้รับโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงถูกมองว่าทั้งหมดนี้เป็นการสืบทอดอำนาจของคณะ รสช.
เนื่องจากความสัมพันธ์ส่วนตัวของ พลเอกอิสระพงศ์ กับ พลเอกสุจินดา ถือว่าสนิทสนมกันมาก เพราะเป็นนายทหารที่จบการศึกษาในรุ่นเดียวกัน อีกทั้งคุณหญิงวรรณี คราประยูร ภริยาของ พลเอก สุจินดา ก็เป็นน้องสาวแท้ๆ ของท่าน และลูกพี่ลูกน้องของท่าน คือ พลโท ชัยณรงค์ หนุนภักดี (ยศในขณะนั้น) ก็ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 ที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาความมั่นคงด้วย
▶️เพลงทะเลใจ
พี่แอ๊ด คาราบาว กล่าวถึงที่มาของเพลงนี้ว่าเพลงนี้ถูกเขียนขึ้นมา หลังจากที่พี่แอ๊ดได้หลบหนีไปพักที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้ทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และตกผลึกออกมาผ่านเพลง ‘ทะเลใจ’
“ทะเลใจนี่เขียนไม่ถึงชั่วโมง เขียนให้พี่ตุ๋ย (พลเอก อิสระพงศ์ หนุนภักดี) น่ะ คือค่อนข้างสนิทกัน สมัยแกเป็นแม่ทัพภาค 2 ช่วงนั้นผมออกตระเวนสายอีสาน ได้ร่วมทำโครงการอีสานเขียว พี่ตุ๋ยนี่บางครั้งแกก็ขับรถมาหาผมเอง บางครั้งก็เรียกผมไป มีงานวันเกิดวันอะไร ก็ต้องมีผม ความจริงโดยนิสัยแล้วแกดี ผมก็นับถือแก
แต่พอเกิดเหตุการณ์พฤษภา มันก็รู้ละว่าใครเป็นยังไง จากที่เคยมีคนมาบอกมาเล่าว่านายทหารคนนี้ มันดียังงั้น คนนั้นมันโกงอย่างนี้ ก็ได้พิสูจน์ด้วยตัวเอง ตอนพฤษภา ผมต้องหนีตายขึ้นไปเชียงใหม่ พอกลับลงมาวันนั้นก็เขียนเพลงนี้เลย ...”
พี่แอ๊ดและวงคาราบาว
โดยพี่แอ๊ด มีความตั้งใจที่เขียนเพลงนี้ เพื่ออุทิศให้กับ “บิ๊กตุ๋ย" พลเอก อิสระพงศ์ หนุนภักดี 1 ในผู้นำ “คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ” จากสิ่งที่บอกต่อมาถึงพี่แอ๊ดว่า บิ๊กตุ๋ยนั้นที่จริงแล้วเป็นคนดี แต่เกิดขึ้นเพราะสถานการณ์พาไป
“... มนุษย์เรานี่ ความโลภเป็นตัวที่นำพาไปสู่ความหายนะ ถ้าเราสามารถก้าวพ้นความอยากของเราในใจอันนี้ได้ ถึงจะมีความสุข มันอยู่ในใจของเรานี่เอง แต่ช่างกว้างใหญ่ยังกะทะเล ลึกเกินหยั่งถึง กว้างกว่าที่จะข้ามได้ แต่ถ้าทำได้เราก็ชนะ
ผมเขียนเพลงนี้ออกมาด้วยกีตาร์ตัวเดียว นั่งอยู่หน้าบ้าน ฮัมทำนองไปรอบสองรอบ เนื้อมันก็ออกมาเลยรวดเดียว” พี่แอ๊ด คาราบาว, พ.ศ. 2539
.
