5 ก.ค. เวลา 06:53 • ดนตรี เพลง

[รีวิวอัลบั้ม] LET THE KIDS...- UNLITLED >>> ปล่อยจอยความเยาว์

- กลับมาเขียนรีวิวอัลบั้มแรกในรอบ 2 เดือน หลังจากที่ผมได้เคลียร์ภาระที่ทำงานเก่าอันแสนยาวนาน มีทั้งเรื่องน่ายินดีและน่าขมขื่นปนกันไป เริ่มต้นนิมิตรหมายใหม่ด้วยอัลบั้มสองของคู่หูดูโอ้ฮิปฮอปที่น่าจับตามองอย่าง UNLITLED (อันลิทเทด) ประกอบด้วย เฟิร์ส-ปัณณวรรธ เอกวดี และ เพลง-พรภวิษย์ งามวิไล ถึงแม้ว่าอัลบั้มแรก Bird Eyes View เมื่อปี 2023 ทำให้พวกเขายังคงเป็นแร็ปเปอร์ใต้ดินที่ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากนัก
-ถ้าหากใครหลายคนที่ได้ลองเปิดใจโดยที่ตัดปัจจัยเรื่องชื่อเสียงออกไปก็จะค้นพบว่า เด็กพวกนี้มีเป้าประสงค์อยากสร้างความให้เปลี่ยนแปลงให้วงการฮิปฮอปไทยอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะการพูดถึงประเด็นเพื่อชีวิตรัวๆผ่านรูปโฉมของ Alternative Hiphop ที่แรปเปอร์ไทยน้อยรายจะนำเสนอมันออกมา ผมเคยให้ Bird Eyes View ติด Top Thai Album เมื่อปี 2023 ด้วยเหตุผลแห่งความกล้าหาญที่จะแตกต่างอย่างมีมันสมอง ความแตกต่างในที่นี้เริ่มจากสไตล์คนละขั้วของสองหนุ่มที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมาบรรจบลงเรือลำเดียวกันได้ไง
เพลง-พรภวิษย์ งามวิไล (ซ้าย) เฟิร์ส-ปัณณวรรธ เอกวดี (ขวา)
-ไอ้หนุ่มเฟิร์สมาเวย์ Old School ส่วนไอ้หนุ่มเพลงมาเวย์ Melodic Trap ที่ฟุ้งด้วย autotune (บางเวลาก็ชวนนึกถึง Easy-E เหมือนกันนะ แค่เสียงของน้องจะแหลมแปร๋นกว่า 55) แต่ก็ใช่ว่าต่างคนจะยึดติดเวย์เก่าเวย์ใหม่แค่มิติเดียว หากมีช่วงไหนที่ต้องใช้ autotune เฟิร์สก็ไม่ปฏิเสธ ขอเข้าร่วมไม่ต่อต้าน ในขณะที่เพลงไหนเข้าสู่โหมดจริงจัง ไอ้หนุ่มเพลงก็กลับมาใช้น้ำเสียงปกติในแบบไม่ reverb
-ไม่ใช่แค่รูปโฉมที่แตกต่าง แต่ยังเป็นการพรรณาความคิดสุด legit ในหลายๆแง่มุม ต้องบอกเลยว่า วงการฮิปฮอปไทยผมฟังน้อยมาก ติดตามไม่กี่คน หนึ่งในนั้นก็มีเด็กสองคนนี้แหละที่ผมอยากคล้อยตามไปกับพวกเขา สำหรับการกลับมาในรอบปีกว่าด้วย LET THE KIDS… มาพร้อมกับบริบทที่ชิวล์จริงตามปกอัลบั้มที่สองหนุ่มนั่งอยู่บนทุ่งหญ้าสะวันนาเลยครับ ไม่เคร่งขรึมทำทรงตึงเท่า BEV ด้วยความที่ตั้งชื่ออัลบั้มแบบปลายเปิดเว้นช่องว่างจุดไข่ปลาไว้ เป็นการปล่อยให้คนฟังเติมคำลิขิตให้พวกเขาไปในทิศทางใดแล้วแต่สะดวกเมื่อฟังจบ
-ที่แน่ๆพวกเขาอยากให้คนฟังได้ปล่อยจอยกันอย่างโล่งใจ เพราะชุดนี้แทบไม่ยึดติดคอนเซ็ปต์ทางใดทางนึง วาไรตี้สุดๆ ไม่ใช่แค่โหมดเพื่อชีวิต โหมด swag กวนตีน โหมดปาร์ตี้ ไม่เว้นแม้แต่โหมดโรแมนติกฟีลกู๊ดก็มีให้เห็นในอัลบั้มนี้
-KIDDO เปิดอัลบั้มอย่างเป็นมิตรด้วยแซมเปิ้ลบิดเสียง chipmunk ตามวิถีของ Kanye พอโดนปลุกปุ๊บ ไอ้สองหนุ่มก็เริ่มเครื่องเดินพ่นไรห์มแบบหอมปากหอมคอ ทั้งนี้ยังมีการ switch beat เป็นการบ่งบอกถึงลูกเล่นที่อยากตและสไตล์ lyric ที่เราจะได้เจอต่อจากนี้ ซึ่งก็ทำให้เรารู้ว่า พวกเขากล้าปล่อยจอย เน้นฟีลลิ่งมากกว่าเอาเรื่องเอาราวทางการเล่าเรื่อง ว่าง่ายๆคือ นึกอะไรออกก็ด้นสด แร็ปใส่ไมค์เลยโดยไม่รอช้า
-ผลลัพธ์ที่ได้ถือเป็นความทีเล่นทีจริงที่สดใหม่แลดูเข้าถึงง่ายกว่า BEV เพราะมันไม่ต้องยึดติด ไม่ต้องคาดหวังอะไรมาก เป็นการเฝ้าดูไอ้เด็กสองคนนี้ปล่อยของฟรีสไตล์มากกว่าต้องมานั่งปะติดปะต่อถอดความกันอย่างจริงจัง
-มีแค่เพลง DDD ที่เราจะได้ยิน skit จาก third person ที่มีซีนมาตั้งแต่อัลบั้มชุดที่แล้วนามว่า “ปอน” มาแชร์มุมมองเกี่ยวกับ New Year’s Solution ในแบบฝากไว้ให้คิดว่า จริงๆแล้วชีวิตเราไม่ได้สั้นมากขนาดนั้น เพียงแค่อาจจะไม่ได้มองลึกลงไปในหลักชั่วโมงหรือหลักนาที หลายคนเลือกที่จะละเลยหน่วยเวลาเหล่านั้นแล้วรู้สึกไปเองว่า ที่ผ่านมาเราอาจผลาญเวลาอย่างสูญเปล่า ไม่ได้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ขนาดนั้นเลยก็ได้ ไอ้สิ่งที่อยากทำก็ถูกกั๊กไว้ ไม่ได้ทำในปีแล้วปีเล่าซักที
-ทั้งนี้ไอ้ผมก็เพิ่งค้นพบว่า DDD มันเคยมี Pt2 มาแล้วเมื่อ 3 ปีก่อน skit คลิปเสียงของปอนส่วนนึงก็เอามาจาก Pt2 แล้วมาขยายความต่อในเวอร์ชั่นปัจจุบัน และท่อนฮุกในส่วนของ “เพลง” ก็นำมาใช้ในช่วงท้ายด้วย ลองย้อนไปฟังดูแล้วจะค้นพบว่า DDD เวอร์ชั่นปัจจุบันของพวกเขาโตขึ้นอีกระดับ จาก Pt2 ที่ทำทรงตึงพร้อมบวกกลายเป็น chill guy ที่ยังยิ้มกวนตีนใส่คนฟังได้เช่นเคย
#ไม่ได้เท่, DUMB SHEESH, K.O สามเพลงแถวต้นม้วนนี้ represent Trap ห้าวเป้งเปรี้ยวตีนที่พร้อมโชว์เหนือคู่แข่งไม่ว่าหน้าไหน ถึงแม้ว่าด่าคนอื่นมันไม่ได้เท่ แต่คนอื่นก็ไม่มีทางเท่เท่าพวกกูอยู่ดี เวลาคือเงินทอง พวกกูเดินหน้า ก้มหน้าก้มตาทำเพลงหาเงิน อย่างน้อยก็ไปได้ไกลกว่าไอ้พวกนักวิจารณ์ขี้ปากโซเชียลที่มัวแต่นั่งด่าไปวันๆ
-สำหรับเพลง K.O ถือว่าเป็นเพลง aggressive ที่สุดในอัลบั้มนี้ ทั้งการเร่งโทนบีทและการใส่อารมณ์ดุดันสู้มาแล้วสู้กลับตอกใส่ haters ที่ซ่อนอยู่ในหลืบ พิสูจน์ตัวเองให้ได้รู้ว่า พวกเขา self made เองทั้งนั้น มาพร้อมกับความจัดจ้านของ RID จากกลุ่ม JANTANRhyme มาช่วยใส่ไฟ #Gottabeโหด ถือเป็นเพลงที่โชว์เกรียนมาตั้งแต่ชื่อที่ดูทรงทีเล่นมากกว่าจ้องตอกกลับใส่ไฟแบบ K.O บีทสุดโดดเด้ง ความคล้องจองที่ไหลไปเรื่อยไร้รอยต่อกลายเป็นไฮไลท์ที่ชวนโยกย้ายให้อยู่ไม่เป็นสุข
-อย่างที่บอกไปข้างต้น ในอัลบั้มนี้มันวาไรตี้เกินกว่าจะบู๊รัวๆ เราได้เห็นพาร์ทความป็อปของเขาในแบบที่กำลังปลุกปั้นอยู่ เฉกเช่น Summer Groove โหมดปาร์ตี้เฉลิมฉลองด้วยรอยยิ้มที่ทำได้ catchy เกินคาด Charming ที่ไม่คิดว่าสองหนุ่มจะมีโมเมนต์เคลิ้บเคลิ้มตกหลุมรัก แต่ก็แอบตั้งการ์ดด้วยความรู้สึกว่า ผู้หญิงยังคงเข้าใจยากพอๆกับงานศิลป์ที่ยังต้องอาศัยเวลาในการตีความอีกหลายชั้น #พลัดผ่าน มาในสไตล์ Thai Pop Rap อารมณ์ตัดพ้อที่เห็นได้ทั่วไปเลยยังไม่ยูนีคเท่าเพลงอื่นๆในอัลบั้มนี้
-ในขณะที่พาร์ท 2 ที่จงใจแยกส่วนซิงเกิ้ลที่ปล่อยออกไปหลังยุค Bird Eyes View ที่มีเพลง BLOW BAG ก็เป็น Thai Pop Rap ที่แหล่มสู้กับแรปเปอร์คนไทยที่แมสๆได้สบาย โดยเฉพาะเพลงแรกที่นุ่มนวลชวนเคลิ้บเคลิ้มอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งถือว่าเป็นเพลง Thai Pop Rap ที่ลงตัวสุดล่ะ IM IN LUV W YOU เพลงฟีลกู๊ดที่เกือบดีละ ท่อน Chorus น่าจะลดการร่ายยาวเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำมากกว่านี้ ในเรื่องของเซนส์ป็อปนั้นยังอยู่ในระดับกำลังพัฒนา
-โหมดเพื่อชีวิตวัยรุ่น สองหนุ่มก็ยังไม่ทิ้งไปไหน DDD ที่ได้พูดไปแล้วในข้างต้นก็มีท่อนเกริ่นนำคมๆของเฟิร์สที่ชวนให้คนฟังอย่าเพิ่งคิดไปมากกว่านี้ หากมีใครสบประมาทในสิ่งที่เราทำก็อย่าได้ไปแคร์จนทำให้เราล้มเลิกที่จะสร้างสรรค์ในสิ่งที่เราต้องการ
#ฟ้าหลังฝน เพลงปิดท้ายพาร์ท 1 ที่ให้อารมณ์ปลงจ๋อยๆอยู่กับความจริงมากกว่าฟีลกู๊ดชี้ทางสว่างอย่างเบิกบาน ประหนึ่งสองหนุ่มพ่นกลอนแร็ปให้กำลังใจตัวเองเสียมากกว่า นี่จึงเป็นการปิดพาร์ท 1 ที่ความโลกสวยของเพลงนั้นมีริบหรี่เหมือนลุ้นหวยทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน และพวกเขาก็ไม่รู้เช่นกันว่า สิ่งที่ลงแรงเพื่อทำตามฝันนั้นมันจะคุ้มค่าหรือไม่?
-เพลงโหมดเพื่อชีวิตวัยรุ่นในพาร์ท 2 อย่าคิดว่าไม่เจ๋งไม่เข้มข้น โดยเฉพาะ DAYSTAR บีทโคตรสนุกและกระฉับกระเฉง Flow อย่างไหลลื่น #เด็กมหัศจรรย์ เป็นเพลงที่ชนะการประกวดด้วยนะ ถึงจะอยู่พาร์ท 2 แต่ก็สามารถสรุปภาพรวมแห่งอุดมการณ์ที่พวกเขาอยากขับเคลื่อนมาโดยตลอด
ด้วยความที่พวกเขายังอยู่ underground นั่นจึงทำให้พวกเขาต้องอาศัยต้นทุนทางพรสวรรค์และ passion มากเป็นพิเศษ แทนที่จะหันมาลงทุนทำการตลาด PR โปรโมทรูปโฉมให้ viral อย่างเอาเป็นเอาตาย ประหนึ่งในวันนึงมึงโพสต์ไลฟ์สไตล์รัวๆเป็นสตอรี่ไข่ปลา ซึ่งการที่พวกเขาและ SERII แห่ง JANTANRhyme ยังทำมันอยู่ก็นับว่า มหัศจรรย์ยิ่งกว่าทำแล้วมาๆหายๆ ถึงแม้ว่าจะมีความจริงอันขมขื่นที่ว่า พื้นที่การปล่อยของแทนที่จะเป็นงานจ้างเสือกเป็นงานฟรีซะงั้น
-ฟังจบทั้งอัลบั้มไม่ต้องห่วงเลยเรื่อง passion ของพวกเขายังคงเต็มร้อย ด้วยต้นทุนอันแสนจำกัดและไม่พึ่งค่ายใดๆ กลยุทธ์ในการ represent ที่ตั้งต้นด้วยการปล่อยจอยตัดสลับความทะเยอทะยานใน BEV ย่อมเป็นการวางหมากที่ฉลาดในการปรับตัวพอสมควร
-ในยุคที่ทางเลือกหลากหลายบวกกับความสมาธิสั้นลงของคนเสพเพลง ถ้าจะเดินเกมส์คอนเซ็ปท์เข้มข้นต่อเนื่องจาก BEV ก็ดูจะเป็นการกดดันทั้งตัวศิลปินและคนฟังมากไปหน่อย นี่จึงเป็นโอกาสทองสำหรับคนที่เพิ่งรู้จักคู่หูดูโอ้ให้ได้เปิดใจไปกับเมนูฮิปฮอปติดดินที่เข้าถึงง่ายที่สุดแล้ว ใบเบิกทางสู่เมนสตรีมที่สบายใจได้เลยคือ อุดมการณ์ไฟฝันยังคงหนักแน่น จะไปได้ไกลกว่านี้ ถ้าไปถึงหูคนฟังให้เยอะที่สุด
ไม่งั้นจะปล่อยให้เด็กมันเติบโตได้ไง
Give 7.5/10
Thx 4 Readin’
See Y’all
โฆษณา