หลังจากอัลบั้มพฤษภา วางจำหน่ายออกไป นอกจากบทเพลง อย่าง ล้างบาง / คนเหล็ก / ใครฆ่าประชาชน ที่ได้รับความนิยมติดตามกันมา ตามความนิยมในฉบับ พี่แอ๊ด คาราบาว ยังมี “ทะเลใจ” ขึ้นแท่นเป็นเพลงฮิตของชุดนี้อย่างรวดเร็ว มาตั้งแต่วันนั้น
ทั้งความสำเร็จ และความสวยงามของบทเพลง ทำให้เพลงทะเลใจ ได้รับรางวัล “สีสันอะวอร์ดส” ครั้งที่ 5 ประจำปี 2535 สาขา “เพลงยอดเยี่ยม” อีกด้วย
พลเอก อิสระพงศ์ หนุนภักดี หลังเกษียณ
ทะเลใจ ไม่ได้กล่าวถึงแค่พลเอก อิสระพงศ์ หนุนภักดี แต่ยังเป็นบทเพลงที่แสดงแง่มุมความเป็นธรรมะ ชี้ให้คนฟังได้หันมาค้นพบความสุขของตัวเอง ด้วยความเรียบง่ายทางภาษา แต่จริงใจและงดงามด้วยความเข้าใจ ในภาษาเพลงของ พี่แอ๊ด ยืนยง โอภากุล
▶️ลูกชาย
ปัจจุบันมีลูกชายรับราชการสานงานต่อจากรุ่นพ่อนามสกุลหนุนภักดีคือ "บิ๊กอ๊อบ" พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนปัจจุบัน มีศักดิ์เป็นหลานอาของพลเอก ชัยณรงค์ หนุนภักดี อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด กับพลเอก ทวีศักดิ์ หนุนภักดี อดีตประธานกรรมการบริษัท นวนคร จำกัด(มหาชน) ท่าน (บิ๊กอ๊อบ) ไม่ได้เป็นแค่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดท่านมีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน (ผอ.ศอ.ปชด.)
▶️ถึงแก่อนิจกรรม
แน่นอนว่าทุกอย่างมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ไม่มีใครฝืนหลักปรัชญาที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ได้ สุดท้ายพลเอก อิสระพงศ์ หนุนภักดี ถึงแก่อนิจกรรมเนื่องจากการติดเชื้อในกระแสเลือด เมื่อวันที่ 17 กุมภาพาพันธ์ พ.ศ. 2560 เวลา 11.50 น. ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า สิริอายุ 83 ปี นี่แสดงให้เห็นว่าคนเราไม่ว่าจะมียศฐาบรรดาศักดิ์ยิ่งใหญ่เพียงใด สุดท้ายความตายนั้นยิ่งใหญ่เสมอ นี่เป็นการปิดตำนานทหารบกคนดังที่เคยทำความดีเพื่อชาติบ้านเมือง
พลเอก อิสระพงศ์ หนุนภักดีและทหารรุ่นน้อง
เรื่องราวของ พลเอก อิสระพงศ์ หนุนภักดี ก็จบลงแต่เพียงเท่านี้ สำหรับแบบอย่างใดที่ไม่ดีของท่านน้องๆที่จะไปเป็นทหารในอนาคตไม่ควรนำไปเป็นเป็นเยี่ยงอย่างเพราะอาจเสียชื่อต่อวงศ์ตระกูล กองทัพ และประเทศชาติ สิ่งใดที่ท่านทำไว้ดีแล้วน้องๆควรเก็บไว้แล้วนำไปพัฒนาตนเอง เพื่อที่จะได้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนากองทัพและประเทศชาติในภายภาคหน้า
ที่ผู้เขียนใช้คำว่าน้องๆกับผู้อ่านบางท่าน เพราะบทความนี้อาจมีน้องๆที่กำลังจะเตรียมสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารในปีหน้า หรืออาจมีนักเรียนนายร้อยจปร.เข้ามาอ่าน บทความนี้อาจเป็นกำลังใจและแรงบันดาลใจที่ดีในการรับใช้ชาติ สำหรับขณะนี้ผู้เขียนขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
smilingcat.eiei
Wassana Nanuam
Matichon
Wikipedia
มทบ.31
เสธ.เมี่ยงปร๊ะ
อาจารย์หนุ่ม พลตรี ศนิโรจน์ ธรรมยศ
CrazyGroovy - เครซี่กรูฟวี่
เรียบเรียงบทความ : จ่าหวาน เกรียงไกร
บันทึก
1
4
1
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย